Get Adobe Flash player

คสช.คืนความสุข โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ส่วนหนึ่งที่ คสช.ทำรัฐประหารได้ง่ายดาย ก็เพราะประชาชนกลุ่มที่ไม่ใช่เสื้อแดง ถึงจุดเบื่อสุดๆ กับรัฐบาลนายกฯ หญิงคนแรก ส่วนที่ว่าทำไมถึงเบื่อ หรือเบื่อเพราะอะไร คงไม่ต้องแจกแจงเพราะท่านผู้อ่านอาจเข้าใจลึกซึ้งอยู่แล้ว เพราะมีหลายเรื่อง ที่ทำให้ประชาชนเสียความรู้สึก จนมาถึงจุดที่เรียกว่า ฟางเส้นสุดท้าย

มวลมหาประชาชน กปปส.และแนวร่วม คือกลุ่มสำคัญที่สุดที่เป็นตายร้ายดีก็จะไม่เอารัฐบาลนี้ ได้แสดงศักยภาพในการยกระดับการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ เป็นที่น่าเกรงขามยิ่ง

มีข้อเรียกร้องที่ชัดเจน

ความพยายามที่จะใช้ความรุนแรงของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ยิ่งทำให้ กปปส.เพิ่มแนวร่วมมากขึ้นไปอีก ซึ่งดูตามรูปการณ์ ประเทศไทยในวันนั้น ตอบได้เลยว่า “รัฐบาล นอกจากหมดความชอบธรรมแล้ว ยังไม่เหลือศรัทธา ไม่สามารถที่จะอยู่ได้ต่อไปอีก”

เพราะฉะนั้น การยึดอำนาจของ “บิ๊กตู่” จึงทำได้ง่าย

ประชาชนที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ยอมทนที่จะอยู่กับเผด็จการชั่วคราว ดีกว่า อยู่กับรัฐบาลที่โกงจำนำข้าว หรือพวกฟอกผิด นิรโทษยกเข่ง

ส่วนประชาชนฝ่ายที่ไม่อยากมีเรื่อง ก็อยากให้ทำรัฐประหารรู้แล้วรู้รอด

รัฐบาลประยุทธ์ จึงค่อนข้างได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ประยุทธ์ สัญญาว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการใช้เพลงปลุกใจ ด้วยการพูดกับประชาชนทุกค่ำวันศุกร์

ประชาชน ให้เวลากับ คสช. ให้เวลานายกฯ ในการสะสางปัญหาที่หมักหมม

อยากเห็นรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ใช้โอกาสนี้จัดการกับปัญหาการฉ้อฉลในทางการเมือง การนำคนกระทำความผิด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การแก้ปัญหาแก๊ซ และน้ำมัน คำถามที่ถามกันเสมอก็คือ ทำไม ประชาชนชาวไทย ต้องซื้อน้ำมันแพงกว่ามาเลเซีย

ก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็ถามต่อๆ กันมา

แต่ดูเหมือนรัฐบาล จะคิดไปอีกทาง นั่นคือ ให้คนที่มีความเห็นต่างกัน หันมาปรองดองกัน

รัฐบาลทหาร เห็นแค่ความแตกสามัคคี แต่ไม่สนใจรายละเอียดของต้นตอปัญหา

ความจริง ผู้คนจะปรองดองกันหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

และบางครั้ง บางเรื่องก็ปรองดองกันไม่ได้ เหมือนน้ำกับน้ำมัน รวมกันไม่ได้ เหมือนความผิด กับความถูกต้อง ปรองดองกันไม่ได้

เท่ากับว่ารัฐบาล ยังไม่เข้าใจ และดูเหมือนยิ่งคิดอย่างทหาร ยิ่งไม่เข้าใจ ทำได้แค่เรียกคนมาเข้าแถว แล้วสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ให้คนที่อยู่ตรงข้ามกัน มาจับมือกัน

จะจับมือ จะกอดคอ ก็แค่ถูกบังคับ ใช่ว่าใจจะอยากทำ

มันจึงไม่ได้ผลตั้งแต่เริ่มคิด

นานวันเข้า แนวทางที่รัฐบาลคิด ห่างประชาชนออกไปทุกที รัฐบาลมักพูดเสมอว่า “คสช.” ไม่ได้เป็นพวกใคร และยังเชื่อมั่นในอำนาจทหาร หรืออำนาจกฎอัยการศึก

