Get Adobe Flash player

อันตรายบนท้องถนน โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

วันก่อน อ่านข่าวเล็กๆ จากเดลินิวส์ หนุ่มใหญ่ชาวนครศรีธรรมราช  ผุดความคิดยอดเยี่ยม ปลูกต้นกล้วยริมสองข้างทาง ช่วยลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ข่าวบอกว่า ที่หมู่ 2 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช พบผู้มีจิตอาสาใช้เวลาว่าง นำต้นกล้วยไปเพาะปลูกบริเวณสองข้างทาง ถนนสายนาบอน-แก้วแสน เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่ใช้ยวดยานพาหนะ สัญจรผ่านไปมาบนเส้นทางสายนี้

ตรวจสอบพบว่า ทั้งสองฟากถนนมีการปลูกต้นกล้วยตลอดแนวรวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

นายจำรัส แซ่อื้อ อายุ 62 ปี เจ้าของความคิดปลูกต้นกล้วยลดอุบัติเหตุกล่าวว่า ตนติดตามข่าวสารการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่เป็นประจำ และพบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุต้องเสียชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากยานพาหนะเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้ริมสองข้างทาง

จึงมีแนวความคิดจะหาทางช่วยป้องกัน และลดสูญเสียให้น้อยที่สุด ลงมือปลูกต้นกล้วยเพื่อเป็นแนวกันชนแรก สำหรับยวดยานพาหนะที่ประสบอุบัติเหตุ โดยเริ่มทำการปลูกมาตั้งแต่ปี 52 จนถึงปัจจุบัน ใช้เวลาว่างปลูกวันละประมาณ 4-5 กอ

ปรากฏว่าที่ผ่านมาสามารถลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุได้จริง

สำหรับกล้วย ตนจะหาเวลาว่างมาดูแลตลอด หากใบกล้วยล้ำเข้าไปบนผิวถนนบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ก็จะตัด และตบแต่งให้

ที่ผ่านมากรมโยธาธิการก็เห็นดีด้วยกับแนวคิดของตน จึงอยากจะฝากไปยังทางกระทรวงคมนาคม ให้สั่งไปยังแขวงทางหลวงทั่วประเทศให้หันมาปลูกต้นไม้ล้มลุกโดยเฉพาะต้นกล้วยไว้ริมถนน และเกาะกลางถนนดีกว่าที่จะไปปลูกต้นไม้ยืนต้น เพราะจะเป็นการช่วยลด ป้องกันการสูญเสีย และประหยัดงบประมาณอีกทางหนึ่งด้วย

นี่ถือว่าเป็นและเป็นความคิดที่ดี ของคนในท้องถิ่น เพราะต้นกล้วยมีความอ่อนและยืดหยุ่น สามารถป้องกันแรงกระแทก จากหนักให้เป็นเบา

ปัจจุบัน ปัญหาอุบัติเหตุ เป็นปัญหาใหญ่ของชาติ ไทยติดอันดับ 3 ของโลก ที่ประชากรตายจากอุบัติเหตุ

จากข้อมูลของทางราชการ ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากกว่า 1 แสนคน หรือเฉลี่ยวันละ 30 คน โดยร้อยละ 70-80 เกิดอุบัติเหตุกับผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์

และสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในกลุ่มรถจักรยานยนต์ คือการไม่สวมหมวกนิรภัย

สถิติล่าสุดพบว่า มีอุบัติเหตุสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และมีอัตราการตายจำนวน 26,000 คนต่อปี คิดเป็น 38 รายต่อแสนประชากร ซึ่งถือเป็นอันดับ 6 ของโลกที่มีความปลอดภัยทางถนนน้อยที่สุด

มาดูข่าวนี้บ้างครับ เมื่อสองวันก่อน มีอุบัติเหตุรถชนที่ถนนมาลัยแมน สายอู่ทอง-สุพรรณบุรี รถบัสปรับอากาศชนกับรถจักรยายนต์ โดยรถบัสจอดอยู่เลนขวาสุด สภาพกระจกหน้ารถแตก กระจังหน้ายุบ ที่กันชนหน้าด้านขวามีรถจักรยานยนต์ติดอยู่ สภาพล้อหน้าบิดเบี้ยวที่ล้อหลังด้านขวา พบศพชายไทย อายุ 47 ปี สภาพศีรษะถูกกระแทกเป็นแผลฉกรรจ์เสียชีวิตคาที่

สาเหตุเพราะ รถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับย้อนศรมาในเลนขวา คนขับรถบัส พยายามเบรกแต่รถเบรกไม่อยู่ จึงพุ่งชนทำให้เกิดความสูญเสียดังกล่าว

พูดถึงการขับขี่จักรยานยนต์ย้อนศรที่บ้านเรา มีให้เห็นแทบทุกถนน จนแทบจะเห็นเป็นเรื่องปกติ โดยเจ้าหน้าที่ก็ดูแลไม่ทั่วถึง

กมลชนก ทีฆะกุล คอลัมนิสต์ชื่อดัง กล่าวถึงสาเหตุลำดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจราจร ซึ่งคร่าชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนไปจำนวนมากในแต่ละปี คือ ความมักง่าย เห็นแก่ความสะดวก ฝ่าฝืนกฎจราจร ผู้ใช้รถใช้ถนนที่มักง่ายขับรถย้อนศร โดยไม่สนว่าจะเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนหรือไม่

