Get Adobe Flash player

ความเห็นจากข่าว โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 

เห็นข่าว พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย “กกล.รส.” กล่าวถึงกรณีใบปลิวโจมตีการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ “คสช.” ที่มีบุคคลความเห็นต่างนำมาโปรยบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก “บก.ทบ.” ถ.ราชดำเนิน เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า

เรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของตน ในการรับผิดชอบดูแล เพราะเรารู้อยู่แล้วว่ายังมีกลุ่มบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีต่อการทำงานของคสช.ซึ่งเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยนำใบปลิวไปโปรยบริเวณแยกหลักสี่ เรารู้กันอยู่ว่าเป็นกลุ่มไหน ซึ่งเขาคิดจะทำอะไรก็ทำได้

แต่คงไม่พ้นสายตาเจ้าหน้าที่ที่กำลังติดตามความเคลื่อนไหวเขาอยู่ อย่าคิดว่าจะทำอะไรก็ได้อย่างอิสระเหมือนก่อน

พล.ท.ธีรชัย บอกว่า “คสช.มีความตั้งใจในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นธรรมดาที่กลุ่มบุคคลที่มีความเห็นต่างออกมาแสดงความไม่พอใจ อยากขอร้องอย่ากระทำเช่นนี้อีกเพราะไม่ได้ประโยชน์อะไร มีอะไรมาคุยกัน เรื่องไหนดี เรื่องไหนไม่ดีก็เข้ามาแนะนำกัน เราพร้อมให้ความร่วมมือทุกเรื่อง และพร้อมจะแก้ไขปัญหาให้ทุกเรื่อง

ผมเปิดโอกาสให้เข้ามาพูดคุยกัน เมื่อไม่เข้าใจตรงใจไม่พอใจอะไรก็มาพูดกันดีว่าจะมากระทำเช่นนี้ ผมได้ติดตามกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ตลอด เราทำงานกันมาเพราะต้องการความรักความสามัคคีของประชาชนในชาติ ไม่ใช่ว่าเราทำไม่ดี ฉะนั้นมาพูดคุยกันดีกว่าไหม” พล.ท.ธีรชัย กล่าว

อย่างไรก็ตามอยากขอร้องสื่อมวลชนหรือประชาชนทั่วไป อย่าไปให้ความสำคัญ เพราะหากไปให้ความสำคัญเขาก็จะกระทำกันอีก ดูผลงานของคสช.ดีกว่าวันนี้เราทำงานกันเต็มที่ โดยเฉพาะหัวหน้าคสช.ไม่ได้พักกันเลย

เสาร์ อาทิตย์ ก็ยังทำงานไม่มีวันหยุด ต้องยอมรับว่าหัวหน้า คสช.แข็งแรงมีพลังที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ

....................

ใบปลิวโจมตีทหารเป็นอย่างไร เราไม่มีโอกาสได้เห็น แต่ในแง่ของการทำงาน ผู้บริหาร จะให้ความสำคัญกับใบปลิว ที่ไม่ระบุที่มา ไม่มีใครรับผิดชอบเนื้อหาไม่ได้ ใบปลิวจึงไม่มีค่าที่จะเก็บมาเป็นอารมณ์

แต่สำหรับผู้บริหารประเทศ หากมองที่ใบปลิว มันก็เป็นไปได้แค่เสียงสะท้อนเล็กๆ เหมือนจิ้งจกทัก ไม่ควรโกรธ ไม่ควรเอาไม้ไล่ตีจิ้งจก

ให้เขาได้โจมตีบ้าง เอาใจเขาใส่ใจเรา นึกเสียว่าถ้าเราเป็นเขา

จริงอยู่ แม้ท่าน และคณะ คสช.จะหวังดีต่อบ้านเมือง แต่บ้านเมืองก็ไม่ใช่ของท่านผู้เดียว ควรให้ราคา เจ้าของประเทศคนอื่นๆ ที่เขาเห็นต่าง จะให้คนทุกคน ไม่กระดุกกระดิก เหมือนผลไม้ที่อยู่ในตะกร้าได้อย่างไร

คนที่เห็นต่างกับเรา เขาอาจไม่ใช่บัวใต้น้ำอย่างที่เราคิด อาจจะไม่ใช่คนผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา เขาอาจรักชาติก็ได้ในมุมมองของเขา ซึ่งบางครั้งก็อาจสามารถเป็นครูสอนเรา ในสิ่งที่เรารู้ไม่ถึงได้เช่นกัน

การเห็นต่างไม่ใช่ศัตรู เปิดทางให้เขาเดินบ้าง อย่าทิ้งให้พวกเขาอับจน อยู่ในตรอกแบบไร้ทางออก เพราะเขาก็เป็นคนไทย เป็นเจ้าของประเทศเหมือนกับเรา จริงอยู่ ที่แล้วมาเคยทะเลาะ แต่การทะเลาะก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของครอบครัว ไม่ต้องปรองดอง แต่ให้เหตุผลที่ถูกต้องเป็นผู้ตัดสิน แม้จะไม่ใช่วันนี้

........................

