Get Adobe Flash player

ศึกชิงเจ้ายุทธภพ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

มวลความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ส่งผลให้อุณหภูมิของประเทศลดลง แต่ดีกรีทางการเมืองกลับยิ่งร้อน 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตกเป็นข่าวฮือฮาอีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2558 ได้มีการเรียกประชุม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ

5 หนวยงานหลักเหล่านี้ ที่เรียกให้ดูขึงขังว่าแม่น้ำ 5 สาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงนโยบายได้ร้อนแรงอย่างยิ่ง

ว่าขอให้ทุกฝ่ายทำงานเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประเทศไทย ทุกคนต้องยอมรับกติกาให้ประเทศปลอดภัยมั่นคง ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีที่ยืนในนานาชาติ

ฝากถึงใครที่อยู่ต่างประเทศ ขอให้กลับมาพิสูจน์คดีตามกระบวนการยุติธรรมด้วยตัวเอง ไม่ใช่ไปต่อสู้อยู่ข้างนอก และว่าท่านยังนับถือคนเหล่านี้อีกหรือ ตนอายเขาที่มีคนหนีไปต่างประเทศ วันนี้ต้องเลิกปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง

รัฐบาลของตนไม่อยากอยู่ จะอยู่เท่าที่จำเป็น ไม่คิดสืบทอดอำนาจ ต้องแบกภารกิจคน 70 ล้านคน ตนเข้ามาเพื่อยุติความรุนแรง

แล้วกล่าวเตือนสตินักการเมือง ว่ามักลืมอดีตว่าเกิดอะไรขึ้น จำแต่เรื่องอนาคตว่าเมื่อไรจะเลือกตั้ง แต่ไม่มีใครพูดว่าจะไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก

ส่วนเรื่องสถาบัน ไม่เข้าใจว่า เหตุใดนำพระองค์ท่านมายุ่งเกี่ยว ท่านไม่เคยลงมาเกี่ยวข้อง

หลายคนได้รับนิรโทษกรรมมาแล้วก็กลับมาทำแบบเดิมอีก ไอ้พวกนี้ไม่เคยมีความกตัญญู มันไม่ตายดีหรอก จำคำพูดผมไว้แล้วกัน

ที่ผ่านมาที่มีปัญหาทุกวันนี้ ตนเมตตามาเยอะแล้ว เรียกมาปรับทัศนคติ ต่อไปคงไม่เรียกแล้วให้ติดคุกเลยง่ายดี

นี่คือสิ่งที่นายกประกาศออกมา

และว่า กรธ.ขอให้ทำงานไป เรื่องนายกฯคนนอก ฝ่ายการเมืองไม่ต้องมาระแวงตน เขียนทุกวันว่าตนจะอยู่ในอำนาจ

ถ้าไม่สงบเรียบร้อย ตนก็ อยู่ต่อ ปิดประเทศก็ต้องปิดกันไป

แล้วสำทับซ้ำว่า..... ถ้าเอามวลชนมา แกนนำต้องโดนก่อน โดยเฉพาะคนที่พูดมาก ตนมีอำนาจอยู่ “วันนี้แม่น้ำ 5 สาย ต้องร่วมกันทำงานถ้าตายต้องตายตกไปตามกัน แต่อยากให้สร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน นำประเทศไปสู่ความมั่งคั่งมั่นคง

จากคำกล่าวของนายกฯ จะเห็นความแข็งกร้าวมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนหมอที่เพิ่มยาแรงขึ้นๆ เมื่อพบว่ายาสามัญประจำบ้านแบบเดิมรักษาไม่หาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกฯ มอบหมายให้ฝ่ายกระบวนการยุติธรรม เร่งรัดคดีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ข้อยุติภายในปี 2559 เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรองดองในปี 60 นั้น

 นายกฯ มอบฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช. แต่หากเป็นเรื่องเร่งด่วน รัฐบาลจะเสนอเข้า สนช.โดยด่วน หรือออกเป็น พ.ร.ก. หากด่วนที่สุดและจำเป็นจริงๆจะใช้มาตรา 44 สั่งการเลยก็ได้.....

.................

