Get Adobe Flash player

เรื่องดีๆ สองเรื่อง โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ช่วงนี้ข่าวการเมืองไม่มีอะไรมาก อย่างที่ท่านผู้อ่านเห็นจากข่าว ที่ส่วนใหญ่ เป็นบทบาทของนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ในวาระต่างๆ นอกนั้นก็มักจะเป็นเรื่องของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ สภาปฎิรูป ฯลฯ ที่กำลังคืบหน้าไปช้าๆ

การวิจารณ์อะไรต่ออะไร ณ ตอนนี้ ก็คงเหมือนการติเรือทั้งโกลน จึงขออนุญาตเปิดโอกาสให้คนที่อาสาเข้ามาได้ทำหน้าที่ ซึ่งเราทำได้คือเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดและท้วงติงในสิ่งที่ไม่เห็นด้วย และถ้าพบว่าเรื่องใดเป็นประเด็นที่เชื่อว่าท่านผู้อ่านน่าจะสนใจ ก็จะนำมาเสนอ

สัปดาห์นี้ ขอเปลี่ยนบรรยากาศ นำเรื่องดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง

เรื่องแรก “ที่มา รถโตโยต้าของในหลวง” ได้มาจากศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่านหนึ่ง ส่งมาให้ เป็นเรื่องนี้ถูกส่งต่อๆ กันมา  

พยายามเขียนจากความจำน่ะครับ สำหรับทุกท่านโดยเฉพาะคนอายุเลย 40 ปี คงจำกันได้ดี ปีที่เกิดวิกฤตการเงิน IMF ปี 2540

ตอนนั้นทุกธุรกิจเกิดความระส่ำระสายไปหมด ทั้งภาวะที่เกิดขึ้นจริงและข่าวลือ มีข่าวใหญ่ในวงการธุรกิจปรากฎเป็นระลอกๆ ว่า...

"โตโยต้า จะถอนกำลังการประกอบรถยนต์จากไทย"

ทำให้เกิดความกังวลไปทั่วว่าหากข่าวที่ว่าเป็นจริง

 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ คงเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ต้องมีคนตกงานเพิ่มทุกระดับชั้น ทั้งผู้บริหารและระดับล่าง รวมทั้งจะกลายเป็นว่าธุรกิจญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทย อาจจะถอนตัวตามไปด้วย ข่าวลืออึมครึมอยู่สักพักหลายวันพอสมควร

 วันหนึ่งผู้บริหารโตโยต้าก็ได้รับโทรศัพท์จากในวังว่า...

 "ในหลวงทรงขอสั่งซื้อรถโตโยต้า 1 คัน

 โดยรับสั่งว่า ไม่ต้องรีบประกอบ รวมทั้งให้ใช้มือผลิตก็ได้ จะได้ใช้แรงงานเยอะๆ อยากให้ใช้เวลาในการประกอบนานๆ เพราะพระองค์มิได้ทรงเร่งร้อนอะไร"

ทางโตโยต้าต้องประชุมผู้บริหารโดยด่วน เพื่อตีความพระราชกระแสรับสั่ง จนเข้าใจได้ถูกว่าพระองค์ท่านหมายความว่าอะไร จึงออกข่าวยืนยันกับสื่อมวลชนว่า...

"โตโยต้ายืนยันที่จะทำธุรกิจที่เมืองไทย ไม่ไปไหน"

เพียงแค่นั้นข่าวลือต่างๆ ที่โหมทำลายภาวะเศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้วก็หมดไป ภาคส่วนธุรกิจพอทราบข่าวดังกล่าว ก็มีกำลังใจที่จะช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตเพราะรู้ว่าพระองค์ท่านอยู่กับเรา พระองค์ท่านทรงอยู่กับเราไม่ทิ้งเราไปไหน

 จนเมื่อเวลาเหมาะสมทางโตโยต้า ได้นำรถ Soluna ไปถวายในหลวง ซึ่งในหลวงได้พระราชทานเงินให้ ทางโตโยต้าจะไม่รับ แต่พระองค์บอกว่า...

ให้นำเงินนี้ไปจัดทำ "โครงการช่วยสังคม"

จึงเป็นที่มาของ... "โรงสีข้าวรัชมงคล" เพื่อสีข้าวให้ชาวนาอย่างเป็นธรรมและคุณภาพดี

 หลายท่านคงทราบว่าหลายๆ ตัวแทนจำหน่ายโตโยต้า นอกจากจะจำหน่ายรถยนต์แล้ว ยังขายข้าวถุงรัชมงคลอีกด้วย

 ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์หนักหนาสาหัสเพียงใด ในหลวงไม่เคยทรงทอดทิ้งพสกนิกรของพระองค์แน่นอนครับ

.........................

