Get Adobe Flash player

คนบ้านป่า ถูกทวงคืนผืนป่า โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ประกาศ... ขายที่ดิน สวนยางพารา 100 ไร่ ราคาถูกมากๆ (ไร่ละ 19,000 บาท หนึ่งหมื่นเก้าพันบาทถ้วน) ปลูกยางพาราไปบ้างแล้ว อายุยาง เกือบๆ 2 ปี มีห้วย (ลำธาร) ขนาบสองข้างของที่ดิน สภาพพื้นที่มีความเหมาะสมในการทำสวนยางอย่างมาก ดินดี มีความอุดมสมบูรณ์สูง อยู่จังหวัดชุมพร ห่างจากถนนลาดยาง 3 ก.ม. 

ยินดีพาดูสถานที่จริง (ถ้าเป็นนายหน้า ต้องมีคนซื้อเข้าไปดูด้วย) เพิ่งประกาศขาย กรุณารีบตัดสินใจด้วยครับ.....

ขายสวนยาง..... จังหวัดสุราษฎร์ 60 ไร่ อายุยาง 5 ปี อยู่ห่างถนนดำ 500 เมตร มีถนนสาธารณะลูกรังเข้าถึงที่ เจ้าของหมดทุน ขายเอง ราคาถูกมากๆ ใครมีทุนอยากทำ สนใจติดต่อ.....

โฆษณาลักษณะเช่นนี้ มีให้เห็นอยู่มากมาย เหมือนกับจะเป็นสิ่งบอกเหตุให้รู้ว่า ความรุ่งเรืองของชาวสวนยาง กำลังจะสิ้นสุดลง

เพราะราคายางพารากำลังตกต่ำเป็นอย่างมาก ไม่เห็นทางจะโงหัวขึ้นมาได้ และไม่มีใครช่วยเราได้

ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทุกวัน ความมั่นคงของเศรษฐกิจในครอบครัวเริ่มสั่นคลอน ชาวสวนหลายต่อหลายรายเริ่มถอดใจ ทิ้งบ้าน ทิ้งที่ทำกิน ยิ่งทำยิ่งจน สู้สุดกำลังแล้วยังแพ้ เป็นเรื่องปกติ สำหรับคนชนบทบ้านเรา

แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะสิ่งเลวร้ายกว่านี้ ยังมีมาอีก

ช่วงนี้ ผมเห็นข่าวเจ้าหน้าที่ของรัฐ บุกเข้าทำลายสวนยางพาราที่ไม่มีเอกสารสิทธิของชาวบ้านแล้วอยากร้องไห้

สังคมมีช่องว่างมากมาย คนบนแผ่นดินเดียวกัน แต่การดำรงชีวิต แตกต่างกันลิบลับ

อ่านข่าว  รัฐบาลตั้งเป้ายึดคืนสวนยาง 3.3 ล้านไร่ ใน 67 จังหวัด

ว่ากันว่า นี่เป็นนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยสานต่อมาตรการปราบปรามหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ฯลฯ ได้ดำเนินมาตรการป้องปรามอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง

รัฐจะยึดพื้นที่คืนโดยจะตัดโค่นยางพาราทั้งหมด จากนั้นจะฟื้นสภาพป่าให้กลับมาเป็นแหล่งต้นน้ำเพื่อป้องกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีสภาพดังเดิม

ข่าวบอกว่า

สวนยางพาราที่บุกรุกปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ชั้น 2 และป่าอนุรักษ์โซน C หากต้นยางมีอายุปลูก 1-3 ปี จะใช้มาตรการตัดโค่นทิ้งทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลูกแปลงเล็กหรือแปลงใหญ่ เพื่อปลูกป่าทดแทนฟื้นฟูสภาพแหล่งต้นน้ำ หากต้นยางอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือเติบโตพอจะสามารถกรีดน้ำยางได้ จะทยอยตัดต้นยางทั้งหมด แล้วฟื้นฟูสภาพป่าเหมือนกับแนวทางแรก ฯลฯ

ข่าวระบุว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้รับรายงานจากกรมป่าไม้ว่า ผลการสำรวจพื้นที่ปลูกยางบุกรุกป่า โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศผ่านดาวเทียมเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน พบว่ามีผู้บุกรุกปลูกยางในป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศรวมทั้งหมด 67 จังหวัด คิดเป็นเนื้อที่รวม 3.3 ล้านไร่

