Get Adobe Flash player

ตามหาศาสนาพุทธแท้ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ข่าวโบราณสถานแห่งหุบเขาบามียาน ถูก “ตาลีบัน” ระเบิดทำลาย สร้างความรู้สึกสะเทือนใจให้กับผู้คนจำนวนมาก ทั้งที่นับถือพุทธศาสนา และที่ไม่ใช่ชาวพุทธ เพราะเห็นว่าสิ่งนี้ เป็นมรดกของชาวโลก

พระพุทธรูปยืนสององค์ สลักอยู่บนหน้าผาสูง 2,500 เมตร ในหุบผาบามียาน ตอนกลางของประเทศอัฟกานิสถาน พระพุทธรูปนี้ถูกแกะสลักขึ้น ประมาณ พ.ศ.800-1000 น่าจะเป็นศิลปะในสกุลช่างคันธาราฐ คาบเกี่ยวกับ อมราวดีและคุปตะ ถูกทำลายด้วยระเบิดไดนาไมต์เมื่อ พ.ศ. 2544 ตามคำสั่งประมุขของรัฐบาลตาลีบัน ซึ่งให้เหตุผลว่ากฎหมายอิสลามไม่อนุญาตให้บูชารูปเคารพ

แต่ในแง่ของสังคม พระพุทธรูป หรือรูปเคารพ ไม่ได้มีนัยยะทางความเชื่อศรัทธาหรือไม่ศรัทธาเท่านั้น แต่เป็นมรดกของการพัฒนาในกระบวนการทางวัฒนธรรมของมวลมนุษย์ เป็นเหมือนการบันทึกประวัติศาสตร์ ที่ควรจะรักษาไว้ เพราะเป็นคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม และงานการฝีมือแห่งยุคสมัย

ข่าวการทำลายพระพุทธรูป จากบุคคลต่างศาสนา เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ปกติ แม้สะเทือนใจ ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขาก็ย่อมมีเหตุผลตามแนวของเขา

เพียงแต่เมื่อวันก่อน มีข่าวชาวพุทธจำนวนหนึ่ง ในลอสแอนเจลิส เตรียมทำลายพระพุทธรูป ทำลายเทวรูปพระพรหม

โดยผู้ที่มาเล่าให้ฟัง ระบุว่าผิดพุทธวัจนะ และที่ร้ายแรงกว่านั้น

บางคนถึงกับระบุว่า เป็นเดรัจฉานวิชา หินปูนทราย ไปไหว้ทำไม

เคราะห์ดีหรือร้ายก็ไม่ทราบ ที่มีคนไปขอเทวรูปพระพรหมไว้ได้ แล้วนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดเล็กๆ แห่งหนึ่ง จึงรอดการถูกทำลายไปหวุดหวิด

ส่วนพระพุทธูปองค์ใหญ่ ตอนนี้ยังไม่ทราบว่า ถูกทุบทำลายหรือให้ใครไปแล้วหรือยัง

ก่อนอื่น ผมมองว่า การที่ชาวพุทธ แสวงหาคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งดีนะครับ รวมทั้งการต่อต้านการเป่าเสก อาบน้ำมนต์ให้สีกา เอาฤาษีมาลงกระหม่อมพระ จีบสีกาทางออนไลน์ และต่อต้านสิ่งอกุศลฯลฯ ก็คงไม่มีใครว่าอะไร เพราะแม้แต่สังคมทั่วไป เขาก็ไม่รับสิ่งเหล่านั้นเช่นกัน

แต่ควรใจเย็น แยกแยะอีกสักนิด และใช้ปัญญาไตร่ตรองให้ดี ก่อนที่จะถึงขั้นทุบทำลายพระพุทธรูป ที่เชื่อว่าเป็นเพียงเศษโลหะ หรือก้อนหินก้อนดิน

แต่ควรมองให้ถึงแก่นแท้ หรือรากเหง้าทางการศึกษาของมวลมนุษย์

เพราะ ในมุมของศาสนานั้นอย่างหนึ่ง

แต่ในมุมมองของครู ของการเรียนการสอน และในมุมของศิลปะการช่างนั้นอีกอย่างหนึ่ง

เหมือนรูปพ่อรูปแม่ ที่ติดไว้ข้างฝา ไม่ใช่แม่ เป็นเพียงเศษกระดาษ แต่เราก็นับถือเป็นพ่อแม่ใช่ไหม

แล้วทำไมเราจะเห็นรูปปั้นเป็นสิ่งแทนพระพุทธเจ้าไม่ได้ ถึงแม้พระพุทธองค์จะไม่ได้บัญญัติไว้

คุณอาจไม่รัก ไม่เคารพ แต่ก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจผู้ที่เขาเคารพ หรือดูถูกสติปัญญาผู้อื่น คิดว่าเขาไม่รู้เรื่องศาสนาพุทธ

ถ้าจะบอกว่าสมัยพุทธกาลไม่มีพระพุทธรูป พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เคารพรูป ก็จริง

แต่ต้องไม่ลืมว่า ในวังพระเจ้าสุทโธทนะ ก็มีการสร้างรูป “พุทธะ”

ในโลกนี้ เราเรียนรู้จากสิ่งไม่รู้ คนโบราณอาจเชื่อว่าพระอาทิตย์ พระจันทร์ เป็นเทวดา ก่อนที่จะรู้เรื่องสุริยจักรวาล เราเชื่อว่านักคิดคนแรก อาจจะไม่ใช่คนที่คิดถูกต้อง แต่ก็เป็นต้นแบบ ทำให้เกิดกระบวนการทางความคิด ถูกพัฒนาไปหาสิ่งที่ถูกต้อง

