Get Adobe Flash player

เลือกนายกโดยตรง โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

กรณี นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ออกมาแจ้งข่าวที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ มีมติเสียงข้างมากในประเด็นข้อเสนอโครงสร้างทางการเมืองเพื่อเสนอต่อ สปช. โดยเห็นควรกำหนดให้ฝ่ายบริหาร หรือ คณะรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง แบบที่เรียกว่า คาบิเนต ลิสต์ ซึ่งให้ทำหน้าที่เฉพาะฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว และ ให้พรรคการเมืองเสนอบัญชีรายชื่อคณะรัฐมนตรี และกำหนดตำแหน่งทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ในแต่ละกระทรวงอยู่ในบัญชีรายชื่อ

ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติ ให้มี 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองกฎหมาย และ ตรวจสอบฝ่ายบริหาร รวมถึงให้อำนาจในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ห้าม ส.ส. และ ส.ว.เป็นรัฐมนตรี นอกจากนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติยังมีอำนาจในการยื่นกระทู้ถามรัฐบาล และ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเมื่ออภิปรายเสร็จสิ้นให้พิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เลย

ส่วนการได้มาของ ส.ส.และ ส.ว. ให้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้ 1 เขต มี ส.ส.ไม่เกิน 3 คน หรือระบบเขตใหญ่เรียงเบอร์ ส่วน ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน  อีกครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกตั้งขององค์กรวิชาชีพ และกลุ่มอาชีพต่าง ๆ

โดยเชื่อว่า การซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะทำได้ยากขึ้น และ การบริหารงานของรัฐบาลที่จะไม่ยึดโยงกับ ส.ส.เนื่องจากประชาชนเป็นผู้เลือกคณะรัฐมนตรีโดยตรง และจะสามารถแก้ปัญหาการต่อรองตำแหน่ง และประโยชน์ต่างตอบแทนระหว่าง ส.ส.และคณะรัฐมนตรี

แน่นอนว่า เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากหลายฝ่าย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

อย่างเช่น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มองว่า หากมีการเลือกฝ่ายบริหารโดยตรง มาใช้ระบบแบ่งแยกอำนาจ น่าจะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น เพราะคนที่มาจาการเลือกตั้งโดยตรงก็จะอ้างคะแนนเสียงประชาชนตลอดเวลา ทำให้การตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบ และจะทำให้เกิดความรับผิดชอบยากขึ้น อีกทั้งมองว่าแแนวทางดังกล่าวไม่ตรงกับการแก้ไขปัญหา เว้นแต่ว่าจะออกแบบระบบให้เกิดความรับผิดชอบที่ชัดเจน

การพยายามที่จะเปลี่ยนโครงสร้างโดยไม่ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำให้เหมือนกับการเริ่มทดลองกันใหม่ แต่ถ้าคงรูปแบบของรัฐสภาเดิมไว้ และคิดว่าทำอย่างไรให้คนที่จะเข้าสู่อำนาจต้องรับผิดชอบกับการกระทำที่เกินขอบเขต การกระทำที่ผิดกฎหมาย ทุจริตคอร์รัปชั่น น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากกว่า

ความเห็นของ "ดิเรก ถึงฝั่ง" สมาชิก สปช. สัมภาษณ์ โดย ศักรินทร์ เข็มทอง สะท้อนว่าการเลือกนายกฯ โดยตรงไม่ใช่ทางออกในการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงแล้วก็นำมาสู่การเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง มันแก้ไม่ได้ถ้ามีเหตุผลแค่เรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง แล้วมาเลือกนายกฯ โดยตรง เหตุผลอื่นมันจะตามมาอีกเยอะมาก มันเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถจะทำได้ ถ้าคนมันจะซื้อเสียง จะเลือกโดยอะไรมันก็ซื้อได้ทั้งนั้น มันเป็นการแก้ที่ผิดวิธี ส่วนตัวดูแล้วว่า นอกจากผิดวิธีแล้ว ปัญหาจะมีตามมาอีกมากมาย

อย่างแรก การเลือกนายกฯหรือ ครม.โดยตรง เป็นระบบแบ่งแยกอำนาจที่สหรัฐอเมริกาใช้กัน มันไปใกล้เคียงกับการเลือกประธานาธิบดีมาก

