Get Adobe Flash player

อิทธิพลกับการเมือง โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ข่าวโรบินฮู้ดชาวเขมรจำนวน 1 แสน 5 หมื่นคน หอบผ้าหอบผ่อน เดินทางกลับประเทศ โดยระบุว่าเพราะกลัว คสช.จะใช้กำลังปราบปราม ดูจะไม่ค่อยสมจริงซักเท่าไหรนะครับ

ถ้าพูดตามประสาคนเคยเป็นโรบินฮู้ด ดูจะแปลกๆ ปลอมๆ ชอบกล เหมือนมีกระบวนการปล่อยข่าว หรือใครจงใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เหมือนอยากเห็นเศรษฐกิจไทยพังในพริบตา เพราะไม่มีแรงงาน

ไม่มีคนทำก่อสร้าง ไม่มีใครทำประมง ไม่มีแรงงานในภาคส่วนอุตสาหกรรม

ซึ่งถ้าเศรษฐกิจไทยพังสำเร็จตามที่เขาต้องการ

แน่นอน ผู้คนจะได้กล่าวโทษ คสช.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำ ที่ทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ทำให้คนไทยขาดความเชื่อถือ เสียงด่าจะมาทุกทิศ

พอทหารขาดความเชื่อถือ นักการเมือง นักวิชาเกินขายตัวก็จะเรียงหน้าสลอนออกมา

“เห็นมั้ยละ ทหารทำเสีย บริหารบ้านเมืองไม่ได้หรอก เหล็กดีใครจะเอามาทำตะปู คนเก่งใครจะเอามาเป็นทหาร ฯลฯ”

แต่ลืมคิดไปว่า ทหารรุ่นใหม่นั้นจบวิศวะ จบวิทยาศาสตร์ มาทุกคน ไม่ใช่สมัยพระเจ้ากรุงจีน ที่ไปจับผัวชาวบ้านมาเข้าค่ายเพื่อฝึกรบ”

ผมไม่ได้กล่าวหานะครับ ว่าเป็นฝีมือของใครที่ปล่อยข่าวทำเรื่องนี้ ตราบใดที่ไม่มีหลักฐาน

เพียงแต่ให้ท่านลองจับตาดู ว่าวิธีการแบบนี้ มันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า

โดยปกติ สามัญสำนึกของโรบินฮู้ด จะไม่มีใครยอมกลับบ้านเด็ดขาด  ถ้าจะถูกจับ หนีได้ก็ต้องหนี เพราะกลับไป พ่อแม่ลูกเมียที่รอเงินจากแรงงาน จะเอาอะไรกิน ก่อนมาใช่ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่าย บางคนต้องจำนำจำนอง จ่ายให้นายหน้าด้วยซ้ำ

ว่ากันว่า มาไทย อย่างน้อยก็ต้อง 2 หมื่นบาท แล้วต้องกลับไปมือเปล่า 2 หมื่นก็สูญ มาใหม่ก็ลำบาก จะกลับไปให้เมียด่าทำไม

แต่ก็ช่วยไม่ได้ เป็นกระต่ายตื่นตูม เชื่อเขาแล้วนี่ ก็ซวยเอง

ข่าวว่าพอแรงงานกลับ มีคนกระหยิ่มยิ้มย่อง ว่าแผนนี้ช่างยอดเยี่ยม แต่หัวเราะได้ไม่นาน ก็เริ่มกังวล

ว่าทำไมจึงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฝ่ายทหารเอง หลังเจอวิกฤติโรบินฮู้ดจากค่าย “บองสราญโอนละออ” กลับประเทศ ก็ดูท่าทีเหมือนแกล้งทำเป็นไม่รู้ ตามแบบของ “พี่ยุทธ์” ที่นิ่งสงบเหมือนแมวเห็นนก ปล่อยให้ จิ๊บๆ จั๊บๆ อยู่ตรงหน้า พอเผลอก็ค่อยงับซะคราวเดียว

อ๋อ ไม่ลาออกหรือ งั้นผมยึดอำนาจนะจ๊ะ อย่างที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกัน

คนอะไร ยึดอำนาจง่ายยังกับกินข้าว

“ถ้าไม่มีใครกิน ผมกินละนะ”

เมื่อทหารไม่เดือดร้อน ภาคธุรกิจไทยเดือดร้อนหรือไม่ ก็มีบ้างครับ แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีแรงงานจากลาว แรงงานจากพม่า รอเสียบอยู่ ขอให้บอกมาเถอะ ว่าคนขาดจะเอากี่คน ขอเวลาหน่อย ไม่นานก็ระดมได้

คล้ายๆ กับที่ไทยเคยตุนข้าว แล้วคิดว่าโลกจะขาดแคลนข้าว ที่ไหนได้ ยังมีข้าวอินเดีย ข้าวเวียดนาม ฯลฯ รอขายเพียบ แถมพร้อมจะส่งถึงหัวกระไดบ้าน

ข้าวไทยเลยต้องตุนให้มอด กับนักการเมืองกิน รวยฉิบหายไปตามๆ กัน

พอแรงงานกลับ เขมรเพิ่งคิดได้ ว่าคนเดือดร้อนจึงกลายเป็นประเทศกัมพูชาเอง คน 1 แสน 5 หมื่นคน เคยส่งเงินกลับบ้าน เอาน้อยสุดเดือนละ 500 บาท เอาร้อยคูณ 1 แสนห้าหมื่น