ขณะที่ข้อมูลจากการสำรวจของกระทรวงมหาดไทยช่วงปี 2551 ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้บุกรุกเข้ายึดครองทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐรวมทั้งสิ้น 6.01 ล้านไร่

งานนี้ รัฐบาลทหาร ในยุคกฎอัยการศึก ต้องชนะแน่นอน และผู้แพ้ก็คือประชาชน ที่จะต้องยืนดูเจ้าหน้าที่มาโค่นต้นยาง ที่ตัวเองทะนุถนอมเหมือนลูก ตั้งแต่เพาะกล้า ออกใบแต่ละใบ เผ้าดูการเจริญเติบโตด้วยความหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น ลูกจะได้ไปโรงเรียน

ทุนรอนที่กู้ยืมมา ที่ลงไปก็หายวับไปในชั่ววันเดียว พร้อมกับฝันที่สลายลง

อีกทั้งอาจถูกดำเนินคดี ซึ่งถ้าไม่ติดคุก ก็คงเหลือแต่ชีวิต และหนี้สิน

หมู่บ้าน เต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ของไอ้โม่ง ที่ขับโฉบเฉี่ยวเข้ามาทวงหนี้ ที่เจ้าหนี้นอกระบบส่งมา ไม่มีเงินให้ ก็ทุบตีทำร้าย

รัฐบาลก็ ดุ คนบนแผ่นดินเดียวกันก็ ดุ

ถ้าไม่ฆ่าตัวตายเสียก่อน ก็ต้องออมแรงไว้สู้ต่อ

ป่าเป็นของหลวง หลวงต้องรักษาไว้ให้เกิดความสมดุล ไม่ให้เกิดภาวะโลกร้อน ป่าไม่ใช่ของชาวบ้าน ถึงจะเกิดที่นี่ เกิดในป่านี้ ก็เป็นแค่คนแปลกหน้าไม่ใชเจ้าของ อย่างดีก็เป็นได้แค่ผู้บุกรุก

...............

พื้นเพ.... ผมเป็นคนต่างจังหวัด จะได้เปรียบเพื่อนๆ ในหมู่บ้านเดียวกันอยู่บ้างก็ตรงที่ ผมเป็นลูกครูใหญ่โรงเรียนประชาบาล (ในสมัยนั้น) จึงได้เรียนหนังสือ ในขณะที่เพื่อนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไร้โอกาส

หมู่บ้านเรา ห่างจากตัวอำเภอแค่ 4 ถึง 5 กิโลเมตร ตั้งแต่จำความได้ บ้านเราไม่เคยมีถนน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ไม่เคยมีระบบชลประทาน การบริการของรัฐ มีแต่โรงเรียนที่ใช้ศาลาวัดเป็นที่สอน ไม่มีงบประมาณในการสร้างอาคาร ส่วนระบบราชการสูงสุดแค่กำนัน ไว้บันทึกว่าใครเกิด ใครตาย

ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เราไม่รู้จัก เราเรียกรวมๆ ว่า “นาย” พวกเขา ไม่มีใครเคยมาบ้านเรา

จะมีก็แต่ตำรวจ มาจับผู้ร้าย มาชันสูตรพลิกศพคนตายบ้างในบางคราว “เรามีรัฐบาล แต่รัฐบาลเหมือนไม่เคยมีเรา”

ใครป่วยก็กินยาหม้อ ป่วยหนัก ก็ใส่เปลผ้าห่มเก่าๆ หามไปส่งโรงพยาบาลในจังหวัด แต่ไกลเกินกว่าคนป่วยจะทนไหว ตกเย็น เหลือแต่ร่างก็ห่อเสื่อกับผ้าห่มกลับมา

พ่อผม เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยเข้ากรุงเทพฯ ไปแต่ละคราวมีเรื่องเล่ามากมาย เรื่องที่พ่อเล่าเป็นความงามของถนนเจริญกรุง วังบูรพา โดยเฉพาะถนนราชดำเนินที่กว้างใหญ่ มีตึกเรียงรายเป็นระเบียบ เหมือนกันหมด สรุปว่ากรุงเทพฯ เจริญมาก บ้านเรือนสวยงาม มีพร้อมทุกสิ่ง มีถนนหนทางแสนสบาย พ่อปลื้มกับโรงเรียนดีๆ ที่มีไว้ให้ลูกหลานคนที่นั่นได้เรียน จนถึงระดับปริญญา