สาเหตุอีกอย่างคือ สภาพถนนที่บกพร่อง กับความประมาทของผู้ขับขี่

ถนนบกพร่อง ได้แก่ถนนคดเคี้ยวหักศอกเกินไป หรือการออกแบบที่ไม่รับกับความเร็วของรถ ทำให้มีการแหกโค้ง หรือทำทางแยกทางเบี่ยงที่อันตราย

เว็บไซต์ www.toptenthailand.com และเว็บไซต์ "เดลินิวส์" ได้รวมโค้งอันตราย 10 อันดับทั่วไทย

อันดับ 10. โค้ง 100 ศพ อ.นาทวี จ.สงขลา โค้งแห่งนี้เป็นที่กล่าวขานจากชาวบ้าน เกี่ยวกับเหตุร้ายหลายครั้ง จนต้องนิมนต์พระมาปัดเป่าส่งวิญญาณ แต่ความเฮี้ยนยังไม่ทุเลา

อันดับ 9. โค้งอันตราย ที่เชื่อมต่ออำเภอบางสะพาน กับอำเภอบางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความน่ากลัวตรงที่เป็นโค้งที่วิ่งมาจากทางตรงยาว แถมค่อนข้างมืด ผู้ใช้รถใช้ถนนกว่าจะรู้สึกตัวอีกทีรถก็พุ่งมาถึงช่วงโค้งแล้ว อีกทั้งบางจุดยังมีลักษณะถนนทรุดตัวด้วย ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแทบจะรายวัน

อันดับ 8. สะพานร้อยศพ บริเวณสะพานโค้งข้ามคลองห้วยตาเสือ ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เกิดเหตุการณ์คนตกรถไฟเสียชีวิตบ่อยครั้ง จนชาวบ้านพากันขนานนามที่แห่งนี้ว่า “สะพานร้อยศพ”

อันดับ 7. โค้งทางด่วนพระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ก็เป็นอีกจุดที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดคำถามว่า เหตุใดที่ผู้คนมากมายต้องขับรถมาจบชีวิตลงที่จุดนี้

อันดับ 6. ป้อมตำรวจสายตรวจ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท (สายเก่า) บริเวณโค้งกรอกยายชา กว่า 50 ศพแล้วต้องมาสังเวยชีวิต ณ ที่แห่งนี้ ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดเหตุการณ์รถแหกโค้งมาที่หน้าป้อมอยู่เสมอ

มีอยู่ครั้งหนึ่งเกิดเหตุรถเฉี่ยวชนกัน ณ บริเวณดังกล่าว โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่เกิดเหตุการณ์สลดขึ้น เมื่อคู่กรณีออกมายืนนอกรถทั้งหมด 8 คน จู่ๆ ก็มีรถวิ่งมาด้วยความเร็วแหกโค้งชนเข้าใส่กลุ่มคนทั้งหมดจนเสียชีวิต

ลำดับที่ 5. ทางแยกตัววาย สะพานรัชวิภา บริเวณทางแยกรูปตัววายแห่งนี้ เกิดอุบัติเหตุคร่าชีวิตผู้คนขึ้นบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง เกิดความลังเลในการตัดสินใจว่าจะไปทางไหน หรือ บางราย ขับรถด้วยความเร็ว และไม่ทราบว่า เป็นทางแยก จนเป็นที่มาของเหตุโศกนาฏกรรม

ลำดับที่ 4. โค้งปราบเซียน 100 ศพ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ชาวบ้านกล่าวขานกันมานาน โดยเฉพาะความถี่ ของจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

ลำดับที่ 3. โค้งผีเฮี้ยน อ.แม่ทา จ.ลำพูน จากอุบัติเหตุ ผู้เฒ่าผู้แก่ละแวกนี้ เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากโค้งผีสิงนี้ว่า มีเรื่องราวของผีๆ สางๆ อยู่บ่อยครั้ง

ลำดับ 2. โค้ง 100 ศพ หน้าศาลอาญารัชดา หรือที่ผู้คนในบริเวณนั้นเรียกว่า โค้ง100 ศพ ที่แห่งนี้เกิดอุบัติเหตุ คร่าชีวิตผู้คนบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตบนเกาะกลางถนน โดยแทบทุกคันจะชนเข้ากับต้นโพธิ์ที่อยู่ตรงทางโค้งนี้ ซากรถที่พังยับเยิน ทำให้สะพานลอยคนข้ามถนนรัชดาภิเษก ปากซอยเสือใหญ่อุทิศ ซึ่งกล่าวขวัญกันว่าเป็นโค้งอันตราย มีความเฮี้ยนและความน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น

1. โค้งเหมืองผ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หรือเรียกอีกชื่อว่า โค้งปากท่อ อยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านแก้วสา ถนนโชตนา ตำบลริมเหนือ ได้รับฉายาว่าเป็น โค้ง100 ศพ ชาวบ้านได้เชิญเกจิมาทำพิธีทางศาสนา ทำบุญแผ่เมตตา แก่ดวงวิญญาณที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แต่หลายครั้งที่ทำพิธีผ่านไป อุบัติเหตุก็ยังคงอยู่

ยังมีอีกหลายปัจจัย ที่ทำให้เกิดอันตรายบนท้องถนน หากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจ ที่จะร่วมด้วยช่วยแก้ปัญหา เชื่อว่า อันตรายก็น่าจะลดลงได้บ้าง