Get Adobe Flash player

สนิมเนื้อในตน โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

กรณีศึกษา สมัยที่ “ระบอบทักษิณ” ยังเรืองอำนาจทางการเมือง จุดหนึ่งในหลายๆ จุดที่ทำให้ระบอบนี้เสื่อมลง เกิดกระแสต่อต้านเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ ระบบพวกพ้อง “ญาติโกโหติกา” ที่เอาคนของตนไปควบคุมองค์กรหลักของชาติทั้งหมด แบบไม่แบ่งให้คนอื่นแม้เขาจะมีความสามารถเพียงใด

ดูเหมือนจะทำให้เข้มแข็ง สามารถเอื้อประโยชน์ สนองความต้องการของระบอบนี้ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เพราะการกระทำทั้งปวงของบุคคลสาธารณะ ชอบธรรมหรือไม่ ย่อมอยู่ในสายตาของประชาชน ที่เขาสามารถวิเคราะห์ได้จากการเห็น

ถ้าทำในสิ่งดี จะได้รับคำชื่นชม แต่ถ้าทำไม่ดี เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน ปล่อยให้ “สุดซอย” แบบไม่ให้ราคาใคร ประชาชนคนดูไม่สามารถยอมรับได้ ส่งผลให้นักการเมืองในระบบนั้น เสื่อมลง ผลประโยชน์ที่จะได้มา ไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป

เพราะสิ่งที่เสียคือ เสียศรัทธา เสียความเชื่อถือ

บทเรียนนี้ น่าจะเตือนสตินักการเมืองไม่ว่ายุคสมัยใด ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองที่มาจากการยึดอำนาจ

เพราะ อำนาจของผู้มีอาวุธ ยังเทียบไม่ได้กับอำนาจประชาชน

ถ้าประชาชนศรัทธา อำนาจจึงจะอยู่ได้ แต่เมื่อใดสิ้นศรัทธา ต่อให้มีอำนาจกองทัพ ก็ไม่สามารถรักษาอำนาจทางการเมืองไว้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มาจากหัวหน้าคณะ คสช. ณ ปัจจุบัน ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในระดับที่ดี

เพราะสามารถหยุดยั้งความรุนแรงที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในประเทศ ที่อาจลุกลามกลายเป็นสงครามกลางเมือง

การเข้ามายึดอำนาจ แม้ประชาชนจะสูญเสียประชาธิปไตย แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้คนในชาติฆ่ากันเอง

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ รับปากว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน จะไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีระบบคอรัปชั่น ไม่มีเรื่องเส้นสาย ผู้คนก็เชื่อและให้โอกาส

แต่คนใกล้ตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำเช่นนั้นจริงหรือไม่ ไม่มีใครรับประกันได้

ถ้าทำได้ ดีแน่นอน แต่ถ้าทำไม่ได้ มันก็จะเป็นข้อเสีย

เหมือนมีปลาตายในข้องของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่อาจปฎิเสธได้

จากข่าวเชิงลบ ไมโครโฟน ราคาแพง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ของเก่า แต่ดูเหมือนกระบวนการตรวจสอบของรัฐ ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร เหมือนไม่ให้ความสำคัญกับความสงสัยในเรื่องนี้

ข่าวการแต่งตั้งสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ออกอาการหงุดหงิดใส่นักข่าวที่ถามเรื่อง “ล็อคสเปค”

ปฎิเสธเสียงแข็งทั้งยังถามกลับไปแบบทหารฮึ่มใส่ลูกน้อง เป็นภาพชนชั้นปกครองกับประชาชน ที่ดูอย่างไรก็ไม่อบอุ่น

ถ้าทำบ่อยก็จะเห็นผล

หรือข่าว ที่หนังสือพิมพ์ พาดหัวว่าย้ายล้างบางนครบาล สาย “วงษ์สุวรรณ”ผงาด

หรือที่โปรยข่าวว่า “ประวิตร” หัวโต๊ะถก ก.ตร.วาระพิเศษ แต่งตั้งโยกย้ายนายพลเล็ก ฮือฮาล้างบางนครบาล-ผบก.น.1- 9 เข้ากรุรวด ขณะที่สีกากีที่มีความใกล้ชิดทหารผงาดได้ดีกันถ้วนหน้า

มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ในกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการโยกย้ายรองผบช.น. และผบก.น.1- 9 เข้ากรุทั้งหมด สำหรับตำแหน่งสำคัญ ที่มีการปรับเปลี่ยนโยกย้าย พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รองบผช.สพฐ. ผบช.น. สามี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ออกจากกรุ เป็น รองผบช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบช.สยศ.ตร. รรท.ผบก.สส.บช.น.ซึ่งถูกส่งลงไปทำคดีฆ่าสองนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่าก็ได้ดี เป็นรองผบช.น. พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.สปพ.อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.ขึ้นเป็น ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบช.สส.ภ.1 มือสืบสวนกลับถิ่นเก่าขึ้นเป็น ผบก.สส.บช.น. ฯลฯ เป็นต้น

แน่นอน เห็นชื่อต่างแล้วก็ต้องยอมรับว่า ผู้ที่อยู่ในสายอำนาจ เขามีอำนาจจริงๆ ก็อาจบอกได้ว่า เป็นเรื่องของความเหมาะสม หรือไม่สามารถเอาใจทุกคนได้

แต่ถ้าถามว่าในแวดวงคนทำงานเขารู้สึกอย่างไร

ดีหน่อยก็ตอบว่า ผู้ใต้บังคับบัญชา ก็ต้องแล้วแต่นาย

หรือกรณีเอกสารใบปลิว เรื่องของกรมที่ดินที่ส่งถึง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย รองอธิบดีกรมที่ดิน ผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด

ที่มีเนื้อหาระบุว่า อธิบดีเซ็นคำสั่งย้ายคนกว่าครึ่งร้อย ทิ้งทวนโดย

1.ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน 2. ไม่เป็นการโยกย้ายตามฤดูกาล 3.ไม่มีเหตุผลการย้ายสนับสนุนแต่ละบุคคล 4.ไม่มีการประชุมผู้บริหาร 5.กองการเจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติเฉพาะรายไม่พิจารณาจากคำขอย้ายทั้งหมด 6.ที่สำคัญควรรอให้อธิบดีใหม่มาพิจารณาพร้อมตำแหน่งเกษียณ

กล้าทำในสิ่งผิด ผิดทั้งระเบียบ ผิดทั้งจรรยาบรรณ ผิดทั้งคุณธรรม ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ คสช.และรัฐบาล จะต้องช่วยกันตอบคำถามให้เกิดความกระจ่าง อย่าจบความเคลือบแคลงด้วยคำข่มขู่

ต้องยอมรับว่า แม้ประชาชนจะให้อำนาจฝ่ายปกครองในการบริหารประเทศ แต่การตรวจสอบก็ไม่อาจละเลย ไม่เฉพาะแต่เป็นหูเป็นตาให้ประชาชนเท่านั้น แต่ต้องเป็นหูเป็นตาให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้ารัฐบาลด้วย

เพราะลูกน้องก็ทำให้นายเสียหายมานักต่อนักแล้ว

แม้แต่นักกีฬา ยังต้องมีกรรมการ เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปตามกติกา

แต่การตรวจสอบช่วงนี้เสียงแผ่วลงมาก ส่วนหนึ่งเพราะกลัว อีกส่วนหนึ่ง ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะมีการรับฟังหรือไม่ ซึ่งบ่อยครั้งที่นอกจากไม่รับฟังแล้วยังโดนดุกลับมา

ก็ไม่ว่ากันครับ

แต่ขอให้ผู้บริหารประเทศเชื่อว่า ความชอบธรรม ความมีคุณธรรม จะเป็นเกราะที่จะรักษาท่าน ไม่ใช่เสื้อเกราะหรือรถหุ้มเกราะ

แต่หากขาดคุณธรรม เล่นพวกเล่นพ้อง จะเอาเอง จะเล่นเองทั้งหมด ภาระที่หนักก็จะแก้ไม่ได้

อยากให้ดูโฆษณา เรื่องก้อนหินที่หน้าเสาธง ที่ต้องใช้ทุกมือ ทุกอาชีพช่วยกันยก จึงโยนออกไปให้พ้นได้

ไม่ใช่ทหารชงเองเล่นเอง เป็นฮีโร่เองคนเดียว ตามประสาอำนาจอยู่ในมือ ไม่ให้ความสำคัญกับคนอื่น

ผลักมิตรให้พ้นทางอย่างประมาท ในขณะที่ศัตรูก็ยังอยู่

ที่สำคัญต้องระวัง ไม่ให้สนิมเนื้อในตน ลุกลามจนเสียเนื้อเหล็ก

ขอให้ดูบทเรียนที่ผ่านมา ซึ่งก็คงเตือนกันได้แค่นี้ ท่านจะไม่เชื่อก็ตามใจ