Get Adobe Flash player

นายกไทยในยูเอ็น โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 

การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ การเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติระดับผู้นำเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลัง ปี ค.ศ. 2015 และการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ที่นครนิวยอร์ก ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะเดินทางไป ได้สร้างพลังบวกให้กับประเทศไม่น้อยเลย

เริ่มต้น ตั้งแต่เดินทางด้วยเครื่องบินโดยสาร และต้องไปรอที่สนามบินกลางทางเหมือนผู้โดยสารคนอื่นๆ รวมทั้งจำนวนผู้ติดตาม “เฉพาะที่จำเป็น” ถือว่าเป็นความเหมาะสม ของผู้นำที่ “ไปทำงานให้ประเทศ”

ไม่เฮโลสาระพา เหมาลำไปให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

ภาพเบื้องต้นเมื่อถึงสหรัฐฯ เราเห็นนายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะ ทำงานทันทีกับทีมประเทศไทย

เริ่มตั้งแต่นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ซึ่งเป็นที่ยอมรับฝีมือบนเวทีศาลโลกคดีประสาทพระวิหาร

ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ของกระทรวงการต่างประเทศที่ประจำอยู่ในสหรัฐ และหัวหน้าหน่วยงานในทีมไทยแลนด์ทั้งหมด ที่รับข้อมูลข่าวสารโดยตรงในพื้นที่ ประเมินสถานการณ์ให้นายกฯ ได้ทราบในทันใด พร้อมหลอมรวมเป็นทีมทำงานที่เข้มแข็ง ในทุกขั้นตอนกระบวนการอย่างนักการทูต นักการเมืองระหว่างประเทศระดับมืออาชีพ

ส่วนของการทำงานของภาครัฐ ก็ส่วนหนึ่ง สีสันรายทางก็ส่วนหนึ่ง

โดยเฉพาะ การประท้วง และการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ของคนไทยในสหรัฐฯ นับเป็นผู้นำเพียงหนึ่งเดียวของโลก ที่มีผู้ประท้วงและต้อนรับมากที่สุด

ซึ่งการชุมนุมของคนไทย เป็นไปอย่างอารยชน ที่เปิดโอกาสกับทุกฝ่าย และเคารพความเห็นต่าง

 มีการเก็บขยะสะอาดสะอ้าน เปิดทางให้คนเดินผ่านอย่างสุภาพ ไม่มีอาการเกรี้ยวกราด แสดงให้เห็นว่า คนไทย มีวัฒนธรรมประชาธิปไตย หากผู้บริหารประเทศไม่คอรัปชั่น ประเทศไทยก็พร้อมเดินไปข้างหน้าอย่างเต็มสูบ  

ฝ่ายต่อต้าน ต้องการให้รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งนายกฯก็ได้รับปากกับเลขาธิการสหประชาชาติชัดเจนแล้ว ถึงกำหนดการเลือกตั้ง ไม่ได้ผูกขาดอำนาจให้ตัวเอง ครอบครัวและพวกพ้อง

ส่วนฝ่ายสนับสนุน ต้องการให้นายกฯ อยู่ปฏิรูปประเทศสร้างระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็งโดยไม่ถูกกำหนดด้วยกรอบเวลา อย่าให้ไทยมีประชาธิปไตยจอมปลอม ด้วยฝีมือนักการเมืองที่ฉ้อโกง ปล่อยให้วงจรอุบาทว์ เข้ามาครอบงำประเทศ

อย่างที่บางคนกล่าวว่า ประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมาเริ่มจากระบบหัวคะแนน การแจกเงิน ซื้อเสียง มีแค่วันเลือกตั้งแค่วันเดียวที่ให้สิทธิกับประชาชน นอกนั้นก็บริหารแบบเผด็จการ ต่างกับที่ยึดอำนาจยุคนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ายึดอำนาจเป็นเผด็จการเพียงวันเดียว นอกนั้นทุกวันเป็นประชาธิปไตย

ฝ่ายสนับสนุน อยากเห็นนายกฯ วางรากฐาน ทำให้เป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน อย่างแท้จริง

สีสันการชุมนุมสนับสนุนนายกฯ ในนิวยอร์ก สื่อไทยในสหรัฐระบุว่า มากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มากมาย

ดูจากภาพถ่ายและวิดีโอ มีคนไทยจากแอลเอ จำนวนมากเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ หลายคนเป็นนักธุรกิจยอมทิ้งร้าน ที่ปิดร้านไปเลยก็มี บางคน ลางานสี่ห้าวัน ยอมไม่ได้เวเคชั่นในปีนี้ เพื่อไปเป็นจำนวนหนึ่งเสียงหนึ่งพลังไทย ทุกคนไปด้วยทุนส่วนตัว ที่ไม่ใช่เงินน้อยๆ ทั้งค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก (เพื่อนอนเอาแรงไว้มายืนข้างถนน) ส่วนค่าอาหารดูเหมือนชาวนิวยอร์ก จะทำข้าวกล่องมาเผื่อแผ่ ทุกคนไปเพื่อหนุน “นายกลุงตู่” ทำงานเพื่อประเทศอันเป็นที่รัก

ส่วนคนไทยในแอลเอ ที่ไม่ได้ไปนิวยอร์ก ก็นัดชุมนุมกันในไทยทาวน์ลอสแอนเจลิส เพื่อให้ภาพแพร่ไปถึงพี่น้องในประเทศไทย เพื่อหนุนคนไทยในนิวยอร์กทำในสิ่งที่ถูกต้อง

แน่นอน เพื่อให้เพื่อนชาวไทยทั่วโลก เห็นว่าเราพร้อมในความเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง

แต่ที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดคือกระแสนี้ ทำให้รัฐบาลอเมริกันได้หยุดคิด เหลียวกลับมามองไทยเสียใหม่ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย ข้างไหนกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกต้อง ทำไม คนไทยในอเมริกาที่ศรัทธาระบอบประชาธิปไตย และไม่เคยศรัทธาเผด็จการ ถึงต้องหนุนทหารให้ไปปราบการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย ที่กำลังทำลายวิถีชีวิตของชาวชนบท จากคนที่สู้งานให้กลายเป็นผู้เสพประชานิยมจนงอมแงม

โลกจะต้องมองประเทศไทยเสียใหม่ และโลกทั้งใบ ให้ต้องหนุนประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่มีระบอบการเมืองที่งดงาม

จากกระแสต่างๆ ก็นับว่าได้ผล หลายประเทศมองไทยอย่างเข้าใจมากขึ้น

 ทำให้นายกลุงตู่ โกอินเตอร์ อย่างสง่างาม ไม่ต้องรอตามซอกตึกเพื่อขอจับมือกับประธานาธิบดีสหรัฐ หรือเลขาฯ สหประชาชาติ แต่เป็นการจับมือบนความทัดเทียม

งานนี้ นายกไทยยังได้รับรางวัล ITU Global Sustainable Digital Development Award ในโอกาสฉลองครบรอบ 150 ปี สหภาพโทรคมนาคม ระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมกลุ่มประเทศ จี 77 ที่จัดขึ้นระหว่างประชุมสมัชชาสหประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ไทยทำหน้าที่ประธานในวาระปี 2558 นับเป็นครั้งแรก หลังเป็นสมาชิกร่วมก่อตั้งเมื่อ 51 ปีก่อน นับเป็นเรื่องน่ายินดี

นายกรัฐมนตรีไทย ยังได้หารือทวิภาคีกับ นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ โดยนายกฯ ไทยกล่าวยืนยันถึงพันธกรณีที่ไทยมีต่อสหประชาชาติ พร้อมสนับสนุนการทำงานของเลขาธิการฯ และแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์อย่างแข็งขัน

ไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวปฏิบัติที่ดีในสาขาที่ไทยเชี่ยวชาญ อาทิ การส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ฯลฯ

สำหรับสถานการณ์การเมืองไทย นายกรัฐมนตรียืนยันว่า การดำเนินการต่างๆ ตามกรอบระยะเวลา เป็นกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย และเพื่อให้ไทยได้ทำหน้าที่สมาชิกสหประชาชาติได้อย่างเต็มศักยภาพยิ่งขึ้น

 ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศการเลือกตั้งทั่วไปได้ภายในกลางปี 2560

ตบท้ายด้วยอารมณ์ขันของ “นายกลุงตู่” ที่สนทนากับผู้ชุมนุมสนับสนุนในนิวยอร์ก ซึ่ง “คนปลายซอย” นำมาเล่าไว้

"วันนี้กำลังใจของท่านมาเยอะ มาจากทั่วทุกรัฐในอเมริกาเลยครับ"

"เรอะ...เป็นภาระหรือเปล่าก็ไม่รู้?" (มีเสียงร้อง ไม่ค่ะ..ไม่ครับ...ประสานเซ็งแซ่) พร้อมมีเสียงสอด

"ที่บ้านมาต้อนรับท่านอย่างเต็มที่ ทุกคนเปิดบ้านเต็มที่ค่ะ ทุกคนรักท่านค่ะ ขอให้ท่านอย่าทิ้งประเทศไทยนะคะ ให้ความหวังพวกเราเยอะๆ ค่ะ (เสียงผู้ชายแทรก)...เป็นความหวังสุดท้าย..."

ลุงตู่ที่ยืนสำรวมฟังพร้อมภริยา สะดุ้งยิ้ม และร้องขึ้นด้วยเสียงขบขัน

"สุดท้ายเลยเหรอ...?"(หัวเราะกันครืนนนน) แล้วมีเสียงแทรก

"ขอให้ท่านนายกฯ อยู่ตลอดไปนะคะ"

ลุงตู่ก็แซว.... "แต่น่ากลัวตรงสุดท้ายนี่แหละ"!

ก็เลยได้อีกครืนใหญ่ เป็นการต้อนรับสู่นิวยอร์กที่แสนอบอุ่น และครึกครื้น

...........................