Get Adobe Flash player

อะไรคือสินค้าส่งออกของไทย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

หลายคนเคยตั้งคำถามเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ ว่าทำไมเราไม่พึ่งพาตนเอง ทำไมจึงต้องพึ่งพิงประเทศอื่น เพราะเมื่อประเทศเขามีปัญหา ก็จะส่งผลกระทบกับเราเสมอ โดยเฉพาะตลาดการส่งออกของไทย

เมื่อกำลังซื้อลด สินค้าของเราก็ขายได้น้อย ปัญหาอื่นๆ ก็จะตามมา

เรื่องเช่นนี้ ส่วนใหญ่ เราก็มักจะได้ยินจากเรื่องที่เขาเล่ามา โดยไม่รู้เลยว่า ประเทศเราขายสินค้าอะไรบ้าง

“เว็บไซต์การค้าไทย ของกระทรวงพาณิชย์” ได้เผยถึงตัวเลขตลาดการส่งออกของไทย ทั้งสินค้าเกษตรกรรม สินค้าแร่และเชื้อเพลง สินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร รวมถึงมีการจัดอันดับในภาพรวมของสินค้าที่ส่งออกมากที่สุดและทำรายได้ให้กับประเทศไทยมากที่สุด

มีการจัดอันดับเอาไว้ 10 อันดับ  

อันดับหนึ่ง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มูลค่า 180,369.7 ล้านบาท คิดเป็น 10.6 เปอร์เซ็นต์

สอง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 130,652. ล้านบาท คิดเป็น 7.7 เปอร์เซ็นต์

สาม น้ำมันสำเร็จรูป 89,127.7 ล้านบาท คิดเป็น 5.2 เปอร์เซ็นต์

สี่ ยางพารา 71831.7 ล้านบาท คิดเป็น 4.2 เปอร์เซ็นต์

ห้า เม็ดพลาสติก 69,751.5 ล้านบาท คิดเป็น 4.1 เปอร์เซ็นต์

หก เคมีภัณฑ์ 69,613.9 ล้านบาท คิดเป็น 4.1 เปอร์เซ็นต์

เจ็ด เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 67,747.1 ล้านบาท คิดเป็น 4.0 เปอร์เซ็นต์

แปด ผลิตภัณฑ์ยาง 64,400.4 ล้านบาท  คิดเป็น 3.8 เปอร์เซ็นต์

เก้า อัญมณีและเครื่องประดับ 58,097.0 ล้านบาท คิดเป็น 3.4 เปอร์เซ็นต์

และสิบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล 51,235.2 ล้านบาท คิดเป็น 3.0 เปอร์เซ็นต์

ในหมวดของ สินค้าเกษตรกรรม

1. ยางพารา 71,831.7 ล้านบาท คิดเป็น 42.92. ข้าว 33,164.6 ล้านบาท คิดเป็น 19.7 เปอร์เซ็นต์ 3. ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 25,549.8 ล้านบาท คิดเป็น 15.2 เปอร์เซ็นต์ 4. ไก่แปรรูป 14,620.1 ล้านบาท คิดเป็น 8.7เปอร์เซ็นต์ 5. กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง 7,152.5 ล้านบาท คิดเป็น 4.3 เปอร์เซ็นต์ 6. ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 6,436.8 ล้านบาท  คิดเป็น 3.9เปอร์เซ็นต์ 7. ปลาหมึกสด แช่เย็น แช่แข็ง 2,708.1 ล้านบาท คิดเป็น 1.6 เปอร์เซ็นต์ 8. เนื้อปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง 2,330.4 ล้านบาท คิดเป็น 1.4 เปอร์เซ็นต์ 9. เนื้อและส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ 2,204.6 ล้านบาท คิดเป็น 1.3 เปอร์เซ็นต์ และ 10. ผักสด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 1,787.0 1.3 ล้านบาท คิดเป็น 1.1 เปอร์เซ็นต์

ยังแยกย่อยไปอีกหลายรายการ เช่นสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สินค้าอุตสาหกรรม

หรืออย่างเช่น สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร

1. อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 36,367.4  ล้านบาท คิดเป็น 32.7

2. น้ำตาลทราย 22,014.7 ล้านบาท คิดเป็น 19.8

3. ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 11,399.9 ล้านบาท คิดเป็น 10.2

