Get Adobe Flash player

ไปดูละคร ‘ข้างหลังภาพ’ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 

               ละครเวที "ข้างหลังภาพ" เปิดแสดงที่โรงละครคลาสสิค Pasadena Playhouse ในเมือง พาซาดีนา ภายใต้ชื่อ "Waterfall A New Musical" ได้สร้างความรู้สึกตื่นเต้นยินดีให้กับพวกเราคนไทยทั่วหน้า

สำหรับ “ข้างหลังภาพ” เป็นบทประพันธ์ของ “ศรีบูรพา” หรือ “กุหลาบ สายประดิษฐ์” นักคิดนักเขียนหัวก้าวหน้า มีชีวิตอยู่ระหว่าง 31 มีนาคม 2448-16 มิถุนายน 2517 (ค.ศ.1905-1974)

เป็นนิยายรักต่างวัยระหว่างหญิงผู้สูงศักดิ์ ที่มีสามีเป็นนักการทูต กับหนุ่มนักเรียนนอกที่อายุยังน้อย ที่ต่างฝ่ายต่างเก็บงำไว้ จนกระทั่งมาเปิดเผยเมื่อถึงวันสุดท้ายของชีวิต

นับเป็นความคิด “นอกคอก” ของการเขียนนวนิยายมากที่สุดในยุคนั้น จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

มาถึงปัจจุบัน “ข้างหลังภาพ” ถูก “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ นำมาดัดแปลงทำเป็นละครเวที ภายใต้ชื่อ “ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล” ประเดิมเมื่อปี 2551  โดยมี สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว และ สุธาสินี พุทธินันทน์ แสดงนำ ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย

แล้วก็พัฒนาเป็นเวอร์ชั่นอื่นๆ จนมาเป็นเรื่อง “น้ำตก” ที่เปลี่ยนนางเอกเป็นคนอเมริกัน แทนหญิงสูงศักดิ์ชาวไทย

“บอย ถกลเกียรติ” นับเป็นยอดฝีมือในวงการบันเทิงไทย จบไฮสคูล จนถึงปริญญาตรีในสหรัฐ จบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบอสตัน

เริ่มทำงานด้านกำกับละคร ตั้งแต่ปี 2533 ทั้งละครโทรทัศน์ และละครเวที แม้กระทั่งด้านภาพยนตร์ จนมีผลงานมากมาย

เคยได้รับ “รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 29”

เป็นกำลังหลักในการผลิตละครให้กับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในนามของค่าย “แอ็คแซค” ทำให้ทีวีช่องทหารเรตติ้งพุ่งกระฉูด ทั้งที่แต่เดิมคนดูน้อย

ละครโดยฝีมือคนไทย มีดารานำเป็นคนไทย มาแสดงในสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องไม่ธรรมดา เท่ากับเป็นการยกระดับมาตรฐานของศิลปะแขนงนี้ของคนไทย ให้อยู่ในมาตรฐานของสากล

ความรู้สึกที่น่ายินดีประการต่อมา เมื่อเข้าไปนั่งดูตั้งแต่ต้นจนจบ ได้เห็นชาวอเมริกันและคนไทยเต็มโรงละคร แสดงความพึงพอใจ มีเสียงปรบมือกึกก้อง สลับเสียงหัวเราะตลอดเวลาในการชม

ส่วนตัว ผมรู้เรื่องการดูละครแบบนี้น้อยมาก  สำหรับศิลปะแขนงนี้ เคยเรียนแค่วิชาพื้นฐานทั่วไป แบบงูๆ ปลาๆ ในวิชา “มิวสิค แอพริชิเอชั่น” สมัยเรียนชั้นอุดมฯ ก่อนคืนให้ครูไปจนหมดสิ้น

ยังโชคดีที่ได้เรียนกับอาจารย์ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยลอนดอน ศ.ดร.กำธร สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  เป็นผู้สอน

อาจารย์บอกว่า ฝรั่งเขานับถือผู้ที่เรียนสาขาดนตรี รวมทั้งวิชาศิลปะแขนงต่างๆ เท่าๆ กับที่คนไทยนับถือ คนที่เรียนแพทย์ หรือวิศวะ

ต้องขอบคุณอาจารย์ ที่สอนวิธีดูดนตรี ฟังดนตรีแต่ละชิ้น ดูการแสดงบนเวที รวมถึงมารยาทในการชมงานคลาสสิคต่างๆ ซึ่งท่านย้ำว่าสำคัญมาก

