Get Adobe Flash player

อย่าล้อเล่นกับความเป็นความตาย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ท่านผู้อ่านคงพอจำได้ ข่าวที่ “เสรีชัย” นำเสนอไปเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวถึงโรงพยาบาลอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ บ่อบาดาลแห้ง ประปาไปไม่ถึง ต้องใช้รถบรรทุกน้ำวันละ 24 เที่ยว มาใช้ดูแลผู้ป่วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลสันป่าตอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐ ตั้งอยู่ที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องรับภาระคนไข้จำนวนมาก

ที่น่าเศร้าคือ น้ำบาดาลขาดแคลน ไม่มีน้ำใช้ ต้องใช้รถบรรทุกขนน้ำวันละ 24 เที่ยว 

การประปาเข้าไปไม่ถึง และถ้าจะให้ต่อท่อเข้าไป การประปาเรียกเก็บเงินค่าวางท่อถึง 3 ล้าน 5 แสนบาท จึงจะต่อท่อประปาให้

นายแพทย์ วิรัช  กลิ่นบัวแย้ม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสันป่าตอง แจ้งว่าโรงพยาบาลสันป่าตอง ได้ประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ปลายเดือน กันยายน 2556  บ่อบาดาลที่เคยใช้เกิดแห้งลง   โรงพยาบาลสันป่าตองได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1 ลำปาง มาดำเนินการ      ขุดเจาะบ่อบาดาลให้จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งการขุดเจาะบ่อบาดาล ครั้งที่ 1 เมื่อต้นเดือน ตุลาคม 2556 จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2556     ไม่สามารถเจาะได้เพราะพื้นดินโรงพยาบาลเป็นทรายละเอียด และชั้นน้ำอยู่ลึก

โรงพยาบาลต้องดำเนินการแก้ไขเบื้องต้นในการจัดรถบรรทุกน้ำ ขนน้ำจากแหล่งต่างๆ มาบำบัดให้เป็นน้ำสะอาดพร้อมใช้กับโรงพยาบาล อัตราการใช้น้ำวันละ 120,000 ลิตร/วัน และได้รับการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำจากองค์การบริหาร     ส่วนท้องถิ่น มาช่วยบรรทุกน้ำเฉลี่ยวันละ  24 เที่ยว/วัน  ซึ่งการขนน้ำมีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร      ทำให้ไม่สามารถขนน้ำได้ทันต่อการใช้  ทำให้โรงพยาบาลประสบกับความเดือดร้อนมากเป็นระยะเวลานานกว่า 9 เดือน  

และครั้งที่ 2 ประมาณเดือนกรกฎาคม 2557  กรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่ 1 ลำปาง ได้มาทำการเจาะบ่อบาดาล  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ลึก 240 เมตร ให้โรงพยาบาลสันป่าตอง โดยอัตราไหลของน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ซึ่งพอเพียงต่อการบริโภค โดยใช้เครื่องสูบน้ำขนาด 7.5 แรงม้า หย่อนลงในบ่อบาดาลมีความลึก 120 เมตร มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 ถึงเดือน มกราคม 2558 บ่อบาดาลดังกล่าวแห้งไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาจากบ่อได้  ทำให้เครื่องสูบน้ำชำรุด               

และโรงพยาบาลสันป่าตองได้ตามช่างผู้ติดตั้งมาตรวจสอบ พบว่าปริมาณน้ำในบ่อลดลงอย่างมาก        ทำให้เครื่องสูบน้ำไม่ขึ้น  ลอยน้ำไม่เข้าไปในเครื่องสูบเกิดความร้อนสูงไหม้เสียหายใช้งานไม่ได้            ต้องใช้เครื่องสูบน้ำเครื่องใหม่และต้องหย่อนลงไปในบ่อลึก  140 เมตร จึงจะสามารถนำน้ำมาผลิตประปาได้อีกครั้ง

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 ได้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำอีกครั้ง จึงได้ทำการตรวจสอบระบบประปา พบว่าน้ำในบ่อบาดาลแห้งและต้องหย่อนลงไปในบ่อลึก  170 เมตรแต่อัตราไหลของน้ำลดลงไม่สัมพันธ์กับการทำงานของเครื่องสูบน้ำต้องรอให้ปริมาณน้ำไหลล้นเครื่องสูบน้ำ  ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง  จึงจะสามารถสูบน้ำมาให้อุปโภค บริโภคได้ โรงพยาบาลและองค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นต้องจัดรถบรรทุกน้ำ ขนน้ำจากจุดปล่อยน้ำที่การประปาส่วนภูมิภาคอนุญาตให้ใช้อีกครั้งหนึ่งนานกว่า 4 เดือนแล้ว

เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาระยะยาว จึงทำการหารือกับการประปาส่วนภูมิภาคให้วางท่อขยายเขตการให้บริการมายังโรงพยาบาลสันป่าตอง แต่ทางการประปาส่วนภูมิภาคการเงินสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน)

และต้องจ่ายให้ก่อนที่จะมีการดำเนินการวางท่อขยายเขตบริการ ซึ่งไม่สามารถใช้เงินของทางราชการได้ เพราะขัดกับการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ

จึงมีความจำเป็นต้องสมทบทุนเงินที่มาจากการบริจาค โรงพยาบาลสันป่าตองได้พยายามจัดหาเงินจากทุกด้าน ซึ่งรวมถึงการทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อจัดหาแหล่งน้ำ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 นั้น          ซึ่งโรงพยาบาลสันป่าตองรวบรวมเงินได้เพียงจำนวน 1 ล้านบาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)  ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนในการขยายเขตดังกล่าว และอาจต้องปรับแผนให้เหมาะสมกับจำนวนเงินที่มีอยู่จริง

คุณหมอ ผู้อำนวยการ ท่านก็สู้ทุกทาง โดยเฉพาะเรื่องของบประมาณ ในขณะเดียวกันก็ร่วมกับท้องถิ่น วัด ชาวบ้านเร่งหาทุน เร่งแก้ปัญหากันทุกทาง รวมถึงการบอกบุญไปยังที่ต่างๆ รวมถึง ขอความอนุเคราะห์จากคนไทยในนครลอสแอนเจลิส

ผมทราบข่าวนี้ด้วยความรู้สึกสองประการ

ประการแรก ชื่นชมความเป็นนักสู้ของคุณหมอ ที่ต่อสู้ดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อคนไข้ ทั้งๆ ที่ภาระเหล่านี้ควรเป็นของรัฐ

ประการที่สอง รู้สึกหดหู่ใจ

เพราะหน้าที่หาน้ำให้โรงพยาบาล ควรเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง ที่ต้องสั่งการแก้ไขโดยด่วน ไม่มีงบฯ ก็ต้องเร่งหามาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แล้วดำเนินการต่อท่อน้ำทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

ปล่อยให้โรงพยาบาลขาดน้ำ ถือเป็นความผิดของรัฐ เท่ากับเอาความเป็นความตายของประชาชนมาล้อเล่น

สันป่าตอง ไม่ใช่เมืองเล็กๆ ประชากรโดยรอบก็มีความหนาแน่น ย่อมมีความจำเป็นที่จะเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขคนป่วย ต้องมีสถานที่สำหรับให้การบำบัดรักษา

ปัจจุบันโรงพยาบาล ก็รับภาระที่หนักหน่วงเพื่อบริการผู้ป่วยให้ทั่วถึง

การปล่อยให้โรงพยาบาลไม่มีน้ำใช้ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ขาดเครื่องมือยังพอทน แต่ขาดน้ำไม่ได้เด็ดขาด

มีเพื่อนๆ น้องๆ ในลอสแอนเจลิส ที่ได้รับการสื่อสารจากคุณหมอฯ ขอความช่วยเหลือมา ต่างก็กุลีกุจอเตรียมระดม จัดงานหาทุน

ผมก็เห็นด้วยและยินดีสนับสนุนตามกำลัง

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะได้เงินกันสักเท่าไร และได้มาก็คงไม่พอ ซึ่งเพื่อนๆ น้องๆ ก็บอกว่า ไม่พอก็ไม่เป็นไร แต่ก็ยังดีกว่าที่ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งก็จริงครับ

แต่สิ่งที่ต้องทำมากกว่านั้น คือการร้องทุกข์ แม้ว่าบางองค์กรที่เคยเป็นความหวัง จะไม่แยแสไม่ยอมรับเรื่อง ไม่ช่วยเหลือ เอาคำร้องขอทิ้งตะกร้า ก็จะต้องไม่ท้อ

เรา ประชาชน ยังความจำเป็นที่จะต้องขยายผลให้กว้างออกไป ใครที่มีเครือข่ายมีญาติก็ช่วยกันกระตุ้นบอกกล่าว ขอร้อง คนละไม้คนละมือ หรือเพื่อให้ถึงมือสื่อใหญ่ในประเทศ ได้ส่งต่อถึงหูของผู้มีอำนาจรับผิดชอบให้ได้