ข่าว นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกระแสสังคม เรียกร้องให้มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของ คสช.ว่า คงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน และต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน มีแค่นายกฯครม. ส.ส. และส.ว.เท่านั้น ส่วนตำแหน่งคสช.ไม่ได้ถูกระบุไว้ในกฎหมาย

เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น แม้สังคมอยากให้ยื่นเพื่อแสดงความโปร่งใส แต่เมื่อไม่มีกฎหมาย ป.ป.ช.ก็ไม่มีอำนาจดำเนินการได้ เพราะไม่รู้จะหยิบยกกฎหมายฉบับใดมาใช้ เอาแค่ป.ป.ช.จะขอตีความว่า

คสช.จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ก็อาจถูกนักกฏหมายโจมตีได้ว่า จะใช้อำนาจอะไรมาวินิจฉัย เพราะไม่มีกฎหมายใดให้คสช.ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ทั้งนี้คสช.มีหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคงเป็นหลัก ไม่มีอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินเหมือน ครม. จึงไม่ต้องยื่นและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน

..............................

จากข่าวที่กล่าวมา ด้วยกฎหมาย เราเชื่อตามที่ ป.ป.ช.สรุป แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ประชาชน ก็ยังอยากเห็นการแสดงทรัพย์สิน แม้กฎหมายไม่ได้เขียนบังคับไว้ โบราณว่า “รักยาวให้บั่น รักสั้นให่ต่อ” ไม่รู้จะเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ แต่เหมือนกับจะบอกว่า บางครั้งการกระทำในสิ่งตรงข้าม อาจเป็นผลดีก็ได้

ในสมัยรัฐบาลหนึ่ง นานมาแล้ว มีข่าวคล้ายๆ กับว่า นายกรัฐมนตรีไม่จ่ายภาษีจากกำไรหุ้น และกฎหมายก็ระบุว่า ท่านไม่ต้องจ่าย ท่านชนะ ได้กำไรเต็มๆ แต่ในความรู้สึกของประชาชน กลับมองไม่ดีเลย ขนาดแม่ค้าข้าวแกงในตลาดสด รายได้วันละไม่กี่ร้อย ชีวิตเปื้อนเหงื่อตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ยังต้องเสียภาษี

แม่ค้า อดไม่ได้หรอกครับ ที่เขาจะแอบคิดในใจกว่า โลกนี้ทำไมไม่ยุติธรรม กฎหมาย บางที่ก็ไม่ชัดเจน สามารถตีความให้ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ ทางใดทางหนึ่ง แต่ถ้าหากผู้ใช้กฎหมายเลือกที่จะตีความให้เป็นฝ่ายตนที่เป็นผู้เสียสละ ผู้ที่มองเข้ามาเห็น ก็จะชื่นชม เพราะฉะนั่น คสช.จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ไม่มีใครว่า แต่คงขึ้นอยู่กับท่านจะ รักยาวให้บั่น หรือรักสั้นให้ต่อ ท่านต้องตัดสินใจเอง ซึ่งผลการตัดสินของท่าน จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าท่านจะได้ใจประชาชนหรือไม่

....................

กล่าวโดยสรุป บ้านเมืองเดินมาถึงยุคปฎิวัติ ต้องงดการเลือกตั้ง เป็นการปกครองแบบรวมศูนย์ ไหนๆ มาถึงขั้นนี้ เราในฐานะของประชาชน ก็อยากเห็นการเดินหน้าปฎิรูปประเทศประสบความสำเร็จ บางครั้ง ทหารก็คิดอย่างหนึ่ง เข้มแข็ง ห้าวหาญ ไม่ชอบให้เถียง

แต่โปรดอย่ามองข้ามความอ่อนโยน เพราะความอ่อนโยน ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นสุข จะทำให้ได้ใจประชาชน.