Get Adobe Flash player

ความเห็น ดร.เขียน ธีระวิทย์ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 


อาจารย์เขียน ธีระวิทย์ เป็นใคร ถ้าลองพิมพ์ชื่อไปที่ กูเกิล ก็จะกระจ่างแจ้ง

แต่สำหรับนักศึกษา แม้จะไม่เคยเป็นลูกศิษย์โดยตรง แต่หลายสถาบันก็ใช้ผลงานการค้นคว้าของท่าน เป็นตำราเรียน

วันนี้อาจารย์ ได้แสดงความเห็นไว้ “คอลัมน์ทางด่วนสาย 101” ขออนุญาตนำมาเผยแพร่อีกรอบมาให้ท่านผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณ ส่วนใครจะเห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยเลยก็ตามใจประชาธิปไตยของคุณ

 


"อย่ายอมให้ไทยตกเป็นทาส ของประชาธิปไตยจอมปลอมอีกเลย"

ระบอบประชาธิปไตยจอมปลอมของไทย ได้ผลิตครูบาอาจารย์-นิสิตนักศึกษาที่ไร้คุณธรรม – ไม่รู้อะไรผิดอะไรถูก ออกมามากมาย พวกนี้รู้ปัญหา และชอบมองปัญหาแคบๆ ด้านเดียว ขาดจิตสำนึกที่จะพิจารณาว่า การทำงานการเมืองของพวกเขา จะมีผลกระทบต่อ ผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างไร หรือไม่ สื่อมวลชนก็มีคุณภาพตกต่ำ เช่นเดียวกัน พวกนิสิตนักศึกษา-อาจารย์ และสื่อมวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหว ส่งเสริมประชาธิปไตยจอมปลอมนั้น อาจจะมีจำนวนน้อย แต่พวกเขาสามารถทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนได้

ปัญหาการเมืองเรื่องร้อนของไทย ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม จนถึงปัจจุบันคือ การเคลื่อนไหวต่อต้าน รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา นำโดย “กลุ่มดาวดิน” ผู้สนับสนุนและพันธมิตร พวกเขาได้ทำกิจกรรมต่อต้าน รัฐบาลในเชิงสัญลักษณ์ อย่างต่อเนื่อง เลือกเอาวันครบรอบหนึ่งปี ของการรัฐประหาร และวันครบรอบ 83 ปี ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตย แกนนำได้ถือโอกาสนี้ยกระดับ “กลุ่มดาวดิน” ให้เป็น “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” โดยการจุดชนวนการต่อต้าน รัฐบาลทหารมาเป็นประกาย ประกาศตัวไม่ยอมรับ อำนาจของรัฐบาลทหาร และไม่ยอมทำตามกฎหมาย ของประเทศ พวกเขาพากันออกไปแสดงสัญลักษณ์ ต่อต้านรัฐบาลประยุทธ์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และที่หอศิลป์ สยามสแควร์ และเดินแห่ป้ายต่อต้านรัฐบาล ให้สื่อมวลชนทำข่าวหลายวัน อย่างต่อเนื่อง

เมื่อแกนนำ 14 คนของขบวนการถูกหมายเรียก (ไม่ใช่หมายจับ) จากตำรวจให้ไปรายงานตัว ที่สถานีตำรวจ พวกเขาก็พากันไปห้อมล้อม สถานีตำรวจนครบาลปทุมวันเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ใช้เครื่องโทรโข่ง ประกาศให้ตำรวจรับรู้ว่า พวกเขาไม่ได้มา ตามหมายเรียก เพราะพวกเขาไม่ยอมรับ อำนาจของรัฐบาลที่มาจาก การรัฐประหาร แต่มาแจ้งความ ให้ตำรวจดำเนินคดีกับตำรวจ ที่ทำร้ายร่างกายของพวกเขา ในการเข้าจับกุมพวกเขาที่หอศิลป์ 2 วันก่อนหน้านั้น

