Get Adobe Flash player

ปฎิรูปพลังงานอย่างไร โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 

 

เราเคยสนทนากันเสมอว่าการปฎิรูปพลังงานในประเทศไทย จะเกิดขึ้นได้ ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน จะต้องมีข้อมูลตรงกันเสียก่อน แต่ข้อมูลจะตรงกันได้ จะต้องหันหน้ามาพูดคุย ถกเถียงเพื่อให้ความจริงปรากฎให้เห็นเสียก่อน

ไม่ใช่รัฐเชื่ออย่างหนึ่ง ประชาชนเชื่ออย่างหนึ่ง แล้วไม่ฟังกันและกัน

เริ่มกันตั้งแต่คำถามที่ว่า แหล่งแก๊ซธรรมชาติ หรือน้ำมัน ในประเทศไทย ทั้งบนบกและในทะเล มีมากน้อยแค่ไหน ประชาชนจะเชื่อใครได้ ดังเช่นตัวอย่าง รัฐบอกว่า แหล่งน้ำมันที่ขุดเจาะได้ในประเทศไทย มีความบริสุทธิ์น้อย มีสารผสมที่หลากหลาย ยากที่จะกลั่นแยกส่วน จะไม่คุ้มทุนหากไทยจะนำมากลั่นเองในปริมาณที่มี

ขณะที่นักวิชาการบางคนบอกว่า แหล่งแก๊ซหรือน้ำมันในประเทศไทย มีอยู่มากมายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ภาครัฐไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความจริง

ประชาชนก็ไม่รู้จะเชื่อใคร แต่เมื่อน้ำมันแพง ในขณะที่บางประเทศที่ถูกกว่า ผู้คนก็เริ่มมาตรวจสอบ และเกิดความสงสัย ที่ถามใครก็ไม่มีใครรู้แน่ชัด ได้แต่ฟังข่าวที่สื่อนำเสนอ

อยากให้ช่วยตอบ ว่าทำไมถึงแพง ลดราคากันได้หรือไม่ ต่างคนต่างพูด ต่างฝ่ายต่างเข้าใจเอาเองในที่สุดก็นำไปสู่ความขัดแย้ง จนบานปลายไปกันใหญ่

ในขณะที่ประชาชนฝ่ายที่ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงเห็นว่า เรื่องของพลังงาน มีผลประโยชน์มหาศาลอยู่เบื้องหลัง เพราะฉะนั้นวิธีของรัฐในการดำเนินการด้านพลังงาน ควรมีการปฎิรูป เพราะปิโตรเลียม เป็นสมบัติของชาติ

ท่ามกลางกระแสประชาชนที่ตื่นตัวและเห็นด้วย

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม มีการนัดหมายของ “เครือข่ายขาหุ้น” มีจุดมุ่งหมายเพื่อเดินเท้าไปกรุงเทพฯ ระยะทาง 1400 กิโลเมตร

เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้คนระหว่างทางในเรื่องพลังงาน แต่การดำเนินการเป็นไปแค่สองวัน แกนนำ 11 คน ก็ถูกทหารเข้าจับกุม ไปกักตัวไว้ในค่ายเสนาณรงค์ หาดใหญ่ ในข้อหาชุมนุมทางการเมือง 5 คนขึ้นไป ขัดต่อกฎอัยการศึก

ท่ามกลางความห่วงใยว่า การจับกุมไม่ใช่ทางออก ในขณะที่ผู้ที่ไม่ถูกจับกุม ยังคงแบ่งชุดละ 4 คน เดินเท้าไปยังกรุงเทพฯ โดยให้ความเห็นว่า คสช.จะปฎิรูปสำเร็จไม่ได้ ถ้าไม่ฟังเสียงประชาชน

จนกระทั่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีการการจัดเสวนาปฏิรูปพลังงาน ซึ่งจัดขึ้นที่สโมสรทหารบก โดยได้เชิญทั้งฝ่าย ปตท. และฝ่ายประชาชนที่มีความสงสัย มีความเห็นที่แตกต่าง ได้มาพบปะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ตัวแทนจากทั้งภาครัฐและประชาชนได้เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อให้มีการรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่ม

วงเสวนาระบุว่า เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลก่อนที่จะมีการปฎิรูปพลังงานของชาติที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ยิ่ง

