Get Adobe Flash player

คนเก่ง ขวัญใจชาวไทย

Font Size:

วินาทีนี้ถ้าผมไม่พูดถึง ทีมทนายความตัวแทนประเทศไทย ไปแถลงต่อศาลโลกในคดีพระวิหาร ที่เขมร “ได้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2505 แล้วจะเอาเพิ่มอีก” ก็ถือว่าตกข่าว

เพราะ การแถลงของฝ่ายไทยทุกท่านต่อศาลโลก เป็นที่ประทับใจยิ่ง ไม่มีสักคนเดียวที่ทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะ น.ส.อลินา มิรอง อาจารย์สาวจากโรมาเนียเจ้าของวลี “เราอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่โลกแห่งจินตนาการ”

สาว สวยแต่เจ็บ แถลงในศาลว่า กัมพูชาใช้แผนที่ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามีความแม่นยำน้อยที่สุด และคลาดเคลื่อนจากภูมิประเทศที่แท้จริง กัมพูชาจึงทำแผนที่ขึ้นมาอีกชุดหนึ่งด้วยการขยายแผนที่ แต่ก็ไม่สามารถแสดงภูมิประเทศที่แท้จริงได้ และไม่ได้พูดถึงการถ่ายทอดเส้นลงมาบนโลกแห่งความเป็นจริง รวมถึงการไม่คำนึงถึงสันปันน้ำ ก็เท่ากับไม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญา 1904 ที่ใช้เรื่องสันปันน้ำในการปักปันเขตแดน

ขณะ เดียวกันไม่สามารถบอกได้ว่ากัมพูชาทำอย่างไรในการกำหนดเส้นในแผนที่ของตัว เอง.....ส่วนใหญ่คลาดเคลื่อนหมด และเมื่อใช้พิกัดมาเป็นตัวถ่ายทอดก็ได้ผลออกมาว่าจุดร่วมบางครั้งไกลกันมาก และบิดเบือนไปจากความเป็นจริง

ถ้า พยายามนำจุดร่วมจากปราสาทพระวิหารมาถ่ายทอด ก็ต้องถามว่าเป็นสิ่งที่กัมพูชาต้องการหรือไม่ เพราะที่ราบบางส่วนจะอยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย กัมพูชาจะยินยอมหรือไม่

ทำเอา “ฮอร์ นัม ฮง” หัวหน้าทีมเขมรกลายเป็น “ฮอร์ นัม งุมงำ งง งง”

ผม มีพี่ชายคนหนึ่งเป็นฝรั่ง ชื่อ เจมส์ ชอว์ มักจะอีเมล์ส่งเรื่องดีๆ มาให้อ่านเสมอ ท่านทันเหตุการณ์ ส่งประวัติท่านทูตวีรชัยมาให้ ต้องขอบคุณท่าน เสียดายไม่ได้บอกแหล่งที่มา จะได้อ้างถึงด้วยความขอบคุณเช่นกัน

ท่าน ทูตวีรชัย พลาศรัย จบการศึกษาปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์) และปริญญาเอกจากซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส แล้วเข้ารับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ จนได้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

ชื่อ ของ ดร.วีรชัย เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในขณะที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสนธิสัญญา ระหว่างประเทศ โดยได้เชิญ โลรองต์ บิลี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ อึง เซียน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย มาพบเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2551 เพื่อแจ้งท่าทีของไทยเกี่ยวกับแผนที่โบราณคดีซึ่งอาศัยข้อมูลจากกรม ภูมิศาสตร์กัมพูชา เพราะไทยเห็นว่าแผนที่ทั้งสองฉบับแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเส้นเขตแดนคลาดเคลื่อน จึงได้ขอให้กัมพูชาถอนกำลังทหารและตำรวจของกัมพูชาออกไปจากดินแดนปราสาทพระ วิหาร

เคยถูกย้ายไปแขวนไว้ที่กระทรวงระยะหนึ่ง เพราะรัฐมนตรีสมัยนั้น “ตาเหล่” มองไม่เห็นความดี

เรื่องนี้มีคนวิจารณ์กันว่า ความกล้าหาญในการแสดงความเห็นต่างกับนักการเมืองในการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินไทย

คุณวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกด้วยลายมือเมื่อ 7 พ.ค.2551 ระบุตอนหนึ่งว่า

