Get Adobe Flash player

นายกไทยในเวทีโลก โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ว่าภารกิจเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 ที่นครนิวยอร์คว่า

การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยที่จะได้แสดงจุดยืน มีความคืบหน้าของการเดินหน้าประเทศตามโรดแมปของเราในช่วงที่ผ่านมา

ได้เป็นตัวแทนประเทศ ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ตั้งแต่การร่วมประชุมทีมประเทศไทยในสหรัฐฯ และได้มอบนโยบายในการช่วยกันสร้างความเข้าใจกับต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศด้านต่างๆ โดยเน้นย้ำคำว่า ประชารัฐ ว่าเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน

นายกฯ กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมที่สำคัญๆ หลายวาระ ได้มีโอกาสเผยแพร่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาคมโลกได้รับทราบ นำนิทรรศการการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาจัดแสดงด้วย

ได้พบปะหารือ กับผู้แทนระดับจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียนและบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ซึ่งได้เน้นย้ำยืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินการตามโรดแมป และการวางรากฐานการปฏิรูปประเทศในทุกๆด้าน

ได้มีโอกาสหารือทวิภาคี กับผู้อำนวยการบริหาร สำนักงานว่าด้วยยาเสพย์ติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติและผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ซึ่งเราได้แจ้งถึงการยกระดับการป้องกันและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพย์ติด การค้ามนุษย์ การลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐาน รวมทั้งการต่อต้านการทุจริตทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคให้เป็นวาระแห่งชาติ

นายกฯ มีโอกาสเข้าร่วมในงานฉลองครบรอบ 150 ปี สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และเป็นตัวแทนประเทศไทยรับรางวัล ITU Global Sustainable Digital Development Award ในฐานะประเทศผู้นำในการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อนำระบบงานดิจิทัลเข้าไปขับเคลื่อนประเทศอีกด้วย

โดยไทย ได้รับเลือกเป็นที่ตั้งของสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ตั้งแต่ 23 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นฐานในการขยายการสนับสนุนและความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกในภูมิภาค

มีโอกาสกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างทั่วถึงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เน้นในเรื่องของการเข้าถึงน้ำที่ปลอดภัย

ได้กล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ได้มีการปรับปรุงพัฒนากฎหมายต่างๆ ในการส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาคระหว่างเพศ คุ้มครองผู้หญิงและเด็กจากความรุนแรงในครอบครัว การถูกล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศในการทำงาน สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทยฉบับต่อไป ก็จะส่งเสริมบทบาทสตรีให้มีส่วนร่วมผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเท่าเทียม

ได้หารือทวิภาคี กับผู้นำประเทศต่างๆ มีโอกาสพบกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน นายกรัฐมนตรีแอนติกาและบาร์อูดา ตลอดจนการหารือทวิภาคีกับ นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งพร้อมจะสนับสนุนการทำงานของเลขาธิการฯ และแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์อย่างแข็งขันต่อไป

สำหรับสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน ตนยืนยันว่า ยังคงเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่เรียกว่าโรดแมป และประเทศไทยได้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) วาระปี ค.ศ. 2017-2018 ด้วย

นอกจากนี้ไทยยังได้รับตำแหน่งประธานกลุ่มจี 77 อันเป็นองค์กรความร่วมมือระดับรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนา สำหรับวาระปี 2559 เนื่องจากทางกลุ่มจี 77 ได้มีการคัดเลือกจากประเทศที่มีประสบการณ์ และประเทศที่ประสบความสำเร็จในการลดความยากจน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีโลกในขณะนี้

นายกฯ ขอบคุณทีมประเทศไทย เอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติ เอกอัครราชทูต ประจำกรุงวอชิงตัน ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนที่ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวก ให้กำลังใจ จนทำให้ตนและคณะสามารถปฏิบัติภารกิจได้ลุล่วงเป็นอย่างดี ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ติดตาม รวมทั้งที่สหรัฐฯ จากหลายๆ รัฐที่ทราบว่าเหน็ดเหนื่อยมาให้การสนับสนุน

ตนถือว่าเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศชาติของเรา ก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

มีความเห็นจากภาคประชาชน ต่อภารกิจครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรี

อาจารย์วิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์ จากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ได้เขียนบทความ ระบุว่า

ถ้าถามว่า(นายกฯตู่)สอบผ่านไหม คงผ่านอยู่แล้ว นายกฯมีบุคลิกที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง อันนี้เป็นจุดที่ดี สังเกตได้จากการจับมือกับทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็ดี หรือคนอื่นๆ ก็ดี มีความเชื่อมั่นในตัวเอง