ความจริงพวกเขาต้องการพาตัว ไปยัดเยียดให้ตำรวจจับ จะได้เป็นฮีโร่ในข่าว เหมือนผู้ก่อชนวน “14 ตุลา” (พ.ศ. 2516) แต่รัฐบาลก็รู้ทัน ไม่จับทันที ให้มีคนคอยผสมโรงเข้าร่วม จนเกิดความวุ่นวาย รอให้ผ่านไป 2 วันจึงได้หมายจับ จับไปขัง เป็นอันว่าผู้ก่อการทั้ง 14 ได้ตามที่พวกเขาต้องการ เพื่อแสดงว่าตนเป็น วีรชนของชาติ พวกเขาประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่า จะไม่ขอประกันตัวออกมาสู้คดี

สื่อมวลชนหลายคน และหลายแหล่ง ก็เสนอข่าว ตามที่พวกเขาต้องการ บางรายขยายข่าวให้ครึกโครม ยกเอา “นักวิชาการ” หรือ “นักวิชาเกิน” มาอ้างว่าได้พูด อย่างนั้นอย่างนี้ โดยบิดเบือนคำพูดบ้าง จริงบ้าง และแถมเอาสิ่งที่ตนต้องการพูด เข้าข้างขบวนการเข้าไปบ้าง เพื่อกระพือข่าวหา พวกสนับสนุนจากภายใน และภายนอกประเทศให้มากขึ้น ข้าพเจ้าอยากถาม “ฮีโร่” ทั้ง 14 – ผู้สมคบ และผู้สนับสนุนใน 8 ประเด็นต่อไปนี้

1. พวกท่านต้องการอะไร ต้องการประชาธิปไตยจอมปลอม ที่มีมาก่อนถูกรัฐประหารใช่หรือไม่? ต้องการทำประเทศให้ปั่นป่วน ถึงจุดที่จะมีสงครามกลางเมืองอีกใช่หรือไม่ ?

2. พวกท่านต้องการเป็น “ฮีโร่” โดยการเลียนแบบกรณี “ 14 ตุลา” ใช่หรือไม่? รัฐบาลประยุทธ์ มีอะไรที่เหมือนกับ รัฐบาลถนอม-ประภาสบ้าง? มีเรื่องฉาวโฉ่ เช่นเดียวกับเรื่อง“ทุ่งใหญ่นเรศวร” หรือเปล่า?

3. การโค่นล้มรัฐบาลถนอม-ประภาส เปรียบเทียบกับ การโค่นล้มรัฐบาลประยุทธ์ ถ้าทำสำเร็จ ผลจะแตกต่างกันอย่างไร? อำนาจจะเปลี่ยนมือไปให้ใคร? หลายคนที่เข้าร่วม “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ใครจะกลับมาแพร่พันธุ์ลัทธิประชาธิปไตยจอมปลอม ใช่หรือไม่?

4. พลเอกประยุทธ์ ผู้นำรัฐประหารคนปัจจุบัน ได้สัญญากับพวกท่านแล้วว่า จะเข้ามาแก้ปัญหาประเทศชาติ (หลังจากยับยั้งสงครามกลางเมืองได้แล้ว) เขาได้ทำผิดสัญญาอะไรบ้างหรือเปล่า? เขาไม่เคยบอกพวกท่านใช่ไหมว่า รัฐบาลชั่วคราวของพวกเขาเป็นประชาธิปไตย? สิ่งที่พวกท่าน รวมทั้งสื่อมวลชน ออกมากล่าวโทษรัฐบาลทหารได้อย่างเกือบเสรี อย่างทุกวันนี้ ต้องถือว่าเป็นลาภ มิควรได้แล้วใช่หรือไม่? ยังจะมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น เหมือนประเทศประชาธิปไตยตะวันตก กระนั้นเชียวหรือ?

5. พวกท่านต้องการเอาต่างชาติ มาเป็นพันธมิตรต่อต้านรัฐบาล ของคนไทยใช่หรือไม่? พวกเขาไม่รู้ปัญหาจริงๆ ของไทยหรอก ถ้าประเทศไทยจะตกต่ำ จนเป็นทาสของพวกเขา ท่านก็จะมีความสุขอยู่ภายใต้ แอกของพวกเขาใช่หรือไม่?