"มี ความภูมิใจที่ราชอาณาจักรไทยมีนักการทูตที่เก่งกาจ ท่านอธิบดีวีรชัย ซึ่งทำหน้าที่อย่างดีเลิศในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยและผลประโยชน์ของ ชาติ...ขอให้ข้าราชการทุกท่านของกรมสนธิสัญญาฯ ยึดถือท่านอธิบดีวีรชัยเป็นบุคคลตัวอย่าง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสุดความสามารถ และรักษาเกียรติยศของชาติ ของกระทรวงการต่างประเทศ และของตนอย่างสมศักดิ์ศรีของข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

แต่ หลังจากเกิดการเผชิญหน้าระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ดร.วีรชัย ก็มีโอกาสเข้าร่วมคณะเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหารอยู่หลาย ครั้ง จนนำไปสู่การลดกำลังทหาร และจัดประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี)

ด้วย ความสามารถของท่าน ทำให้มีการย้าย ดร.วีรชัย จากที่แขวน กลับมาเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เช่นเดิม ตามคำเสนอของ คุณเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศคนใหม่ในขณะนั้น

ทำ ให้ ดร.วีรชัย มีโอกาสทำหน้าที่สำคัญยิ่งให้ประเทศชาติ ด้วยการเดินหน้าเจรจาและเข้าร่วมประชุมเพื่อลดความตึงเครียดแนวชายแดน ไทย-กัมพูชาหลายครั้ง ท่ามกลางเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทย และกัมพูชา

ใน สมัยรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครม.มีมติย้าย ดร.วีรชัย ไปเตรียมสู้คดีกับกัมพูชาที่ศาลโลก โดยให้ไปเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ เพื่อให้ ดร.วีรชัย มีเวลาเตรียมการร่วมกับทีมงานวางแผนเพื่อต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารได้อย่าง เต็มที่

วันนี้ท่านบอกว่า “ผมไม่เคยพูดว่าเราชนะแน่ และผมจะตอบสามคำเท่านั้น คือ สู้เต็มที่”

ดร.วีรชัย พลาศรัย ได้รับรางวัลครุฑทองคำประจำปี 2553-2554 ซึ่งเป็นรางวัลประกาศเกียรติคุณของกับข้าราชการพลเรือนที่ปฏิบัติงานด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมยิ่ง

กลับ มาทางด้าน น.ส. อลินา มิรอง ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ฝ่ายไทยแถลงเสร็จสิ้น เธอได้รับเสียงสรรเสริญชื่นชมในการทำงานจากโลกออนไลน์ รวมถึงกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาที่เดินทางไปติดตามสังเกตุการณ์

คุณคำนูญ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอยู่ที่ ศาลโลก เช่นกัน ชื่นชมการทำงานว่า   อลีนา มีรอง  แถลงด้วยภาษาฝรั่งเศส เธอเป็นอาวุธลับที่ขึ้นมาพูดเรื่อง 'map' โดยเฉพาะ กำลังขึ้นมาฉีก 'the Annex I map' ของกัมพูชาเป็นชิ้นๆ

คุณสมชาย แสวงการ ส.ว. สรรหา โพสต์ในเฟส บุ๊คว่า  ประทับ ใจคำอธิบาย อลินา มิรอง ผู้เชี่ยวชาญแผนที่ฝ่ายไทยอย่างยิ่งทั้งความสุภาพ ค่อยๆ อธิบายด้วยการใช้เทคนิคภาพแผนที่ เหตุผล เปรียบเทียบจนเคลียร์ ถึงตอนนี้เราค่อนข้างมั่นใจขึ้นว่า กัมพูชาที่ฟ้องเราไม่มีเหตุผลพอที่จะชนะเราได้ ทันทีที่เธออธิบายเสร็จพวกเราทุกคนในศาลอดชมเชยไม่ได้

คุณสมชาย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า  "ความ เห็นจากการเกาะติดขอบเวที ในศาลโลก ระบุว่า เราเห็นตรงกันถึงความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของทูตวีรชัย พลาศรัย และทีมทนายฝ่ายไทยทุกท่าน"

