Get Adobe Flash player

ข้อมูลป่าไม้ที่หายไป โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

คอลัมน์นี้ เคยได้แสดงความเห็น กรณีคนเก็บขยะเขตสะพานสูง นำซีดี ที่ได้จากการเก็บของเก่าไปวางขาย ถูกจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์  ถูกศาลสั่งปรับ 1.3 แสนบาท แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ศาลจึงออกหมายกักขัง เป็นเวลา 1 ปี

คนเก็บขยะทำผิดตามตัวบทกฎหมาย แต่การเอาคนเก็บขยะเข้าคุก กลับส่งผลในทางลบ ทั้งฝ่ายผู้ชนะ ผู้ฟ้อง รวมไปถึงกฎหมายที่กลายเป็นกฎหมายป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม

จนเกิดคำถามเดิมๆ ว่า กฎหมายรับใช้ใคร คุกมีไว้ขังใคร

ประชาชนอาจไม่กล้าออกมาแสดงความเห็น แต่ความคับแค้นจะยังคงอยู่ ความรู้สึกห่างเหิน ความไม่ไว้วางใจระหว่างชนชั้นปกครอง กับชาวบ้านที่มีแต่ความหวาดระแวง

และที่ทำร้ายน้ำใจประชาชนมากที่สุด คือการบุกเข้าไปโค่นสวนยางของชาวบ้าน ราวกับต้นยางเหล่านั้นเป็นยาเสพติดหรือพิษร้าย

อย่างที่เราเคยกล่าวไว้ รัฐบาลให้คนกรุงและเมืองใหญ่มีทางด่วน มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อ มีตึกระฟ้า สร้างภาวะเรือนกระจก แต่ให้คนชนบท ต้องเก็บป่าไว้ให้เป็นปอดให้คนกรุง

รัฐบาลสนใจอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษลงน้ำน้อยมาก แม่น้ำกลายเป็นทางน้ำเน่า จนปลาแทบจะอยู่ไม่ได้

 คนกรุง คนเมืองใหญ่ รุกล้ำแม่น้ำได้ รัฐบาลใช้วิธีประนีประนอม

แต่กลับรุนแรง กับประชาชน คนที่แพ้อยู่แล้ว ลำพังก็สู้ใครไม่ได้อยู่แล้ว ให้แพ้ราบคาบ เพียงแต่ต้องการ “ปริมาณป่า” ไปอวดชาวโลก

เราไม่ได้บอกว่าประชาชนที่รุกป่าไม่ผิด แต่รัฐบาลเลือกใช้ผิดวิธีกับประชาชน โดยเชื่อว่า ไม่มีใครกล้าหือ กับอำนาจ

มาวันนี้ เรามีคำตอบเรื่อง “ป่าไม้หายไปไหน” โดย “ทีมแอดมินเพจฯ” ของพลิกฟื้นผืนดินไทย แสดงเหตุผลและข้อมูลประกอบน่าสนใจยิ่ง

เขาให้เหตุผลว่า

รู้หรือไม่ว่าพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยหายไปได้อย่างไร ทั้งที่ๆ ในปี พ.ศ. 2496 ประเทศไทยเคยมีเนื้อที่ป่าไม้มากกว่าร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ แต่ในปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้เพียงแค่ร้อยละ 31.57 เท่านั้น

หากเราดูจากภาพข่าวเกี่ยวกับการบุกรุกป่าไม้ของชาวบ้าน ที่มีมากมายจนทำให้ใครหลายคนคิดว่าเป็นสาเหตุพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยลดลง ในขณะเดียวกันกรมป่าไม้ คือผู้ปกป้องป่าไม้ซึ่งเป็นผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติตามนโยบายของรัฐที่กำหนด

แต่หากเราลองพิจารณาอดีต ของนโยบายเรื่องป่าไม้ของประเทศไทยนับแต่อดีตแล้ว อาจจะทำให้ทราบว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ป่าไม้ในประเทศไทยหายไป

ย้อนกลับไป ช่วงรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไม้สักเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย แต่กิจการป่าไม้กลับอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าเมืองต่างๆ ของสยาม ทำให้ส่วนกลางไม่สามารถเก็บรายได้จากการค้าไม้ได้มากเท่าที่ควร ดังนั้นในปี 2439 กรมป่าไม้จึงถือกำเนิดขึ้นโดยมีหน้าที่ของกรมป่าไม้นั่นคือการดูแลอำนวยความสะดวกในการทำกิจการป่าไม้ และเก็บเงินภาษีการค้าไม้เข้ารัฐ การดำเนินการเรื่องกิจการป่าไม้โดยกรมป่าไม้ไม่ได้มีการจัดการที่ชัดเจน

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2496 เป็นปีที่เริ่มมีการจัดการระบบสัมปทานป่าไม้ โดยให้มีการดำเนินการของ 1 บริษัทไม้ต่อ 1 สัมปทานและมีการแบ่งเป็น 30 แปลง แปลงละปี (คือการตัดไม้แปลงละ 1 ปี) โดยมีกรมป่าไม้เป็นผู้อำนวยการในการออกสัมปทานรวมไปถึงการจัดเก็บภาษีต่าง โดยมีการจัดวางพื้นที่ในการปล่อยสัมปทานมากถึง 230,000 ตร.กม. หรือร้อยละ 44 ของพื้นที่ประเทศ ในขณะที่ป่าไม้ของประเทศไทยในขณะนั้นมีพื้นที่ป่าเพียงร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ และจากการเปิดสัมปทานเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ถึง พ.ศ. 2532 ทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงร้อยละ 27.05 ของพื้นที่ประเทศ เหลือเพียงร้อยละ 29 ของพื้นที่ประเทศ

อัตราการลดลงของป่าไม้ในประเทศไทย ในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงร้อยละ 3.5 ต่อปี ในขณะที่หลังจากการประกาศยกเลิกการสัมปทานป่าไม้แล้วนั้น อัตราการลดลงของป่าไม้ในประเทศไทยเหลือเพียงร้อยละ 1.2 ของพื้นที่ประเทศ ในขณะที่หากเราดูตัวเลขจำนวนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2543 นั้นก็จะพบว่าพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศเป็นร้อยละ 33 ของพื้นที่ประเทศ แต่สาเหตุการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่าไม่ ได้มาจากขนาดพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นแต่เป็นเพราะเปลี่ยนอัตราส่วนในการนับ จาก 1:250000 เป็น 1:50000 ซ.ม. เท่านั้น

แต่สถานการณ์การลดลงของผืนป่าในประเทศไทย ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศยกเลิกการสัมปทานป่าไม้มาเป็นเวลามากกว่า 25 ปีแล้วและพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยก็ยังลดลงเรื่อยๆ ตัวเลขอัตราการลดลงของพื้นที่ป่าจากร้อยละ 3.5 ต่อปี เหลือเพียงร้อยละ 1.2 ต่อปี

ก็น่าจะเป็นตัวเลขที่ชี้ให้เห็นว่าสาเหตุที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง ของการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ นั้นคือนโยบายสัมปทานป่าไม้และเป็นการกระทำโดยรัฐ ดังนั้นการที่รัฐขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ป่าในทุกวันนี้ ก็เหมือนกับเป็นการรังแกและโยนความผิดทั้งหมดให้กับชาวบ้าน โดยไม่เคยพูดถึงสิ่งที่ตัวเองทำมาในอดีต

รวบรวมโดย ทีมแอดมินเพจฯ.