4. เครื่องดื่ม 10,200.9 ล้านบาท คิดเป็น 9.2 เปอร์เซ็นต์

5. อาหารสัตว์เลี้ยง 8,521.9 ล้านบาท คิดเป็น 7.6 เปอร์เซ็นต์

6. ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 8,150.0 ล้านบาท คิดเป็น 7.4 เปอร์เซ็นต์

7. ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ 6,149.2 ล้านบาท คิดเป็น 5.5 เปอร์เซ็นต์

8. สิ่งปรุงรสอาหาร 3,873.8 ล้านบาท คิดเป็น 3.5 เปอร์เซ็นต์

9. ผักกระป๋อง แปรรูป 2,299.6 ล้านบาท คิดเป็น 2.1 เปอร์เซ็นต์

10. เนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ 2,298.0 ล้านบาท คิดเป็น 2.1 เปอร์เซ็นต์

จากภาพรวมทั้งหมด สินค้าที่ทำมูลค่าการส่งออกมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่สินค้าประเภทรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขณะที่รองลงมา คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนอันดับที่ 3 คือ น้ำมันสำเร็จรูป

แต่สินค้าจำเป็นอย่างสินค้าอุปโภค บริโภค แม้มูลค่าจะน้อยกว่า แต่ก็ยังคงทำตลาดการส่งออกได้เป็นอย่างดี

ข้อมูลจาก Whereisthailand.info (ประเทศไทยอยู่ตรงไหน) ระบุว่า

ในปัจจุบัน ประเทศปลายทางผู้ที่ซื้อสินค้าของไทยที่ใหญ่ที่สุดนั้น ไม่ใช่สหรัฐหรือญี่ปุ่นเหมือนในอดีต หลังสุดธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยคือประเทศจีน รองลงมาจึงเป็นญี่ปุ่นและสหรัฐฯตามลำดับ

ซึ่งในปัจจุบัน มูลค่าการส่งออกของไทยไปประเทศกลุ่มอาเซียนนั้นมากกว่ามูลค่าการส่งออกไปสหรัฐและญี่ปุนรวมกัน

ซึ่งนอกจากจะเป็นเพราะการเติบโตของเศรษฐกิจจีนและอาเซียนแล้ว ยังน่าจะเป็นผลของ การย้ายฐานการผลิตจากสหรัฐและญี่ปุ่นมายังจีนและเอเชียเพิ่มขึ้น

จากโครงสร้างรายได้ จากการส่งออกของไทยนั้นกลับพบว่าไทยไม่ได้มีสัดส่วนของ สินค้าเกษตรสูงอย่างที่หลายคนเข้าใจ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า สัดส่วนมูลค่าสินค้าส่งออกของไทยประกอบด้วยสินค้าเกษตรกรรม (กสิกรรม,ปศุสัตว์,ประมง) 11%, สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 6.8%, สินค้าแร่และเชื้อเพลิง 5.1% และสินค้าอุตสาหกรรม 76.9% จะเห็นได้ว่ารายได้หลักของการส่งออกไทยมาจากสินค้าอุตสาหกรรม

เมื่อพูดถึงการส่งออกคนไทยทั่วไปมักนึกถึงสินค้าอย่าง ข้าว ผลไม้กระป๋อง ผลไม้สด หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่ในความเป็นจริงแล้วสินค้าเหล่านั้นไม่ใช่สินค้าที่ทำรายได้สูงให้ไทย

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า สินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ นอกจากนี้ ยางพารา เม็ดพลาสติก หรือเคมีภัณฑ์ ยังเป็นสินค้าส่งออกที่มีความสำคัญในเชิงมูลค่าสูงกว่าสินค้าที่กล่าวในตอนต้นอีกด้วย

มีหลายสินค้าไทยหลายชนิดที่เราส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก เช่น ปลากระป๋อง ธนบัตร หรือ สแตมป์ที่ใช้สะสม มันสำปะหลัง เนื้อสัตว์ที่สุกแล้ว ยาง และ ข้าว นอกจากนี้ไทยยังเป็นผู้ส่งออก น้ำตาล ผลไม้กระป๋อง กุ้งและหอยบางประเภท และเครืองปรับอากาศ เป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย

เมื่อเห็นเช่นนี้ ก็มีโจทย์ที่เราต้องมาช่วยกันคิดว่า ถ้าไทยจะไม่พึ่งพาการส่งออก เราจะต้องทำอย่างไรที่จะให้เศรษฐกิจเราดี