"นอก เหนือจากการปรบมือให้กับฮีโร่ของคนไทย วีรชัย พลาศรัย ในความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว กล้าพูดชัดเจนตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ไม่เกรงใจฝ่ายการเมืองและคู่กรณีที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย เบื้องหลังความสำเร็จ คือการเลือกใช้ทีมทนายและลูกทีมไทยอย่างปราณีต ที่มีเบื้องหลังช่วยกันอีกหลายคน...ทุกคำทุกข้อมูลสุดท้าย เขียนและพูดจากใจคนไทยรักชาติ

คุณ เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวการเมืองและความมั่นคง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ถึงการเกาะติดการแถลงคดีด้วยวาจารอบแรกต่อศาลโลก แต่ที่น่าสนใจตรงที่ กล่าวถึง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เคยออกตัวว่า หากแพ้คดี รัฐบาลชุดนี้ ไม่เกี่ยว และไม่จำเป็นต้องไปศาลโลก โดยอ้างว่าจะได้ไม่เปลืองงบประมาณ แต่พอมาถึงกลับขนคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี รวมถึงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่นั่งคู่ในรถเบนซ์คันหรูตลอดเวลา”

อ้าว เป็นงั้นไป

คุณ สมชาย แสวงการ กล่าวถึงบรรยากาศหลังเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวน มีงานเลี้ยงขอบคุณ คณะทีมงานผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังฝ่ายไทยทั้งคนไทยและต่างประเทศ โดยมี ดร.วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทย  เป็นเจ้าภาพ

ในงานนี้ ได้เผยภาพ คุณอลิซาเบธ พลาศรัย ภรรยาคู่ใจของ ดร.วีรชัย ผู้เป็นฮีโร่ของคนไทยในวันนี้

โดยระบุว่า คุณอลิซาเบธ พลาศรัย  เป็นลูกครึ่งไทย-สวิส (บิดาเป็นชาวสวิส มารดาเป็นคนไทย) สกุลเดิม ฮอร์เนอร์ เกิดที่ กรุงเทพมหานคร ศึกษาที่วัฒนาวิทยาลัย รุ่น 102  ตั้งแต่ อนุบาล-ถึงมัธยมต้น มัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดม สอบได้ห้องคิงส์ สายศิลป์ภาษา และจบปริญญาตรี ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์

หลัง จบการศึกษาแล้ว ได้เป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ก่อนจะลาออก เพื่อติดตาม สามี คือ ดร.วีรชัย ที่ย้ายไปเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

จากการสอบถามเพื่อนร่วมรุ่น นักเรียนเก่าวัฒนาวิทยาลัย ของ อลิซาเบธ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณครูอลิซาเบธ  เป็นคนพูดน้อย เรียบร้อย และเรียนเก่งมาก แต่จัดว่าเป็นคนสวยที่สุดของ ว.ว.รุ่น 102

ท่าน ผู้อ่านครับ นับเป็นครั้งแรกๆ ในรอบหลายปี ที่คนไทยผนึกจิต รวมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสู้คดี พระวิหาร ปกป้องแผ่นดิน จะมีแขวะกันบ้างก็เล็กๆ เห็นแล้วอบอุ่น

สมัยก่อน เรามีขวัญใจชาวไทยที่เป็น นักกีฬา คราวนี้ ขวัญใจชาวไทยที่สู้เพื่อเอกราชของชาติ เป็นนักการทูตครับ

ถ้า ยังจำได้ “ทางด่วนสายร้อยเอ็ด” เคยกล่าวถึงผู้ที่รักษาเขตแดนไทย ว่าไม่ใช่รัฐบาลในแต่ละสมัย แต่เป็นข้าราชการ โดยเฉพาะยอดฝีมือ คนหนุ่มสาว ในกระทรวงการต่างประเทศครับ

ข่าวว่าคราวนี้ ระดมมือทำงานมากถึงครึ่งร้อย หาหลักฐานทุกชิ้นที่มีในโลก จากหมื่นๆ หน้า คัดให้เหลือพันหน้า

เท่า ที่เห็นก็มีท่านรองปลัดฯ ณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตกงสุล ประจำนครลอสแอนเจลิส นอกจากนั้น ไม่ทราบว่ามีท่านใดบ้าง (วันหนึ่งจะ “ขออนุญาต” ต้องรู้ให้ได้)

แต่ขอให้ทราบว่า ท่านเป็นขวัญใจชาวไทย เป็นฮีโร่ของเราเช่นกัน.