โครงสร้างการเมืองที่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเขาใช้กัน มีอยู่ด้วยกัน 3 โครงสร้าง 1.ระบบควบอำนาจ ซึ่งไทยเราเองเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้ระบบนี้อยู่ คือทั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัติญัติ ทำงานด้วยกัน เป็นเหมือนคนคนเดียวกัน ทำงานแบบเดียวกัน 2.ระบบแบ่งแยกอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกาใช้อยู่ คือ เลือกประธานาธิบดี และ 3.แบบผสม คือผู้บริหารมีอำนาจมาก หรือที่เรียกว่า ระบบกึ่งประธานาธิบดี คือมีทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี ฝรั่งเศสใช้ระบบนี้อยู่ ถามว่าทั้ง 3 ระบบนี้เป็นประชาธิปไตยไหม มันก็เป็นทุกระบบ เพราะฉะนั้นเราจะใช้ระบบไหน มันก็ถูกต้องหมด แต่ต้องไม่ลืมว่า ในเมืองไทย เขามองตรงเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียงมากจนเกินเหตุไป พยายามจะออกกฎหมายจะสร้างระบบอะไรมาป้องกันในเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง มันป้องกันไม่ได้หรอก ถ้าคนมันจะโกง

ในขณะที่คุณเจือ รัตนพันธุ์ สื่อมวลชนไทยในนครซานฟรานซิสโก ได้แสดงความเห็นผ่าน เฟซบุ๊ค Jua Rattanaphun กลับมองว่า

เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปการเมืองโฉมหน้าใหม่ ของ ประธานกรรมธิการปฏิรูปการเมือง ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ที่หยิบประเด็นการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง กับ คณะรัฐมนตรี มาด้วยกันทั้งคณะ

นอกจากจะเปิดโฉมหน้านายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคแล้ว จะเปิดโฉมหน้า คณะรัฐมนตรีมาให้เลือกด้วย ว่าคณะรัฐมนตรีที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้น มีกลุ่มไอ้เสือ โจร ที่เคยปล้นประเทศ เข้ามาบ้างหรือเปล่า มีเบื้องหน้าเบื้องหลังค้าของเถื่อน เปิดบ่อนเถื่อน อะไรกันมาบ้างไหม

รัฐมนตรีเศรษฐกิจ, พาณิชย์ มีความรู้ความสามารถแค่ไหนอย่างไร คุณเจือว่าจะให้ประชาชนได้ตรวจสอบพิจารณา และโดยเฉพาะบุคคลที่จะเสนอตัวมาเป็นนายกฯของพรรคการเมืองนั้น มีบารมี วุฒิภาวะ พร้อมที่จะนั่งเป็นผู้นำประเทศหรือไม่ นี่แหละสำมะคัญครับ

ดีไม่ดีเสนอบุคคลที่สังคมรับไม่ได้ คงจะแพ้ตั้งแต่ประกาศรายชื่อ

ถ้าจะกล่าวโดยสรุป สิ่งที่บางท่านเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ล้วนเป็นความคิดเห็นที่แสดงออกมาห่วงใยกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น อาจเป็นอย่างที่คิด หรือไม่ใช่อย่างที่คิด ก็เป็นได้ทั้งสิ้น

แต่ก็น่าดีใจ ในประเด็นถกเถียงก็คือ หลายฝ่ายได้ใช้ความพยายาม ที่จะให้มีการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง ทั้งคนที่ปฎิบ้ติงานอยู่ในระบบที่ได้รับมอบหมาย ทั้งประชาชนที่มองด้วยความห่วงใย

เรื่องนี้ยังไม่สรุป ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เสดงความเห็นต่อไปได้อีก จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ทุกคนก็ย่อมมีเหตุผลมารองรับ ว่าใครจะน่าเชื่อถือกว่ากัน

แต่สิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน คือเรื่องที่เร่งด่วนกว่า คือทำอย่างไรให้เกิดการปฏิรูปพลังงาน ให้คนไทยได้ใช้น้ำมันในราคาที่ถูกลง ขจัดพวกผูกขาด เอาเปรียบออกไป

สิ่งเร่งด่วนอีกสิ่งคือ การเอาจริงเอาจังปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นให้ราบคาบ เอาคนผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ใครก็ตาม รัฐบาลใดก็ตาม ถ้าทำสองสิ่งนี้ได้สำเร็จ ท่านก็จะเป็นขวัญใจประชาชน.