นี่คือ “ความคิดรวบยอด” ของรัฐบาล คสช. ที่เรายังมองไม่ออกว่าจะลงเอยอย่างไร รวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญ จะออกมาเป็นแบบไหน และจะถูกตีตกไปอีกหรือไม่ “แผนที่ถนน” จะทอดยาวไปอีกไกลสุดลูกหูลูกตาแค่ไหน ยังไม่มีใครตอบได้

ช่วงเวลานี้ถึงจะทำให้บ้านเมืองสงบได้ก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่า “อำนาจเป็นของร้อน” ต้องรีบทำและรีบจบ เพราะช้าก็อาจไม่เป็นการ และนานก็อาจไม่เป็นคุณ

นี่คือความห่วงใยนายกฯ ด้วยความจริงใจ

เรามามองความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน

นายทักษิณ ชินวัตร ก็ได้พยายามวัดกระแส ว่าเสื้อแดงจะแรงฤทธิ์ ในวันนัดหมายได้แค่ไหน ส่วนตัวได้โพสต์ภาพของตัวเองใส่เสื้อสีแดง ในอินสตาแกรม @thaksinlive เป็น พร้อมข้อความทำนองว่า 

วันนี้วันอาทิตย์ใส่เสื้อแดง เป็นกำลังใจแด่ผู้รักประชาธิปไตยและผู้แสวงหาความเป็นธรรมทุกคน

แต่ก็ยังออกอาการกั๊กๆ อยู่ ไม่ประกาศลั่นโฉ่งฉ่างแบบสมัยก่อน

โดยอ้างว่า 1.เพราะเป็นเทรนด์ของแฟชั่น 2.เพราะเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งสัญลักษณ์คือสีแดง 3.เพราะที่บ้านมีเสื้อผ้าสีแดงหลายตัวก็หยิบมาใส่พอดี 4.เป็นพวกที่คิดเหมือนตนคือเป็นคนเสื้อแดง เป็นคนอยากเห็นความเป็นธรรมและประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ

และอ้อนว่า ใครอยากชนะใจคนเสื้อแดงนี่ง่าย เพียงใช้หัวใจที่เป็นธรรมอย่างมีเมตตาธรรมเท่านั้นก็ชนะใจคนเสื้อแดงแล้ว

แต่กระแสความเคลื่อนไหว ดูจะแผ่วๆ ไม่แรงเหมือนเก่าก่อน มีแต่สื่อฯ ที่เป็นแนวร่วมเท่านั้น ที่ออกมาส่งเสียงเชียร์ (จริงใจหรือเปล่ายังไม่รู้)

.............................

ส่วนอีกด้านเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นปช.จัดกิจกรรม ครบรอบ 9 ปี รำลึกการเสียชีวิตของ นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ ที่นำรถชนกับรถถัง ประท้วงการรัฐประหารปี 2549

มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. และ นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. พร้อมพวก เดินทางไปวางดอกไม้ที่ “สดมภ์ นายนวมทอง”

ประชาชนจำนวนหนึ่งทยอยเดินทางมาร่วมงาน แต่งกายด้วยชุดสีดำและสีแดง พร้อมวางดอกไม้เพื่อเคารพดวงวิญญาณของ นายนวมทอง

ส่วนการนัดแต่งแดงเมื่อวันอาทิตย์ ข่าวบอกว่า กรณีที่มีการโพสต์ข้อความเชิญชวนให้สวมเสื้อสีแดงในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประเด็นเรื่องการจำนำข้าวนั้น โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ไร้แววใส่แดงให้กำลังใจ

ก็อย่าเพิ่งเชื่ออย่างที่ตาเห็น เพราะบางทีความเงียบทำให้ดูวังเวง น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงโหวกเหวกเสียอีก

ส่วนที่ สวนดุสิตโพล ได้เผยแพร่ผลสำรวจในหัวข้อ “ควันหลงการประชุมแม่น้ำ 5 สายและการบริหารประเทศ” สรุปว่า ประชาชน มองแม่น้ำ 5 สายทำงานเป็นทีม พร้อมหนุน นายกฯอยู่ต่อ หากบ้านเมืองยังไม่สงบ เพราะนายกฯเป็นคนพูดจริงทำจริง-ใช้ ม.44 ปราบทุจริต

สำรวจจากประชาชนทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,119 คน

ยังไม่อาจสรุปได้