ภาพการจับมือกับนายโอบามาและอีก 3 ผู้นำ จริงๆ เป็นมารยาทบนเวทีโลก แต่ว่าผลที่ได้ก็คือทำให้เห็นว่าเกิดการยอมรับมากขึ้น จริงๆ แล้ว ถ้ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะต้องได้รับการรับรองจากต่างประเทศ ทีนี้การรับรองจากต่างประเทศหรือผู้นำจะมีทั้งโดยตรงและโดยปริยาย โดยตรงคือการประกาศรับรอง ซึ่งเขาไม่ได้ประกาศรับรองเรา แต่โดยปริยายก็คือดูจากพฤติกรรมการกระทำ ฉะนั้นถ้าประธานาธิบดีโอบามาจับมือกับนายกฯไทย น่าจะถือว่าเป็นการยอมรับโดยปริยาย อาจจะไม่ได้การยอมรับทางกฎหมายทั้งหมด ก็ถือเป็นการยอมรับในภาพพจน์ที่ดีขึ้นมา และจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์โดยทั่วไป รวมทั้งการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น

สิ่งที่นายกฯพูดในยูเอ็นเป็นการชี้แจงว่าสิ่งที่จะทำคืออะไร โรดแมปก็เป็นสิ่งที่นายกฯพูดมาสม่ำเสมอ

นายกฯก็พูดกันตรงๆ ว่าจะเป็นประชาธิปไตย อันนี้คือสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่แรก

สรุปแล้วคิดว่านายกฯ ทำได้ขนาดนี้ถือว่าทำได้ดี โดยเฉพาะภาพพจน์ในการไปจับมือกับชาวต่างชาติ มีความเชื่อมั่นในตัวเองดี

ในขณะที่ “เปลว สีเงิน” จากคอลัมน์ “คนปลายซอย” ในไทยโพสต์ จั่วหัวไว้ว่า “กลับมาดั่ง แม่ทัพที่กำชัย”

และว่า บทบาท-วิสัยทัศน์ "เพื่อชาติไทย-เกื้อประชาคมโลก" ของพลเอกประยุทธ์ มากมิตรในมหาสมาคมสหประชาชาติต่างพอใจ ไม่มีใครสักรายข้องจิต หรือแสดงความรังเกียจที่จะไม่คบหา ด้วยเกี่ยงงอนว่า... "นี่....ผู้นำเผด็จการทหาร"!

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ "บารัก โอบามา" ให้เกียรติเข้ามาจับมือทักทาย

ภาพนายกฯ ทหาร "พลเอกประยุทธ์" ยืนตรงดังคันธนู หน้าเชิด ไหล่ตึง มือจับ "สองตาจ้องตา" มหาอำนาจโลก

ภาพนายกฯ ทหาร "พลเอกประยุทธ์" ให้เกียรติสุภาพสตรี โดยเฉพาะสตรีหมายเลข 1 สหรัฐฯ "นางมิเชลล์ โอบามา" ด้วยการค้อมศีรษะ ขณะจับมือ และภาพ "ประธานาธิบดีจีน" ผู้เป็นอีกขั้วหนึ่งของมหาอำนาจโลก "สีจิ้นผิง"

ยืนสนทนาพลเอกประยุทธ์ด้วยบรรยากาศและท่าทีผ่อนคลาย เป็นกันเอง ดั่งญาติสนิท-มิตรสหาย สีจิ้นผิง-ประยุทธ์ ไม่แค่จับมือกัน... หากแต่มือ สีจิ้นผิง กำมือประยุทธ์ไว้ แล้วคุยกันไปเรื่อยๆ!

โบราณว่า 1 ภาพ มีค่า มากความหมายกว่าคำพูดล้านคำ เป็นฉันใด ภาพที่แพร่ออกไป...

2 ผู้นำขั้วอำนาจโลก ให้เกียรติ-ให้ความสำคัญ ไม่มีรังเกียจเดียดฉันท์ผู้นำไทย ในความหมาย "ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง" อย่างที่ปั่นข่าวกัน

นั่นก็มากค่า.... มากความหมายกว่าคำพูดใดๆ เป็นล้านคำ ฉันนั้น!

มิติสหรัฐฯ ที่แสดงออกกับไทย 27 กันยา 58 ที่ยูเอ็น คนละมิติกับที่แสดงออกเมื่อ 22 พฤษภา 57 จะพูดว่า สหรัฐฯ ปรับทัศนะและท่าทีจากลบกับรัฐบาล คสช.กลับมาเป็นบวก ก็ไม่น่าผิด

ไม่ใช่แค่พิธีกรรม นายโอบามาจับมือทักทายพลเอกประยุทธ์ หากแต่เห็นชัดจาก "ปฏิบัติการ" ที่เปลี่ยนไป

จากท่าทีที่เปลี่ยนไปของสหรัฐฯ ต่อไทย ถึงแม้นายกฯ ลุงตู่ไม่ได้เรียนวิชา "ฝ่ามือโลหิต" แต่จะมีคน "กระอักโลหิต" แน่นอน!