Get Adobe Flash player

สงกรานต์ ปีใหม่ไทย

Font Size:

 

ช่วงเวลาของ “วันสงกรานต์” กลับมาอีกครั้ง จึงอยากจะขอนำเรื่องราวปีใหม่ของชาวไทยมาเล่าสู่กันฟังอีกรอบ ในแง่มุมของปริศนาธรรม ในความหมายของโบราณที่ซ่อนอยู่ในประเพณี

ความจริง “สงกรานต์” ในความหมายของ “ปีใหม่” ควรเรียกว่า “มหาสงกรานต์” จึงจะถือว่าถูกต้อง เพราะ “สงกรานต์” คือการก้าวขึ้น ย่างขึ้น ซึ่งในรอบหนึ่งเดือนจะมีสงกรานต์ครั้งหนึ่ง

แต่คำว่า “มหาสงกรานต์” หมายถึง สงกรานต์ใหญ่ พระอาทิตย์ย่างขึ้นสู่ราศีใหม่ ครั้งใหญ่ ในรอบ 365 วัน

ถ้าพูดถึงความเชื่อของชาวบ้าน ตำนานของสงกรานต์ เริ่มจาก “ท้าวกบิลพรหม” ผู้เป็นใหญ่ ไปทายปัญหากับ “ธรรมบาลกุมาร” ถึงขั้นเดิมพันกันด้วยการตัดศีรษะ ใครแพ้ต้องหัวขาด โหด น่ากลัวกว่า “รัสเซียนรูเล็ต” ในรุ่นหลังเสียอีก เพราะคนหนึ่งคนใดต้องตายแน่นอน

ปรากฏว่า ธรรมบาลกุมาร ตอบปัญหาได้ ท้าวกบิลพรหมจึงต้องตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาร

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าประมาทผู้ที่เล็กกว่าหรือด้อยกว่า อย่าเล่นการพนันโดยขาดสติ เพราะจะนำพาไปสู่ความวิบัติ

ปัญหา ที่ถามนั้นมี 3 ข้อคือ 1. เช้าราศีอยู่แห่งใด 2. เที่ยงราศีอยู่แห่งใด 3. ค่ำราศีอยู่แห่งใด ได้ให้เวลาในการศึกษาเพื่อตอบคำถาม 7 วัน

ความจริงธรรมบาล ก็ไม่รู้คำตอบ กลุ้มใจมากต้องไปนั่งดับกลุ้มใต้ต้นไม้ และบังเอิญรู้ภาษานก ได้ยินครอบครัวนกอินทรีคู่หนึ่งคุยกัน แม่นกถามสามีว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหนดี พ่อนกก็บอกว่าไม่ต้องไปไหนไกล เพราะพรุ่งนี้เราจะได้กินเนื้อธรรมบาลแน่นอน

เพราะไม่มีทางตอบปัญหาง่ายๆ ของท้าวกบิลพรหมนี้ได้ แม่นกถามว่าทำไมถึงคิดว่าง่าย ก็เพราะฉันรู้คำตอบ พร้อมกับเฉลยว่า 1.เช้าราศีอยู่หน้า คนจึงเอาน้ำล้างหน้า 2.เที่ยงราศีอยู่อก คนจึงเอาเครื่องหอมประพรมอก 3.ค่ำราศีอยู่เท้า คนจึงเอาน้ำล้างเท้าก่อนนอน

ธรรมบาลได้ยิน รุ่งขึ้นก็ตอบตามที่นกอินทรี คุยกัน ตอบด้วยความไม่แน่ใจ แต่ปรากฏว่าถูกต้อง ทำให้รอดตายอย่างหวุดหวิด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รู้หลายภาษา ดีกว่ารู้ภาษาเดียว โดยเฉพาะภาษาของพญาอินทรี

และนิทานก็สอนนกอินทรีด้วยว่า อย่าคาดหวังกับวันพรุ่งนี้มากเกินไป

ท้าวกบิลพรหมนั้นมีฤทธิ์ แม้ศีรษะที่ตัดออกไป ถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง

จึงต้องเป็นภาระของ ธิดาทั้ง 7 ของท้าวกบิลพรหม ซึ่งประกอบด้วย

ทุงษ, โคราค, รากษส, มัณฑา, กิริณี, กิมิทา และ มโหทร

ที่จะต้องผลัดกันปีละครั้ง เพื่อเอาพานมารับศีรษะท้าวกบิลพรหมเอาไว้ โดยเริ่มจากธิดาคนพี่

เมื่อรับแล้วก็แห่ทำประทักษิณ เดินวนขวา รอบเขาพระสุเมรุมาศ ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในมณฑป “ถ้ำคันธุลี” เขาไกรลาศ

จนครบกำหนด 365 วัน ธิดาทั้ง 7 ก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม มาทำพิธีใหม่ ทั้ง 7 นางนั้นท่านให้เรียกว่า “นางสงกรานต์”

เพราะฉะนั้นหากชุมชนใดมีการประกวดเทพีสงกรานต์ถ้าจะให้ถูกต้อง ควรมีรองเทพี 6 คน เพื่อให้ครบตามจำนวน