เช่นเชื่อว่าโลกแบน เพื่อนำไปสู่การค้นคว้าว่า โลกกลมในที่สุด

เทวรูป “พระพรหม” ก็เช่นกัน ใช่ เป็นเพียงปูนปั้นปิดทอง เป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ไม่ใช่พุทธ ท่านดลบัลดาลให้ใครไม่ได้

แต่พระพรหม ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่นั้น

พระพรหม เกิดจากความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดู เป็นศาสนาแรกๆ ของโลก ที่ต้องการจัดระเบียบสังคมในยุคโน้น มีเทพฯ ต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้ให้มีหน้าที่ต่างกัน ให้คนกลัวความผิดและทำแต่ความดี

ในความเป็นพระพรหม สอนให้รู้จักพรหมวิหาร คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

สอนได้ถึงขนาดนี้ ยังทุบทิ้งได้ลงหรือ

สมัยหลายพันปี คนรู้หนังสือมีน้อย ช่างศิลปะ จึงมีหน้าที่สร้างสิ่งช่วยจำแทนตัวหนังสือ ป้องกันไม่ให้คนลืม จึงสร้างพระพรหมให้มี 4 หน้า ใครเห็นก็จะเข้าใจได้ทันที

พระพรหม ท่านอาจเป็นแค่ความเชื่อโบราณไม่ทันสมัย ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นเพียงครูสมัยก่อน ที่สอนคนมานับพันปี และเป็นศาสนาต้นแบบที่นำพาไปสู่คำท้วงติง แต่เพราะแนวทางศาสนาพราหมณ์ ไม่ใช่หรือจึงถูกพัฒนาไปสู่การเกิดขึ้นของศาสนาอื่นรวมทั้งศาสนาพุทธ

ลูกคิดในราง อาจสู้เครื่องคิดเลขคอมพิวเตอร์ไม่ได้ แต่ค่าของมัน หรือคนที่คิดรางลูกคิดก็ไม่ได้ด้อยกว่าคนที่คิดเครื่องคิดเลขคอมพิวเตอร์

ส่วนที่เอาดอกไม้ไปถวาย ไปขอหวย ไปรำแก้บน ที่เราเห็นกัน คนที่ใช้ปัญญาคิด ก็อย่าเอาไปปนกับความเป็นพระพรหมนะครับ

มาถึงการสร้างพระพุทธรูป ครูช่างเคยสอนว่าขอให้มององค์พระเหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง ที่อ่านแล้วได้ความรู้ คนโบราณ สร้างพระพุทธรูปในอิริยาบถต่างๆ หรือที่เราเรียกว่าปาง

ยุคแรกของอินเดียมี 9 ปาง คือปางมารวิชัย ปางปฐมเทศนา ปางอุ้มบาตร ปางประทานพร ปางประทานอภัย ปางลีลา ปางมหาปาฏิหาริย์ และปางปรินิพพาน

และมาเพิ่มปางต่างๆ ตามคำสอนเช่น ปางสมาธิ ปางรำพึง ปางลีลา ปางโปรดสัตว์ ฯลฯ

ในวัดสมัยก่อน พระร่วมกับช่าง ทำอุปกรณ์การสอนศาสนา สร้างพระปางต่างๆ ขึ้นมา มีคำอธิบาย ปริศนาธรรม คติธรรม ไว้ในรูปร่างรูปทรงของพระปางนั้นๆ

เช่น ปางสมาธิ สอนเรื่องตรัสรู้ มีความหมายอะไรในคำว่าตรัสรู้

ปางมารวิชัย สอนการต่อสู้กับมารในใจตัวเองใช่ใหม ผู้เรียนรู้ศาสนา ก็จะจัดหมวดหมู่กระบวนการเรียนรู้ได้

ปางเสด็จจากดาวดึงค์เทวโลก หลังโปรดพุทธมารดา ทำให้เกิดเป็นการสวดพระ “อภิธรรม” ใช่ไหม คุณแย้งได้นะว่าเทวโลกไม่มีจริง หรือคำสอนโกหก แค่สาระอยู่ที่ อภิธรรม ต่างหาก ว่าเราท่าน ได้อะไรจากอภิธรรม

ยิ่งในช่วงที่มีภาพเขียนฝาผนัง ภาษาภาพเขียนในโบสถ ในวัด ก็เป็นคำอธิบายที่เกี่ยวกับศาสนา ได้มากกว่ารูปหล่อ รูปปั้น เพราะมีรายละเอียดได้มากกว่า

เพราะฉะนั้น ถ้าท่านจะศึกษาพุทธวัจนะ ธรรมมะทางตรงจากพระพุทธเจ้า ก็ขออนุโมทนา แต่อย่าหมิ่นคนอื่นว่าเขาไม่รู้ แล้วโยนไปให้ปนเปในเดรัจฉานวิชาไปเสียทั้งหมด

ฝากไว้นะครับ แล้วคราวหน้าจะมาคุยเรื่องนี้ต่อ

ไหนๆ ก็จะสนทนาธรรม ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือหลายเล่ม เช่น พุทธวัจน หมวดธรรม เปิดธรรมที่ถูกปิด ฉบับที่ 2 คู่มือโสดาบัน, พุทธวัจน กรรม, พุทธวัจน ภพภูมิ, พุทธวัจน มรรค วิธีที่ง่าย ฯลฯ รวมทั้งซีดี ที่ว่าด้วยเดรัจฉานวิชา

มีหลายประเด็นครับ รวมทั้งเรื่องผี และเทวดา ที่จะต้องมาปุจฉา วิสัชนา