Get Adobe Flash player

มือที่สร้างสรรค์ กับมือที่ทำลาย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปดูคอนเสิร์ตที่ชุมชนไทยร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสนับสนุนกิจกรรม “การต่อสู้ของสตรีต้านมะเร็งเต้านม” ที่โรงละครบนเขาบาร์นสเดลล์ อาร์ต พาร์ค หัวมุมถนนฮอลลีวูดตัดกับเวอร์มอนท์

มีคนไทยไปให้การสนับสนุนคับคั่ง มากมาย ถือเป็นการรวมน้ำใจอย่างสุดยอดอีกครั้ง สำหรับชุมชนไทยในต่างแดน

คุณวราภรณ์ เตียประสิทธิ์ (เกษมศิลป์) เจ้าหน้าที่คนไทย เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการรณรงค์หาทุน คุณณัฐวุฒิ จันทร์ประสิทธิ์ เป็นโปรดิวเซอร์ เพื่อนำรายได้มอบให้องค์กรด้านสุขภาพของสตรีเอเชียชื่อ OCAPICA (Orange County Asian and Pacific Islander Community Alliance)

มีนักร้องนักดนตรีกลุ่มหนุ่มสาว มาร่วมงานนี้หลายท่าน

ในจำนวนนั้น บางคนมีประสบการณ์ ต้องต่อสู้กับโรคร้ายด้วยตนเอง บางคนสูญเสีย ญาติผู้ใหญ่ ไปกับโรคร้ายนี้

ทุกคนไม่ว่าเป็นผู้แสดงบนเวที หรือที่กำลังชมอยู่ มีเป้าหมายเดียวกันคือ ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บป่วย หรือถ้าป่วย ก็ให้รีบเข้าถึงการรักษาโดยเร็วที่สุด

มีการฉายคลิป วิดีโอผ่านจอ ภาพของแม่ “ซิงเกิ้ลมอม” ที่เป็นผู้ป่วย ต้องขับรถไปโรงพยาบาลเอง ฉีดคีโม แล้วต้องกลับบ้านเอง ถึงบ้านก็ยิ้มแย้ม ซ่อนทุกข์ไม่ให้ลูกรู้

ทำกับข้าว ส่งลูกที่ยังเล็กไปเรียน ไปทำงาน เข้าออกโรงพยาบาลโดยลำพัง

ลูกสาว ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น เริ่มรู้ว่าแม่ป่วยเป็นอะไร ออกมาถ่ายทอดความรู้สึกของกันและกัน จนผู้ชมมากมาย ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้

ได้เห็นแม่รอดแล้ว ก็ร่วมกันโลงใจ และอยากเป็นกำลังใจให้อีกแรงหนึ่ง กับยอดคุณแม่ที่เข็มแข็ง น่ากราบท่านนี้

ทุกชีวิต ล้วนมีค่า ไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของใครก็ตาม

........................

ในภาพที่กลับกัน เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา.....

เมื่อ 1 ทุ่มคืนวันจันทร์ เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นที่แยกราชประสงค์ แรงระเบิดมีอานุภาพทำลายเป็นวงกว้างมาก

ข่าวระบุว่าเป็นระเบิดทีเอ็นที แม้ยังไม่ทราบน้ำหนัก แต่ทางเจ้าหน้าที่หน่วย “อีโอดี” วิเคราะห์ว่ามีรัศมีการทำลายล้างประมาณ 100 เมตร

มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บเกลื่อนกลาดมากมายในที่เกิดเหตุ และในโรงพยาบาลหลายแห่ง จนไม่อยากนึกภาพว่าจะมีลักษณะเช่นไร

เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมากๆ จนไม่อยากบรรยายความรู้สึกนี้

ความสูญเสียเกิดขึ้นกับประเทศชาติ กับคนไทย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากบ้านเกิดเมืองนอน ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในแดนไกล

บริเวณแยกราชประสงค์มีกล้องวงจรปิด สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ เป็นชายสะพายเป้ เดินไปนั่งบนม้ายาว ซึ่งมีผู้ลุกให้นั่ง ก่อนที่จะปลดเป้ แล้วเดินออกไป

จากรูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนชาวตะวันตก แต่ท่าทางการเดิน กลับคล้ายคนไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดมการทำงานอย่างหนักในการหาหลักฐานตามกระบวนการของการสืบค้นและการสอบสวน

มีการใช้สิ่งที่เรียกว่า “นิติวิทยาศาสตร์” ตรวจสอบดีเอ็นเอ เพื่อนำพาไปสู่การขยายผล หาคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ซึ่งเชื่อว่า จะได้ตัวมาในไม่ช้า

ยังไม่อยากสรุปว่า ใคร คือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะยังเร็วเกินไป

อย่างไรก็ตาม “ไม่อยากเชื่อว่า นี่เป็นฝีมือคนไทยด้วยกัน”  ที่ทำไปเพราะต้องการสร้างสถานการณ์ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

แม้ว่าอาจมีคนจำนวนหนึ่ง มากหรือน้อยไม่ชอบรัฐบาล และอาจเป็นไปได้ที่อาจมีคนที่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาลนี้

แต่เราเชื่อว่า ควรเป็นวิธีอื่น ไม่ใช่การเข่นฆ่าผู้คนผู้บริสุทธิ์

เราไม่เชื่อว่า เป็นการกระทำของนักการเมือง หรือแนวร่วมทางการเมือง

เพราะคนที่ทำงานการเมือง ไม่ว่าจะมีจุดยืนอย่างไร เสื้อสีอะไร ควรมีพื้นฐานของความรักมนุษย์

ถ้านักการเมืองไม่รักมนุษย์ ไม่เห็นค่าของชีวิต จะเป็นนักการเมืองได้อย่างไร

หรือหากเป็นนักการเมืองแล้วไม่รักประชาชน จะเป็นนักการเมืองไปทำไมกัน

เราจึงไม่ยอมเชื่อว่า จะมีสาเหตุมาจากการเมือง

ช่วงที่ยังไม่มีใครสรุปว่าเป็นฝีมือใคร

บางคนพุ่งความสงสัยไปที่ปัญหาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรงนี้เราก็เห็นว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะที่ชายแดน เป็นการต่อสู้ที่ชัดเจนจากชนกลุ่มน้อยที่ต้องการปกครองตัวเอง ภายใต้วัฒนธรรมของชนชาติ

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้ในพื้นที่ กรุงเทพฯ จึงไม่น่าที่จะเป็นเป้าหมาย

มาดูในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้าย ยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะคงไม่มีใครที่ไม่พอใจต่อตำแหน่งใหม่ ถึงกับต้องกระทำการที่โหดได้ขนาดนั้น

ก็คิดไป คาดเดาไปต่างๆ นานา ผิดๆ ถูกๆ โดยไม่รู้ว่า สาเหตุทำให้เกิดการวางระเบิดมาจากอะไร

แต่ก็มีสิ่งที่น่าเป็นห่วง และไม่ควรมองข้าม คือ “การก่อการร้ายข้ามชาติ” ที่อาจมาจากชนเผ่าใดชนเผ่าหนึ่ง ที่มีความไม่พอใจกับการตัดสินใจบางอย่าง ด้านการต่างประเทศของไทย

เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เราคงต้องเหนื่อยและหนักพอสมควร

แต่จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม สิ่งที่คนทั้งชาติจะต้องร่วมมือกันในขณะนี้ คือเมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ คนไทยจะต้องตั้งสติ 

สิ่งสำคัญ คือสำนึกของคนในชาติเดียวกัน ที่ต้องเห็นความสำคัญของประเทศชาติ เหนือสิ่งอื่นใด

ประเทศนี้ ไม่ใช่ของรัฐบาล ประเทศไม่ใช่ของกลุ่มการเมืองใด แต่ประเทศเป็นของคนในชาติทุกคน

เมื่อทุกคนเป็นเจ้าของ ทุกคนก็ควรมีหน้าที่ในการดูแล ร่วมกันปกป้องประชาชนและบ้านเมือง