ตรงนี้ หากมองอย่างปัจจุบัน ถือว่าทั้ง 7 นางคือผู้เสียสละอย่างยิ่งใหญ่ ภาระของเธอนั้น แต่ละปี แต่ละคน สามารถปกป้องแผ่นดินแผ่นฟ้ามหาสมุทร และมนุษย์ ไม่ต้องให้เจอกับภาวะโลกร้อน

ในทางตรงกันข้าม บางคนนั้น แม้ตายแล้ว ก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้คนรุ่นหลังไม่สิ้นสุด

ความเชื่อเรื่องสงกรานต์มาจากประเพณีของชาวพม่า เป็นผู้ริเริ่ม เราจะเห็นว่าในประเทศไทย “วันสงกรานต์” จะเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยเชื้อสายมอญ ทั้งนี้เพราะมอญใกล้ชิดกับพม่า

เช่นเดียวกับชาวเชียงใหม่ ที่รับเอาวัฒนธรรมของพม่าไว้มาก

ไทยเราถือเอาวันมหาสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2483 รัฐบาลอันเป็นที่รักของประชาชน ก็ให้เปลี่ยนมาใช้วันปีใหม่อย่างฝรั่ง คือวันที่ 1 มกราคม

แต่วันมหาสงกรานต์ ก็ยังมีความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

มีพิธีทำบุญตักบาต ขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทราย ปล่อยนกปล่อยปลา

สรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระสงฆ์ รดน้ำผู้ใหญ่ ขอพรจากท่าน

ทำความสะอาดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอาราม พระพุทธรูป และทำความสะอาดบ้านเรือน โดยใช้น้ำเป็นตัวแทนของการชำระล้าง

การสาดน้ำกัน ก็ถือเป็นการทำความสะอาดไปถึงใจของกันและกัน เพื่อเตรียมพร้อมในวันใหม่และปีใหม่ที่เวียนมา

แต่ก็น่าห่วง เพราะสงกรานต์บ้านเราผิดเพี้ยนไปจากเดิมมาก มีทั้งเอาน้ำแข็งสาดกัน เอาถังใส่น้ำสาดมอเตอร์ไซค์จนล้มคว่ำ เอาเครื่องสูบน้ำฉีดเข้าไปในหน้าต่างรถไฟ โดยเฉพาะชั้นธรรมดาที่หน้าต่างเปิดอยู่ ฯลฯ

แถมดื่มเหล้ากันเมามาย ขับรถทำให้เกิดอุบัติเหตุ ปีหนึ่งๆ คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องสังเวยชีวิตมากมาย

จนมีคนเอามาเล่าเป็นเรื่องโจ๊ก ว่าประเทศไทยมีดำริจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ก็มีคนติงว่าโรงไฟฟ้านี้อาจไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน

ก็มีผู้แย้งว่าอย่าห่วงเลย คนที่เสียชีวิตจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งโลกรวมกัน ยังน้อยกว่าที่คนไทยต้องเสียชีวิตในเทศกาลสงกรานต์เพียงปีเดียว

สำหรับงานสงกรานต์ของคนไทยในสหรัฐ ชุมชนตามเมืองต่างๆ มักนิยมจัดกันที่วัด เป็นงานบุญประจำปีของคนไทย

ที่ “ไทยทาวน์” ในเมืองฮอลลีวูด เป็นแหล่งที่มีชุมชนชาวไทยอยู่กันหนาแน่นที่สุด การจัดงาน “ไทยนิวเยียร์เดย์ สงกรานต์เฟสติวัล” หรือ “ปีใหม่ไทย” นอกจากจะอนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่ประเทศไทย ให้ชาวโลกได้รู้จัก ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ที่คุ้มค่า

ให้เขารู้จักประเทศ รู้จักวัฒนธรรม แสดงให้เห็นว่าชนชาติไทยเราก็ “มีราก มีพื้นฐาน” ที่สืบทอดมาจากกระบวนการอันยาวนานของบรรพบุรุษ

รู้จักอาหาร รู้จักแหล่งท่องเที่ยว รู้จักมวยไทย รู้จักสายการบิน ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าก็จะส่งผลทางเศรษฐกิจ ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม

งานในปีนี้ เป็นปีที่ 12 เห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การจัดงานได้พัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เดิมนั้น ก็มีแต่คนไทยมาเที่ยวกันเอง แต่ปัจจุบัน คนต่างชาติ หลายๆ ชาติ รวมถึงเจ้าของประเทศ ได้ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น

เราต้องขอบคุณ ทีมงาน “วันวัฒนธรรมไทย” ในฐานะผู้บุกเบิก ทั้งยังมอบขบวนพาเหรดบนถนนฮอลลีวูด ให้กับงานสงกรานต์ ขอบคุณเจ้าของความคิดที่ริเริ่มให้เกิดงานนี้ขึ้น

ส่วน “ไทยนิวเยียร์เดย์ สงกรานต์เฟสติวัล” จะพัฒนาไปได้อีกมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสังคมไทยจะให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องหรือไม่ รวมทั้งคณะกรรมการที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาทำหน้าที่ จะต้องเสียสละและโปร่งใส บนพื้นฐานของการเห็นแก่ส่วนรวมเพียงใด

เราทั้งหลายก็คงหวังที่จะเห็นชุมชนไทยก้าวไปในทางสร้างสรรค์ เพื่อภาพพจน์ของคนไทยทุกคน.