เงินจำนวนนี้หายไปในพริบตา เอา 12 คูณ ก็จะรู้ว่าแต่ละปี เงินหายไปจากกระเป๋าจำนวนเท่าใด

แถมยังมีคนตกงานมาเป็นภาระของชาติ เพิ่มขึ้นอีก 1 แสน 5 หมื่นคน

ฮุนเซน ก็เลยเป็น ฮวยเซ็ง

ปัญหาในกัมพูชาเอง ก็ใช่น้อย เสถียรภาพรัฐบาลกัมพูชาก็ง่อนแง่น ฮุนเซนเจอวิกฤตศรัทธา สภาฯ ก็ทำงานไม่ได้ ในขณะที่ฝ่ายค้าน สม รังสี ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น แรงงานที่กลับจากไทย กลับยิ่งเพิ่มภาระและปัญหาที่น่าปวดหัวให้ฮุนเซน

เราเอง ไม่เคยมีอคติกับเขมร

กลับชอบด้วยซ้ำ ว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะวัฒนธรรม ไม่รังเกียจประชาชนเขมร เพราะชาวเขมรกับชาวไทยมีภาษาและที่มาคล้ายๆ กัน

เราปวดหัว เขมรปวดกบาล เรานอน เขมรบรรทม

บ้านเราอยู่หัวสะพาน บ้านเขมรอยู่ กบาลสะเปียน ฟังกันพอเขาใจ

มีแต่ผู้นำ ที่ยุให้รำ ตำให้รั่ว

มาดู “ท่านผู้นำ” ของเรา ภายใต้การปกครองที่ใครๆ ก็ว่าเป็นเผด็จการ แม้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างออสเตรเลีย (ไปบอลโลกตกรอบแรก) ยังโอหังกับไทยอย่างไม่เจียมตัว

แต่เรากลับต้องการให้ดูแลประเทศ แทนนักการเมืองในระบอบเลือกตั้งที่ฉ้อฉล แทนนักกฎหมายที่ขายตัว แทนครูบาอาจารย์ที่ขายชาติ

ภายใต้ความเป็นผู้นำ ท่านกลับเลือกที่จะกวาดล้างผู้มีอิทธิพล (แต่อย่าตกใจ ไม่ฆ่า ไม่แทงข้างหลัง)

เพราะผู้มีอิทธิพล จะเกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์ และผลประโยชน์ใหญ่น้อย จะโยงใยถึงกัน มีผลประโยชน์ร่วมกัน เกื้อกูล ช่วยเหลือ ปกป้องกัน

บางคนก็ค้านว่า ปราบผู้มีอิทธิพลไม่มีวันหมด เดี๋ยวก็เกิดใหม่

ซึ่งก็จริง แต่ขอจัดการกลุ่มนี้ให้หมดก่อน กลุ่มใหม่ คนใหม่ ก็ค่อยว่ากันทีหลัง

นี่กำลังจัดระเบียบรถรับจ้าง ตั้งแต่ระดับสนามบินสุวรรณภูมิ อนุสาวรีชัยฯ ไปถึงวินต่างๆ ตามตรอกซอกซอย เรียกบรรดา “ขาใหญ่” มาพูดคุย ให้โอกาสปรับพฤติกรรม แก้ไขได้ไม่ได้มาว่ากัน

เห็นว่าจะจัดระเบียบล็อตเตอรี่ ไม่ให้ขายเกินราคา

ก็มีหลายแนวคิด เช่นจะไม่ขายรวม 10 ใบ 20 ใบ จะพิมพ์เป็นเลข 7 หลัก อันนี้ (ในฐานะผู้บริโภค 555)ไม่เห็นด้วย

เพราะแค่ 6 หลักก็ถูกยาก ถ้าเพิ่มเป็น 7 พระเจ้าช่วย ยิ่งยากไปอีก

ถ้าซื้อได้ใบเดียว ต่อให้ถูกรางวัลที่ 1 ก็ไม่รวย เงินสองล้านสามล้านสมัยนี้ พวกบอร์ดรัฐวิสาหกิจ เอาไปตีกอล์ฟวันเดียวก็หมดแล้ว

เพราะฉะนั้น 10 ใบ มันจึงเป็นโอกาสของคนจนที่อยากรวย

เขาว่าเงินไม่ใช่พระเจ้า ไม่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง ตายไปก็เอาไปไม่ได้

ก็บอกตัวเองว่า เอาน่า จะซื้อไม่กี่อย่างหรอก ตายก็จะไม่เอาไป

ปัญหาทำไมหวยแพงหรือครับ ตอบง่ายก็เพราะรัฐ ขายแพง พอยี่ปั๊ว ซาปั๊ว มาขายต่อ ค้าขายนะครับ ทุกคนก็ต้องมีกำไร มันจึงยิ่งแพง

หวย ตกมาถึงมือคนที่รับมาเร่ขาย ใบละ 92 บาท

ในขณะที่ราคาที่กำหนดไว้บนฉลาก ใบละ 80 บาท

ทางแก้ก็คือ รัฐบาลต้องขายหวยให้ลูกค้ามือแรกให้ถูกลง เหลือสัก 60 บาทกำลังดี ตัดขั้นตอนยี่ปั๊วซาปั๊ว หันมาขายตรง ก็อาจพอแก้ได้

สู้ต่อไปครับ แก้ได้หรือไม่ ก็ต้องแก้กันไป

ถ้าจะเลิกระบอบ มันต้องเริ่มต้นที่ตัดใบ รานกิ่ง แล้วค่อยตัดต้น จากนั้นจึงขุดรากและถอนโคน