พ่อหวังว่า ถ้าบ้านเรามีบ้างสักเสี้ยวหนึ่ง คงจะดีไม่น้อย

แต่ถ้าพ่อมีชีวิตจนถึงวันนี้ พ่อจะได้เห็นว่า กรุงเทพฯ เจริญกว่าสมัยโน้นไม่รู้กี่หมื่น กี่แสนเท่า

มีถนนเชื่อมต่อเหมือนตาข่าย ทั้งยกระดับ สะพานแขวน ทางด่วน วงแหวน ฯลฯ มีระบบขนส่งมวลชน รถไฟลอยฟ้าสีต่างๆ เชื่อมกันทั่วกรุง

ปริมาณรถยนต์จดทะเบียนสะสมในแต่ละปี เฉพาะของกรุงเทพฯ เริ่มตั้งแต่ปี  2554 มีรถจดทะเบียนสะสม 6,849,213 คัน และล่าสุดปริมาณรถจดทะเบียนสะสมของปี 2555 ณ เดือน พ.ย. มีทั้งสิ้น 7,461,487 คัน เพิ่มขึ้นแล้วถึง 612,274 คัน

รถเหล่านี้ แข่งกันเผาน้ำมันโซล่า เบ็นซิน  แก๊ซเอ็นจีวี แอลพีจี ปล่อยควันไอเสีย สู่ท้องฟ้า

กรุงเทพฯ มีตึกระฟ้าทั้งอาคารพาณิชย์ และคอนโดมีเนียมตามแนวรถไฟฟ้า ยี่สิบ สามสิบชั้น ผุดขึ้นทุกวัน (หมายถึงทุกวันจริงๆ)

บางตึก มีถึง 500 ห้อง มีแอร์อย่างน้อย ห้องละ 2 ตัว ในอาคารเย็นสบาย โดยพ่นความร้อนออกสู่ภายนอกอย่างเสรี

รัฐบาล เตรียมสร้างรัฐสภา บนทำเลที่งดงามที่สุด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาบด้วยค่ายทหาร

ชาวกรุงเทพฯ ได้เปรียบคนทั้งประเทศ สามารถทำลายสิ่งแวดล้อมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถเอาขยะไปทิ้งนอกเมือง สามารถทำกำแพงให้น้ำไปท่วมจังหวัดอื่น

ตอนนี้เกิดภาวะเรือนกระจก โลกร้อน รัฐต้องแก้ปัญหาให้คนเมืองหลวง นั่นก็คือต้องหาป่ามาทดแทน คนในเมือง ต้องการป่า มหาศาลๆๆ

รัฐบาลก็อยู่ในกรุงเทพฯ นักต่อสู้ทวงคีนผืนป่า ก็อยู่ในกรุงเทพฯ  คนกรุง ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องป่า เพราะพื้นที่ป่าเป็นภาระของคนต่างจังหวัด

เป็นภาระที่ต่ำต้อย อย่าว่าแต่ถูกคนด้วยกันไล่ที่เลย แม้แต่สัตว์ป่ามาทำลายเรือกสวน สัตว์เหล่านั้นยังถูกให้ความสำคัญมากกว่าคน

 ถ้าวีรบุรุษของชาติ ที่ชื่อดำรงค์ พิเดช บอกว่าบ้านใครเป็นป่า ก็คือประกาศิต ต้องคืนให้เขา คนบ้านนอกต้องหัวอ่อน ไม่ทำตัวเป็นภาระ อยู่ง่าย กินง่าย ไม่มีกินก็ไม่ต้องกิน ถ้ามีน้ำ รัฐก็จ่ายน้ำให้ ไม่มีก็ไม่ต้องจ่าย ไม่มีน้ำก็ห้ามทำนา ที่บ้านนอกไม่ต้องมีโรงพยาบาล มีโรงเรียนแค่ภาคบังคับ ไม่ต้องมีรถไฟฟ้า ทางด่วน มีแค่ถนนถูกๆ ที่กว้างแค่ 4 เมตร ของ อบต. ก็เพียงพอ

ข่าวคนกรุงเทพฯ รุกพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา รัฐบาลใช้วิธีประนีประนอม ไม่ได้ทุบบ้านทิ้งเหมือนโค่นสวนยางชาวบ้าน

ไม่มีความเป็นธรรมหรอกครับ สังคมนี้ เพราะประเทศตกเป็นของผู้ชนะ ที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาปกครอง ไม่ใช่ของชาวบ้านผู้โง่เขลาอย่างพวกผม