เป็นอารยธรรมของการชม ที่ละเลยไม่ได้

เคยดูละครเวทีในอเมริกา รวมทั้งดูคอนเสิร์ตของคนดังๆ ที่นี่ นับครั้งได้ แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกประทับใจในการชมละครครั้งนี้ (เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา) ก็ต้องบอกว่ามีมากมาย

และก็พบว่าคนไทยที่ไปดูการแสดง ต่างก็ดูดีไปหมด ทั้งช่วงเวลาที่รอคอย และตลอดเวลาที่เข้าชม ไม่มีใครพูดคุยกัน หรือเล่นโทรศัพท์มือถือให้คนเขาดูถูกไปถึงประเทศ ยิ่งเห็นองค์ประกอบโดยรวมของการแสดง ผมว่านอกจากไม่ทำให้ขายหน้าชาวต่างชาติแล้ว ยังเพิ่มเครดิตให้กับคนไทยอีกมากมาย

ผมนั่งดูละครเรื่องนี้ด้วยความตั้งใจ โดยเฉพาะ ดูฉาก ดูแสง ดูองค์ประกอบของกลุ่มคน ในช่วงเวลาของการแสดง การเคลื่อนไหว การต่อเนื่องในบท คำพูด ตลอดจนกิริยาท่าท่าง แล้วก็ลืมตัว เผลอคิดไปว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

“ข้างหลังภาพ” เริ่มฉากแรกที่ประเทศญี่ปุน ในปี ค.ศ. 1933 “จากภาพสีน้ำ ที่ประดับอยู่ที่ฝาบ้าน” เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่าเรื่อง

ตรงกลางของภาพเป็นน้ำตก ไหลลงมาจากหน้าผา ลงมาตามแก่งหิน สู่ธารน้ำด้านหน้า รายล้อมไปด้วยผืนป่า ในฤดูที่ใบไม้เป็นสีเหลือง สีส้ม และสีแดง

เจ้าของภาพวาดนี้เป็นฝีมือสุภาพสตรีชาวอเมริกัน ซึ่งแต่งงานกับชายต่างวัยซึ่งเป็นนักการทูตชาวไทยประจำอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น จากความเห็นชอบของผู้ใหญ่

จนกระทั่งได้พบกับนักเรียนทุนหนุ่มน้อย ที่เดินทางมาจากประเทศไทย ความสนิทสนมได้กลายมาเป็นความรัก  และเป็นรักต้องห้ามที่เก็บงำมาจนถึงช่วงเวลาที่ใกล้สิ้นลม เธอได้บอกความในใจ และได้มอบภาพนี้ให้กับชายซึ่งเป็นที่รัก

ข้างหลังภาพน้ำตก จึงมีความหมาย ที่บอกเล่าเรื่องราว และความทรงจำที่แสนงดงาม และเจ็บปวด ในอดีตที่ซ่อนอยู่  

มีหลายตอนที่ต้องน้ำตาซึม อย่างเช่นฉากที่ต้องจากกันครั้งแรก พระเอกส่งนางเอกลงเรือ ฉากที่นางเอกมารับพระเอก และได้พบว่าคู่หมั้นพระเอกมารับด้วย รวมไปถึงฉากสุดท้าย ที่นางเอกกำลังป่วยในระยะสุดท้าย รอพบเพื่อจากกับพระเอกอีกครั้ง เธอ ถาม “นวล” คนรับใช้ประจำตัวว่า “ฉันสวยหรือยัง”

สำหรับอุปกรณ์ประกอบฉาก ทำให้การเล่าเรื่องเป็นไปอย่างสมจริง ไม่ว่าจะเป็นรถเข็น กระเป๋าเดินทาง คาร์โก้ โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน ฯลฯ จัดหาได้ตรงตามยุคสมัย

ทำให้ย้อนไปยังบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1933 นึกถึงรถราที่วิ่งอยู่ตามท้องถนน กับสภาพบ้านเมืองในยุคนั้นได้อย่างกลมกลืน

“คุณจ๊ะ” ศศวัต บุษยพันธ์ ผู้ออกแบบฉากและกำกับฉากในละครเรื่องนี้ บอกเราว่า ความก้าวหน้าในการสร้างฉากของละครเวทีในอเมริกา ก้าวไปไกลมาก แต่เดิม เราใช้ฝ่ายศิลป์ และฝ่ายช่างเป็นผู้สร้างฉาก