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ มุ่งจัดระเบียบ ล้วนคนที่โดนจัดระเบียบ ถูกจัดการเป็นรายแรกคือประชาชนที่อาจมีปัญหาความยากจน การแย่งกันทำมาหากิน สู้เขาไม่ได้ก็เข้าไปอาศัยป่า เป็นปัญหาความอยู่รอดของมนุษย์ ที่ไม่ใช่ตัวปัญหาของสังคม

รัฐบาล ไม่เลือกที่จะใช้อำนาจอัยการศึก “จัดการ” กับผู้กระทำความเสียหายให้กับประเทศชาติ แต่กลับเลือกที่จะ “จัดการ” กับประชาชน

เล่นปัญหามโนสาเร่

เช่นการไล่ที่ พวกค้าขายแผงลอย การจัดระเบียบวิน มอร์เตอร์ไซค์ จัดระเบียบที่จอดรถตู้โดยสาร ปรับราคาหวยให้เหลือ 90 บาท

ทำได้ไม่กี่วัน ที่สุดก็เหมือนเดิม

และที่ ทำร้ายน้ำใจประชาชนมากที่สุด คือการบุกเข้าไปโค่นสวนยางของชาวบ้าน ลุงเชย ตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ฯลฯ ราวกับต้นยางเหล่านั้นเป็นยาเสพติดหรือพิษร้าย

อย่างที่เราเคยกล่าวไว้ รัฐบาลให้คนกรุงและเมืองใหญ่มีทางด่วน มีตึกระฟ้า สร้างภาวะเรือนกระจก แต่ให้คนชนบท ต้องเก็บป่าไว้ให้เป็นปอดให้คนกรุง

รัฐบาลสนใจอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษลงน้ำ น้อยมาก แม่น้ำ กลายเป็นทางน้ำเน่า จนปลาแทบจะอยู่ไม่ได้

 คนกรุง คนเมืองใหญ่รุกล้ำแม่น้ำได้ รัฐบาลใช้วิธีประนีประนอม

แต่กลับรุนแรง กับประชาชน คนที่แพ้อยู่แล้ว ลำพังก็สู้ใครไม่ได้อยู่แล้ว ให้แพ้ราบคาบ เพียงแต่ต้องการ “ปริมาณป่า” ไปอวดชาวโลก

เราไม่ได้บอกว่าประชาชนที่รุกป่าไม่ผิด แต่รัฐบาลเลือกใช้ผิดวิธีกับประชาชน โดยเชื่อว่า ไม่มีใครกล้าหือ กับอำนาจทหาร (ซึ่งท่านก็คิดถูกอีก)

เพียงแต่ท่านอาจไม่ได้หัวใจประชาชน ซึ่งท่านบอกว่าไม่แคร์ เพราะไม่ได้ลงเลือกตั้ง

เหมือนข่าว คนเก็บขยะเขตสะพานสูง นำซีดี ที่ได้จากการเก็บของเก่าไปวางขาย ถูกจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์  ถูกศาลสั่งปรับ 1.3 แสนบาท แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ศาลจึงออกหมายกักขัง เป็นเวลา 1 ปี.....

ถามว่า คนเก็บขยะทำผิดหรือไม่ ถ้าตามตัวบทกฎหมาย ผิดครับ แต่การเอาคนเก็บขยะเข้าคุก กลับส่งผลในทางลบ ทั้งฝ่ายผู้ชนะ ผู้ฟ้อง ที่เสียหายย่อยยับ รวมถึงกฎหมายที่น่าจะดี กลายเป็นกฎหมายป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม

จนเกิดคำถามเดิมๆ ว่า กฎหมายรับใช้ใคร คุกมีไว้ขังใคร

ประชาชนอาจไม่กล้าออกมาแสดงความเห็น แต่ความคับแค้นจะยังคงอยู่ ความรู้สึกห่างเหิน ความไม่ไว้วางใจระหว่างชนชั้นปกครอง กับชาวบ้านที่มีแต่ความหวาดระแวง

รัฐบาลกลัวแต่ศัตรูของรัฐบาลที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน แต่กลับไม่เกรงใจประชาชนที่อยู่บนดิน

เอาเถอะ เราจะรอดูต่อไป จะเป็นกำลังใจให้ต่อไปจะครองความสุขที่รัฐบาลสัญญาครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะคืนให้

เราจะอดทน หากจะต้องถูกจัดระเบียบ หรือยังจะไม่ได้เลือกตั้ง ขอเพียงพวกท่านฟังเรา “อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล”