Get Adobe Flash player

ของเล่นอันตราย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

วาระดิถีขึ้นปีใหม่ ถือเป็นวันตั้งต้นหรือเริ่มต้นใหม่ ใบไม้อ่อน สดใสรับตะวันรอการเติบโต วันใหม่ของดอกตูม ที่รอการเบ่งบานสวยงาม

ในขณะที่ดอกเก่าเริ่มโรยรา ไร้ความน่าสนใจจากหมู่ผีเสื้อและแมลง ใบไม้เก่าที่รอวันร่วงลงพื้นดินกลายเป็นดินเป็นปุ๋ย เป็นอาหารของต้นไม้

ปีใหม่สำหรับคนที่ย่างเข้าวัยสูงอายุ ก็เหมือนดอกไม้ดอกเก่า

แต่สำหรับพวกเรา อย่าปล่อยให้ตัวเองโดดเดี่ยว เหี่ยวเฉานะครับ หาเพื่อน หาคนที่รักกันไว้พูดคุยสนทนาพาที เพื่อให้เป็นน้ำทิพย์ชะโลมใจ

อย่าปล่อยให้ความเหงา ความซึมเศร้าเข้ามาครอบงำ คนสูงวัยบางคนแม้จะห่างญาติพี่น้อง หรือถูกลูกหลานทอดทิ้ง ก็อย่าเสียใจ เพราะพวกเขาก็ต้องก้าวไปข้างหน้า เติบโตตามวิถีชีวิตของเขา

เราเอง ก็ต้องดำรงอยู่ด้วยตัวของเราให้ได้ มีเพื่อนพ้องเท่าที่เรามี รักษามิตรภาพ ถนอมน้ำใจกันและกันให้นานที่สุด

เพื่อนแม้มีไม่มาก ก็มีความสุขได้ ร้อนไหม หนาวหรือเปล่า สุขภาพดีหรือไม่ สุขทุกข์เป็นอย่างไร ถ้ารับรู้ถึงกัน ก็จะเป็นกำลังใจ

ขอสวัสดีปีใหม่กับทุกท่านอีกครั้งนะครับ

และในช่วงปีใหม่นี้เช่นกัน ขณะที่ผู้คนแสวงหาความสุข เช่นการไปวัดสวดมนต์ข้ามปี เพื่อการเริ่มต้นที่ดี แต่บางคนกลับเลือกที่จะใช้ชีวิตให้เป็นอันตรายต่อผู้อื่น หรือฉลองเทศกาลโดยไม่ห่วงชีวิต

เราพูดเรื่องเหล่านี้กันเกือบทุกปี แต่ดูเหมือนทุกอย่างยังเหมือนเดิม

วันหยุดยาวเพื่อให้คนไทยทั้งประเทศร่วมฉลองปีใหม่ ผลปรากฎว่าในรอบ 7 วันอันตราย มีการสรุปผลโดยศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ถึง 5 มกราคม 2558 

เกิดอุบัติเหตุรวม 2,997 ครั้ง  ผู้เสียชีวิตรวม 341 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,117 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มโดยผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงาน

อุบัติเหตุเพราะเมาสุรา ยังมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเมาเอง แล้วเกิดอุบัติเหตุเอง ก็ถือว่ากรรมใดใครก่อ แต่เท่าที่เป็นข่าว ส่วนใหญ่เป็นการทำให้คนอื่นเดือดร้อน ที่อาจเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

และน่าเสียดายที่หลายชีวิตต้องจบลงเพราะการกระทำที่ไร้สติของผู้อื่น

นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งครับ เมาแล้วยิงปืนขึ้นฟ้า กระสุนตกใส่ผู้คนหลายท้องที่ในประเทศไทย โดนทั้งเด็กที่นอนหลับอยู่ และผู้ใหญ่ที่ไปวัดสวดมนต์ หรือนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน ถูกกระสุนเจาะหัว 

แต่โชคยังดีอยู่บ้าง ที่ปีนี้ เหยื่อกระสุนไม่มีผู้ใดเสียชีวิต

ที่วิจารณ์กันมากในโลกโซเชียลเป็นคลิปวิดีโอ ฉลองวันปีใหม่ที่นครปฐม เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ 8 คน ออกมายืนหน้าอาคารพาณิชย์ ทุกคนชักปืนยิงขึ้นฟ้ารัวจนหมดแม็คอย่างคึกคะนอง โดยไม่สนใจว่ากระสุนจะไปตกที่ไหน จะเกิดอันตรายกับใคร น่าตื่นตกใจอย่างยิ่งเพราะกระสุนที่ตกลงมา มีวิถีทำลายไม่ต่างจากการยิงตรงๆ

อีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่เชียงใหม่ ก่อนหน้านั้นมีการรณรงค์ให้ระวังเกี่ยวกับการลอยโคม หรือ โคมลอย ที่อาจทำให้เกิดอันตราย

ล่าสุดมีข่าวว่า โคมลอย ไปตกใส่หลังคาโรงรถของบ้านหลังหนึ่ง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ เจ้าของบ้านซึ่งสะสมรถโบราณไว้สองคัน ถูกไฟเผาเสียหายหมด

ยิ่งไปกว่านั้น พบว่าเครื่องบินโดยสารลำหนึ่ง ได้ดูดโคมที่ลอยอยู่บนฟ้าเข้าไปในเครื่องยนต์ ยังโชคดีที่กัปตันสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ทำให้ต้องส่งเครื่องบินไปตรวจเช็คอย่างละเอียด โดยงดการบินในเที่ยวถัดไป

ลองคิดดู ถ้าโคมลอย ยังมีไฟติดอยู่ แล้วถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ จะเกิดเป็นโศกนาฎกรรมที่ไม่มีใครสามารถรับผิดชอบได้ไหว

ไม่ใช่แค่นั้น ทางสนามบิน ยังพบโคมที่ลอยมาตกในลานบินอีกเป็นจำนวนมาก

ประเพณีของคนโบราณของล้านนา กล่าวเอาไว้ว่า “ยี่เป็งเล่นไฟ ปีใหม่เล่นน้ำ” หมายความว่า ประเพณีลอยโคม จะทำในเทศกาลลอยกระทงเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานบริการต่างๆ เอาใจนักท่องเที่ยว มีการลอยโคมกันทุกฤดู ทุกพื้นที่ แม้กระทั่งวัดบางแห่ง ก็มีโคมลอยไว้ขายให้กับคนที่มาเที่ยววัด

ใครเคยเห็นภาพที่มีการลอยโคม นับร้อยๆ ขึ้นฟ้าพร้อมๆ กัน จะเห็นเป็นภาพที่สวยงาม แต่ในความสวยนั้นทำให้เกิดอันตราย สำหรับบ้านเมืองในยุคนี้

การลอยโคม ได้เริ่มลามไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ก็ได้มีการเตือนให้เฝ้าระวัง อย่างเช่นที่เขาใหญ่ ถ้าโคมลอย ไปตกบนต้นไม้แล้วลามไหม้ป่า จะเสียหายขนาดไหน

เรื่องเช่นนี้ สังคม รวมทั้งภาครัฐ จะต้องมีมาตรการ ระวังที่ต้นเหตุ โดยไม่ละเลย ต้องล้อมคอก ก่อนที่วัวจะหาย

ครับ ถึงเวลาหรือยังที่สังคมจะเลิกเล่นของที่เป็นอันตราย

ไม่ว่า ลอยโคม ประทัดยักษ์ หรือยิงปืนขึ้นฟ้า ฯลฯ

ในแต่ละปี มีผู้คนบาดเจ็บ และถึงตายกับการเล่นเหล่านี้ แต่ดูเหมือนชีวิตของคนบ้านเรา จะไร้ราคาในสายตาผู้ที่มีอำนาจดูแลบ้านเมือง

ความเชื่อที่ว่าการลอยโคม คือการลอยเคราะห์ แต่ผู้ลอยกลับผลักเคราะห์ไปให้คนอื่น ในทางศาสนา ถือว่ายิ่งเป็นการเพิ่มบาป เพิ่มเคราะห์

เด็กนิ้วขาดแขนขาด ตาบอด และถึงตายจากการเล่นประทัด หรือวัตถุระเบิดที่สามารถหาซื้อได้ง่ายดายตามท้องตลาด โดยที่ผู้ขาย รวมทั้งผู้ดูแลบ้านเมือง ไม่ต้องรับผิดชอบ

บั้งไฟที่จุดขึ้นฟ้า แต่กลับพุ่งขนานกับพื้น กลายเป็นจรวดที่เข้าถล่มผู้คนบ้านเรือน ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ ล้วนต้องจับเข่าคุยกัน อะไรที่เลิกได้ก็ควรลดควรเลิก แต่ถ้าเลิกไม่ได้ ต้องมีมาตรการ มีกฎหมายควบคุมที่ชัดเจน

นอกเรื่องอีกนิดนะครับ

เรื่องของอันตรายจากหมวกกันน็อก ที่มีการรณรงค์ให้ใช้เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ นั้นถูกต้องที่สุด แต่ควรทำให้เป็นกฎหมายว่า คนสวมหมวกกันน็อกได้ เฉพาะตอนขับขี่รถจักรยานยนต์เท่านั้น ห้ามสวมออกมาเดินข้างนอก และหมวก ต้องออกแบบให้เห็นใบหน้าของผู้สวมใส่ หากฝ่าฝืนถือว่าผิดกฎหมาย

หน้ากากอนามัยป้องกันควันพิษก็เช่นกัน จะต้องไม่ปิดหน้าตาหัวหู

ที่ต้องเป็นเช่นนี้เพราะปัจจุบัน คนร้ายใช้หมวกกันน็อก ใช้หน้ากากพรางตัว ไปกระทำความผิด ไปปล้น ไปทำร้ายผู้คน

สังคมที่ดี เราต้องรับผิดชอบร่วมกันนะครับ อะไรที่เป็นอันตราย ต้องขจัดปัดเป่าให้เกิดความปลอดภัย

โดยเฉพาะคนที่เป็นอันตราย ยกพวกออกมาอาละวาด ยิงปืนใส่ผู้คนที่บริสุทธิ์ ใช้ไฟเผาคนอื่นทั้งเป็น เอาน้ำกรดสาดหน้า

อาจต้องใช้กฎหมายพิเศษแบบของ “จอมพลสฤษดิ์” กลับมาใช้อีกครั้ง