การเสวนาครั้งนี้ เกิดจากความเพียรของ “หลวงปู่พุทธะอิสระ” เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย โดยได้กล่าวว่า ข้อเสนอทั้งหมดดังกล่าว รวมถึงข้อเสนอด้านพลังงานที่เคยทำไว้ที่เวทีแจ้งวัฒนะ จะสรุปรวมเป็นรูปเล่ม เพื่อเสนอต่อ คสช.ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อให้นำไปเป็นหลักการปฏิรูปพลังงานต่อไป ส่วนปัญหาท่อก๊าซนั้น ได้ให้ทั้งฝ่าย ปตท.และฝ่ายภาคประชาชนส่งข้อมูลเข้ามาเพื่อนำมาพิจารณาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ท่านยังได้กล่าวอีกว่า การเสวนาครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะเข้าใจกันมากขึ้น

แต่รู้สึกแปลกใจว่าเวทีนี้ไม่มีใครถามเรื่องไฟฟ้า และพลังงานทดแทน ดังนั้นอาจเปิดเวทีอีกรอบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อไป

ในงานเดียวกัน คสช. ที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ และพลังงาน ได้ส่งผู้แทนไปเข้าร่วมรับฟัง และได้ให้ความเห็นว่า อยากให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าใจ และช่วยกันในการแก้ปัญหาเรื่องพลังงาน เมื่อทุกฝ่ายได้รับทราบข้อเท็จจริงด้านพลังงานอย่างรอบด้านแล้ว ก็จะเห็นภาพว่าเรื่องของพลังงานจำเป็นต้องได้รับการดูแล ทั้งในส่วนการเตรียมจัดหาพลังงานมารองรับ และการทำให้พลังงานนั้นเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ฝ่ายหนึ่งถาม ฝ่ายหนึ่งตอบ แม้จะมีการหงุดหงิดกันบ้าง โห่ร้องกันบ้าง แต่ก็นับว่ายังอยู่ในความเข้าใจที่พอรับกันได้

ซึ่งการเสวนาใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ พยายามควบคุมไม่ให้มีการโห่ร้อง หรือตะโกนต่อว่า กับคำตอบของฝ่ายกระทรวงพลังงานอยู่ตลอดการเสวนา ซึ่งการเสวนาโดยรวมเป็นไปได้อย่างสงบ

แม้บางคน จะใช้อารมณ์ในบางเรื่อง แต่เราเชื่อว่า น่าจะมีการกรอง เพื่อไปถึงจุดหมาย นั่นคือความต้องการของประชาชน

การปฎิรูปไม่ต้องทำอย่างเร่งรีบ แต่ขอให้รอบคอบ และฟังเสียง

คำถามบางข้อ คำตอบบางข้อ เรามีเวลาที่จะตรวจสอบได้

เช่น ปตท.ได้คืนท่อแก๊ซธรรมชาติบนบกตามคำสั่งศาลปกครองเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2550 ให้กระทรวงการคลังครบถ้วนหรือไม่

ในขณะที่ ประธานบอร์ด ปตท. ก็ได้ชี้แจงว่า ปตท.ได้คืนท่อก๊าซตามคำสั่งศาลครบถ้วนถูกต้องหมดแล้ว สตง.ก็ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังศาล และศาลมีหนังสือยืนยันกับ สตง.แล้วว่า ปตท.ได้คืนท่อแก๊ซครบถ้วน ซึ่ง ปตท.ปฏิบัติตามคำสั่งศาล

ไม่รวมท่อแก๊ซในทะเลนั้น ที่ ปตท.ใช้เงินบริษัทลงทุนเอง คำถามคำตอบเหล่านี้ ควรมีการศึกษาเพื่อหาความถูกต้องจากข้อมูล

การประชุมจบลง แม้ยังไม่มีข้อยุติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการจับเข่าคุยมีประโยชน์ ข่าวว่าช่วงท้ายการเสวนา เป็นการเสนอทางออกพลังงานไทย ซึ่งเราเชื่อว่า หลังการเสวนานี้ จะทำให้เห็นภาพใกล้เคียงกันมากขึ้น

เราเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะทำความจริงให้ปรากฎ เพื่อการกำหนดทิศทางการปฎิรูปประเทศ ที่จะมีขึ้นในไม่ช้า เป็นที่พอใจของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ.