Get Adobe Flash player

เศรษฐกิจประเทศไทย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ผมมีภาระทางครอบครัว ต้องเดินทางกลับเมืองไทยด่วน และเป็นการเดินทางครั้งแรกที่ไม่ได้ใช้บริการของการบินไทย

ต้องขออภัย เพื่อนพ้องญาติมิตรในแอลเอ ที่รับปากว่าจะไปร่วมงาน หลายๆ งานแล้วไปไม่ได้ และขออภัยท่านผู้อ่าน ถ้ามีข่าวสารที่ตกหล่นไปบ้างในช่วงสองสามสัปดาห์นี้

เรื่องส่วนตัวก็มีเท่านี้ครับ กลับมาเรื่องเศรษฐกิจที่ตั้งใจจะเขียนถึง

เรื่องเศรษฐกิจน้อยมาก รู้แค่ว่าถ้าได้เงินมาต้องจัดสรรให้พอในช่วงเวลาก่อนที่เงินใหม่จะเข้ามา ถ้าช่วงไหนได้เงินมาน้อย ก็ใช้จ่ายแค่ส่วนที่จำเป็นก่อนหลัง ที่ไหนรอได้ก็รอไปก่อน เมื่อไรที่มีมาก ก็ค่อยว่ากัน

ก็พูดกันหนาหูว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไทยไม่ดี ส่งออกไม่เป็นไปตามเป้า อียูก็ฮึ่มอยู่ว่าจะไม่ซื้อสินค้าจากไทย ทำให้นึกย้อนไปถึงยุคฝรั่งเศส อังกฤษ สมัยล่าอาณานิคม พวกเขากดขี่ ทำลาย ไม่เคยดีกับเรา และทิ้งปัญหาพรมแดนกับเพื่อนบ้าน ไว้ให้เราแก้ จนปัจจุบันก็ยังแก้ไม่ตก

มาช่วงนี้ว่าเราค้ามนุษย์บ้าง แรงงานไม่ถูกกฎหมายบ้าง จะเล่นงานท่าโน้นท่านี้ อียู ถือว่าใหญ่ มีอำนาจกว่าก็โอหัง แต่ไม่เคยกลับไปมองตนเองเลย ว่าที่ผ่านมา พวกอียู ทำดีกับมวลมนุษย์ชาติบนโลกนี้แค่ไหน

อย่าอวดดีไป อย่างน้อยไทยก็เป็นครัวโลก ขอให้บริหารจัดการดีๆ อย่างไรในโลกยุคปัจจุบัน ของกินคือปัจจัยหลัก และระยะยาวอียูต่างหากที่จะเดือดร้อน

ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่เฉพาะที่ไทยหรอกครับ เอาแค่เรื่องบ้านๆ วันเสาร์ก่อนโน้น แวะไปซื้อสินค้าราคาถูก ย่านถนนที่ 11,12 กับ ซานเปรโดร ที่แทบจะเรียกว่า ถนนคนเดินในดาวน์ทาวน์ ลอสแอนเจลิส สังเกตว่าผู้คนบางตาอย่างน่าใจหาย

เข้ามาในเมือง ในตลาดหลักๆ หลายแห่ง ลูกค้าโหรงเหรง เปิดแคชเชียร์แค่ไลน์เดียวหรือสองไลน์ ถ้านับค่าใช้จ่ายเป็นรายชั่วโมง กับจำนวนรายรับจากการซื้อสินค้า ก็ยังนึกอยู่ว่า แล้วจะคุ้มทุนหรือไม่

อ่านข่าวสัปดาห์ที่แล้วครับ บอกว่าสหรัฐ หวังปิดล้อมให้จีนเดินตาม ด้วยการรวม 12 ประเทศ แถมมหาสมุทรแปซิฟิก บรรลุข้อตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เห็นว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหลายพันล้านดอลลาร์ในหมู่ชาติสมาชิก

12 ประเทศที่ว่า ได้แก่ ออสเตรเลีย, บรูไน, แคนาดา, ชิลี, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เม็กซิโก, นิวซีแลนด์, เปรู, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีประเทศไทย ทั้งๆที่อยู่ในภูมิภาคนี้

บางคนก็ตกใจว่า จีนแย่แน่ ส่วนไทยจะยิ่งแย่ แล้วก็วิจารณ์ด่าประเทศตัวเองเอาไว้ก่อน

ก็ขอให้ใจเย็นๆ ครับ จีนไม่ธรรมดา ไม่มีหนี้สิน ส่วนไทยก็ผ่านการต่อสู้บนเวทีโลกมามาก ระยะหลังมีนโยบาย ยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักมากขึ้น  ไม่เอาแต่เดินตามคำสั่งมหามิตร โดยไม่ชายตามองชาติอื่น ที่ผ่านมาพอโดนหักเอาเจ็บๆ ทีหนึ่ง ก็เสียใจครั้งหนึ่ง แต่ก็ลืมง่าย ไม่เข็ด

ส่วนที่ว่าตกลงทางการค้ากับมหาอำนาจ ประเทศเล็กก็ต้องระวังให้ดี เพราะการตกลงก็อย่างหนึ่ง การปฏิบัติก็อีกอย่างหนึ่ง ไม่เป็นตามที่วาดฝันเสมอไป ที่สำคัญคือ “ผลประโยชน์” เป็นสิ่งที่มหาอำนาจแสวงหา ไม่ใช่นักบุญ ที่จะมาช่วยประเทศเล็ก

และข้อที่ควรระวัง คือล้อมกรอบคนอื่นเพลินๆ อาจโดนฝ่าวงล้อม ถูกยันหงายท้องเอาได้ง่ายๆ

ดูตัวอย่าง ยุโรปกับรัสเซียนั่นปะไร

ข้อมูลจาก “พันทิพย์” หลังทั้งสหรัฐและยุโรปพร้อมใจกันออกมาข่มขู่รัสเซียว่า อาจต้องเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจขั้น "รุนแรง" หากมีการแทรกแซงทางทหารในภูมิภาคไครเมียของยูเครน

ทำให้ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แถลงเตือนให้สหรัฐเตรียมรับมือ มาตรการลดระดับการพึ่งพาทางเศรษฐกิจของรัสเซียต่อวอชิงตันให้เหลือระดับ "ศูนย์" และมาตรการยุติใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในการติดต่อทำธุรกรรม โดยมอสโก จะจัดตั้งระบบติดต่อทางการเงินของตัวเองร่วมกับกลุ่มพันธมิตรในตะวันออกและทางใต้ นอกจากนี้ สถาบันการเงินทุกแห่งในรัสเซียจะไม่ชำระเงินกู้ยืมที่รับมาจากธนาคารในสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ระบบเศรษฐกิจของวอชิงตันล่มสลายอย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะเดียวกัน ยังเตือนสหภาพยุโรป (อียู) ที่ขู่จะเดินตามสหรัฐด้วยการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อมอสโกเช่นกัน ว่าให้เตรียมรับมือ "หายนะ" จากการที่รัสเซียจะยุติการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้กับทุกประเทศในยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อพลังงานธรรมชาติจากมอสโกทั้งสิ้น

ล่าสุด พิษคว่ำบาตรรัสเซียวกเล่นงานยุโรปเสียเอง ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำมาก

รอยเตอร์ บอกว่าคณะกรรมาธิการยุโรป ต้องทุ่ม 500 ล้านยูโร เพื่อช่วยเกษตรกร หลังจากที่สินค้าด้านการเกษตรตกต่ำ เพราะผลบางส่วนจากข้อห้ามส่งออกไปยังรัสเซีย

มีการประท้วงในยุโรป โดยเกษตรกรเกือบ 5,000 คน และรถแทรกเตอร์มากกว่า 1,000 คัน มุ่งหน้ามาถึงกรุงบรัสเซล์ ประเทศเบลเยียม เมืองที่สภาการเกษตรของอียูกำลังจัดประชุมฉุกเฉินกันอยู่ พวกเขากำลังแสวงหาหนทางช่วยเกษตรกรที่เงินสดขาดมือ สร้างเสถียรภาพแก่ตลาดและปรับปรุงการทำงานของห่วงโซ่อุปทาน

ประธานกลุ่มเกษตรกรโคปา บอกว่า รัสเซียคือหนึ่งในตลาดหลักของอียูและหนึ่งในมาตรการคว่ำบาตร สืบเนื่องจากความขัดแย้งวิกฤตยูเครนเมื่อปีก่อน ส่งผลให้ต้องสูญรายได้จากการส่งออกภาคการเกษตรราว 5,500 ล้านยูโร

เหล่าเกษตรกร กำลังเผชิญกับวิกฤตกระแสเงินสดที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ "ตอนนี้คือช่วงต้นเดือนกันยายน เรายังไม่ได้จ่ายเงินที่ค้างชำระสำหรับช่วงฤดูร้อนและคุณจะเห็นผลิตภัณฑ์นม หายไปอย่างมากตลอดช่วงฤดูหนาว จนกว่าเราจะนำเงินสดไปวางโดยทันที" แกนนำกลุ่มเกษตรกรโคปากล่าว

Pat Hemasuk ให้ความเห็นเอาไว้ว่า หลังจากที่รัสเซียลงนามตอบโต้ที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์เกษตรมี เนื้อ ปลา เนยแข็ง นม ผัก และผลไม้ จาก อเมริกา ออสเตรีย แคนาดา นอร์เวย์ แล้วหันไปซื้อจากกลุ่มละตินอเมริกาแทน ไม่ทันถึงครบครึ่งเดือนยุโรปทั้งยุโรป ก็เหมือนตกในสภาวะกลียุคที่มีแต่สินค้าค้างโกดังเต็มไปหมด ในลานสินค้าตามสถานีรถไฟในเยอรมันก็มีแต่สินค้าค้างส่งเข้ารัสเซียจากประเทศต่างๆ กองเต็มลาน คือมันไม่ใช่ฉิบหายแค่ขายไม่ได้ สินค้าเกษตรพวกนี้มันมีอายุไม่นาน เสียค่าส่งไปค้างกลางทางแล้วขนกลับก็เสียเงินเปล่าเพราะมันหมดอายุต้องทำลายทิ้ง คือเสียทั้งค่าส่งไปส่งกลับและค่าทำลายสินค้าอีก เรียกว่าซวยสามต่อก็ว่าได้ ถ้าสินค้าแต่ละล็อตกำไรสิบเปอร์เซ็นต์ก็ต้องขายสิบกว่าครั้งถึงจะได้ทุนคืนจากที่เจ๊งไปเพียงล็อตนี้ล็อตเดียวเท่านั้น ซึ่งทางรัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยเหลือเยียวยาอะไรกับบริษัทเอกชน

ออสเตรียบอกว่าของล้นตลาด ซึ่งกลายเป็นว่าระบบราคากลางของสินค้าเกษตรในประเทศโดนทำลายอย่างย่อยยับ ฮอลแลนด์บอกว่าความเสียหายครั้งนี้มันอาจจะสูงถึงสามเท่า ผลิตภัณฑ์นมของลิทัวเนียกำลังจะดิ่งลงเหว ขณะนี้ในยุโรปราคาผลไม้และผักสดที่ล้นตลาดกำลังราคาตกแบบรูดมหาราช คาดว่าผักสดจำนวน 12ล้านตันที่ผลิตขายรัสเซียในปีนี้คงต้องหยุดผลิตเพราะมันล้นตลาดยุโรปไปหมด คาดว่าการที่รัสเซียตอบโต้ครั้งนี้มีความเสียหายถึง 1.5 พันล้านยูโรเลยทีเดียว ยังไม่รวมคนตกงานอีกมหาศาลทั้งยุโรป

งานนี้ปูติน ต้องการจะวัดใจยุโรป ว่ายังจะตามก้นอเมริกาแซงชั่นรัสเซียหรือจะหยุดแล้วกลับมาค้าขายกันใหม่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็อดตายกันไป เพราะรัสเซียยังมีตลาดสินค้าพวกนี้จากอเมริกาใต้ ที่ไม่ต่างกันเข้ามาทดแทน ซึ่งเวลานี้ทางกลุ่ม EU เองก็หาทางออกแบบยอมด้านหน้าไปเจรจากับกลุ่มประเทศละตินว่าอย่าไปขายพืชผักให้รัสเซีย ซึ่งเวลานี้ไม่มีใครบ้าจี้ทำตามคำขอของกลุ่ม EU เลยสักประเทศ

“ซึ่งประเทศไทย ยังไม่ได้ขยับไปค้าขาย ทูตการค้าน่าจะวิ่งไปเสียบรัสเซียแต่เนิ่นๆ ไปถามว่าเขาอยากได้อะไรบ้าง ไม่ใช่รอให้เขาวิ่งมาขอซื้อจากเรา พูดเรื่องนี้ทีไรผมขัดใจทุกที” Pat Hemasuk ระบุ