เรื่องที่สอง โดย คุณแก้มหอม ณ ล้านช้าง แห่ง Good idea tv ส่งเรื่องน่ารักๆ มาให้อ่าน

เรื่องมีอยู่ว่า ผู้หญิงอายุ 40 กว่าๆ พาลูกชายของเธอเดินเข้าไปในสวนดอกไม้ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และนั่งลงบนม้านั่งยาวตัวหนึ่งเพื่อกินอาหาร

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นก็โยนทิ้งเศษกระดาษลงบนพื้น ในที่ไม่ไกลนักมีชายชรากำลังตัดแต่งดอกไม้ เขาไม่พูดอะไรสักคำ เดินเข้ามาหยิบเศษกระดาษแล้วทิ้งลงไปในถังขยะที่อยู่ข้างๆ

ผ่านไปอีกสักครู่ หญิงคนนั้นก็โยนเศษกระดาษลงบนพื้นอีก ชายชราก็เดินเข้ามาหยิบเศษกระดาษทิ้งลงไปในถังขยะอีก……….และก็เป็นเช่นนี้ ชายชราต้องเก็บเศษกระดาษถึง 3 ครั้ง

หญิงคนนั้นชี้ไปที่ชายชราแล้วพูดกับลูกชายว่า “เห็นไหม ถ้าตอนนี้เธอไม่เรียนหนังสือให้ดีๆ ในภายหน้าก็จะเป็นเหมือนเขา ไม่มีอนาคต ทำได้แต่เพียงงานที่ต่ำต้อยอย่างนี้”

 ชายชราได้ยินเช่นนั้น ก็วางกรรไกรแล้วเดินเข้ามาพูดว่า “สวัสดี ที่นี่เป็นสวนส่วนบุคคลของเครือบริษัทนี้ เธอเข้ามาได้อย่างไร?”

หญิงวัยกลางคนนั้นพูดอย่างหยิ่งๆว่า “ฉันคือผู้จัดการฝ่ายที่บริษัทเพิ่งรับเข้ามา”

 ตอนนั้นเองก็มีชายคนหนึ่ง เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ และมายืนอยู่ตรงหน้าชายชราอย่างเคารพนอบน้อมแล้วพูดว่า “ท่านประธาน การประชุมกำลังจะเริ่มแล้วครับ”

ชายชราพูดว่า “ฉันขอเสนอว่าให้เลิกจ้างผู้หญิงคนนี้”

“ครับ ผมจะรีบไปดำเนินการคามคำสั่งของท่านครับ” ชายคนนั้นรีบขานรับ

 ชายชราสั่งเสร็จก็เดินมาที่เด็กชาย เขาเอามือลูบที่ศีรษะของเด็กชาย แล้วพูดว่า “ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจนะ ในโลกนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเรียนรู้ที่จะให้เกียรติกับทุกคน และผลงานจากการลงแรงของคนทุกคน”

 หญิงวัยกลางคนที่พบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงกับตกตะลึง ทิ้งตัวลงบนม้านั่งอย่างอ่อนแรง ถ้าหล่อนรู้ว่าชายชราเป็นประธานบริษัท ก็ย่อมไม่ทำเรื่องเช่นนั้นแน่นอน

 แต่ว่าหล่อนทำไปแล้ว ทำต่อหน้าประธานบริษัทที่ดูคล้ายฐานะคนดูแลสวน เพราะอะไร ?

เพราะฐานะตัวตนที่สูงต่ำใช่ไหม? การให้เกียรติคน อย่าได้แยกแยะจากฐานะ นี่คือลักษณะในตัวที่สง่างาม ที่แสร้งทำออกมาไม่ได้ ในที่สุดก็จะเผยธาตุแท้ออกมา

 ทรัพย์สินความร่ำรวยไม่ใช่เป็นเพื่อนชั่วชีวิต การเรียนรู้ที่จะให้เกียรติผู้อื่นจึงจะเป็นทรัพย์สินความร่ำรวย มีเพียงสิ่งนี้จึงจะเป็นสภาพเขตแดนที่สูงที่สุดของชีวิตคนเรา