6. สำหรับพวกที่คิดว่าจะสร้างขบวนการ “14 ตุลา” ยุคใหม่ขึ้นมา ท่านได้คิดถึงประเด็นเหล่านี้หรือเปล่า? จริงอยู่ พวกท่านอาจจะได้ เปรียบผู้นำเคลื่อนไหว “14 ตุลา” เพราะอาศัยโทรศัพท์มือถือ รวมพลังได้รวดเร็วกว่า แต่ข้อได้เปรียบของท่าน ก็คงถูกหักล้างโดยฝ่ายรัฐบาล ซึ่งคอยจับตาตรวจตราการ เคลื่อนไหวของพวกท่าน ด้วยเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่เช่นกัน ใช่หรือไม่? นอกจากนั้นผู้นำการจัดตั้ง ของพวกท่านยังด้อยปัญญากว่าคนสมัย “14 ตุลา” มาก ท่านยอมรับหรือไม่? และที่สำคัญคือ ประชาชนคนไทย ที่มีอารมณ์ร่วมต่อต้าน รัฐบาลประยุทธ์ของท่าน มีน้อยกว่าของ 40 ปีที่แล้ว เทียบกันไม่ได้ ทั้งจำนวนและคุณภาพใช่หรือไม่?

7. ท่านหวังจะให้รัฐบาลประยุทธ์ ปล่อยตัวท่านโดยไม่ต้องขึ้นศาล หรือขึ้นศาลพลเรือนใช่หรือไม่? มูลเหตุที่บ้านเมืองเรา ปั่นป่วนวุ่นวายกัน มาก่อนรัฐประหารนั้น เป็นเพราะรัฐบาลไม่บังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัดใช่หรือไม่? ท่านคิดว่าพลเอกประยุทธ์ จะใช้อำนาจพิเศษ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 มาระงับการทำหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าพนักงานกระนั้นหรือ? การนิรโทษกรรมหลัง ศาลตัดสินจำคุกแล้วนั่นอาจเป็นไปได้ตามหลักสากล

8. นักเคลื่อนไหวทั้งหลาย รวมทั้งสื่อมวลชน ที่เป็นแนวร่วมด้วย อย่าสร้างปัญหาให้รัฐบาลชั่วคราวนี้ ต้องตามแก้อีกได้ไหม? ท่านไม่กลัวหรือว่า ถ้ารัฐบาลล้มเหลว ในการสร้างรากฐานประชาธิปไตย ให้ประเทศ พวกเขาจะโยนความผิดมา ให้พวกท่าน ทุกวันนี้ แม้จะอยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร ท่านสามารถใช้สิทธิเสรีภาพ ตามครรลองระบอบประชาธิปไตย ที่แท้จริงได้อยู่แล้ว ใช่หรือไม่ ถ้าท่านไม่ทำผิดกฎหมาย หรือก่อวินาศกรรม การปฏิรูปประเทศ ?

คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีฐานะ และอาชีพใด มีชะตากรรมร่วมกัน แต่เรามีความต้องการและทัศนคติทางการเมืองต่างกัน มากบ้างน้อยบ้าง ไม่มีรัฐบาลใดสามารถ ทำให้คนทุกคนพอใจ ในทุกสิ่งทุกอย่างได้ หลักที่รัฐบาลต้องยึดถือ ให้มั่นคงคือ จะต้องบังคับใช้กฎหมาย ที่ใช้อยู่อย่างเคร่งครัด ถ้าแก้ปัญหาโดยวิธีอะลุ่มอล่วย หรือ “ปรองดอง” ทางการเมืองเพื่อเอาใจ บุคคลกลุ่มหนึ่ง บุคคลกลุ่มอื่น ก็จะเกาะกลุ่มขึ้นมาประท้วงบ้าง ชะตากรรมของคนไทย ทุกคนก็จะจมปรักอยู่กับ “เสรีภาพในการชุมนุม”นี่เอง พอกันทีดีไหม? ถามตัวเองว่าจะช่วยชาติ ช่วยแผ่นดินอย่างไรดีกว่า

อย่ายอมให้ไทยตกเป็นทาสของประชาธิปไตยจอมปลอมอีกเลย

 เขียน ธีระวิทย์