แต่ที่นี่ฉากสร้างโดย “วิศวกร” ควบคุมกลไกทั้งหมดโดยคอมพิวเตอร์

เมื่อสร้างโปรแกรมเสร็จแล้ว คนมีหน้าที่แค่กดปุ่ม เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ดำเนินการตามโปรแกรมที่กำหนดไว้

ครับ นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผมมีความรู้สึกว่า ตัวเองกำลังเดินตามโลกไม่ทัน รวมทั้งสิ่งที่เคยเรียนรู้อยู่กับตัว ถูกความก้าวหน้าแย่งชิงไปจนหมดสิ้น

สมัยที่ยังเรียนวิชาช่าง ผมฝึกเขียนภาพเหมือนอย่างอดทนมานานหลายปี เคยเขียนรูปคนที่มีความสูงกว่าตึกสองชั้นก็ทำได้

ฝึกเขียนป้ายบนผ้า โดยการนำผ้าเป็นพับ คลี่ลงบนพื้น แล้วเขียนตัวหนังสือแบบไม่ต้องร่างด้วยแปรงใหญ่ๆ

เดี๋ยวนี้การเขียนตัวหนังสือทำป้าย และการเขียนภาพเหมือนกำลังพ้นสมัย เพราะสามารถใช้คอมพิวเตอร์ทำ ง่าย ประหยัดและสวยกว่า ดีกว่าเป็นสิบ เป็นร้อยเท่า

ยุคเล่นกล้อง ฝึกถ่ายรูป ตั้งแต่เลือกฟิล์ม ตั้งค่าแสง และความเร็วของชัตเตอร์ ตามลักษณะของภาพและช่วงเวลา ฝึกเข้าห้องมืดล้าง อัดรูป ทำฮาร์ฟโทน ฯลฯ

แล้ววันหนึ่ง กล้องยุคใหม่ ถูกออกแบบให้เป็นอัจฉริยะสามารถปรับตัวเองอย่างอัตโนมัติ โดยช่างภาพมีหน้าที่กดชัตเตอร์ เท่านั้น

ย้อนไปประมาณปี 2519 เคยทำฉากละครเพลงจากวรรณคดี ที่โรงละครแห่งชาติมาสองเรื่อง เราต้องออกแบบ ตอกไม้ ทำคัทเอ้าท์ ทำขาหยั่ง ใส่ล้อเลื่อน วาดรูประบายสี ทำก้อนหินจากโครงไม้ไผ่ แล้วปิดด้วยกระดาษทากาว ทำแม่น้ำด้วยผ้าแพรและพัดลม ฯลฯ

เรื่องเหล่านั้นมันพ้นสมัย ไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

แต่ก็ยังโชคดี ที่วันนี้ได้เห็นความก้าวหน้าของละครเวทีในแนวใหม่ ไม่ว่าฉาก สี และแสง ที่ล้ำไปอีกสมัยหนึ่ง ซึ่งน่าภูมิใจว่า คนไทยรุ่นใหม่ตามความเจริญของโลกได้ทัน

เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง มีการระดมสมองกลับบ้าน เคยคิดอยากไปช่วยชาติหากมีใครมาติดต่อให้ไปช่วย

แต่ผ่านไปไม่กี่ปี สมองอย่างเรา จะเอาไปทำอะไรได้

ก็น่าชื่นชม สำหรับ ละครเวที ข้างหลังภาพ ที่วันนี้คนไทยรุ่นใหม่ของเราสามารถยืนอยู่บนมาตรฐานที่เป็นสากล

ชื่นชมดารานำ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ที่ถ่ายทอดคำพูด การร้อง เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างยอดเยี่ยม

ชื่นชมทีมงานทุกคน

ละครเวทีเรื่องนี้ จะสร้างความประทับใจให้กับคนไทยไปอีกนานทีเดียว

ส่วนท่านที่ยังไม่ดู ยังมีโอกาสอีกหนึ่งรอบ ซื้อบัตรได้ที่สภาสตรีไทย คุณศรีวงศ์ อาญาสิทธิ์ และทีมงาน หรือที่ “คุณนิด” วราภรณ์ เกษมศิลป์ อดีตนายกสมาคมไทย ผู้ประสานงาน

หรือจะดูรายละเอียดจากข่าว ของเสรีชัยฉบับนี้ครับ