Get Adobe Flash player

มโนภาพ...ที่น่ากลัว โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

อ่านข่าวเรื่อง “หมอหยองตาย” แล้วสงสารจับใจ แม้เขาเป็นผู้ต้องหาที่อาจทำความผิด หลอกลวง ฉ้อโกง ฯลฯ แต่กับการที่ต้องมาตายในคุกแบบ “ญาติพี่น้องไม่ติดใจ” ดูแล้ววังเวง น่ากลัว

กลายเป็น “ผีหัวโล้น” ศพที่สองแล้ว สำหรับความยุติธรรมในคดีเดียว

แม้นายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธว่า เรือนจำ มทบ.11 ในวันนี้ไม่ใช่เรือนจำของทหาร แต่ทางกรมราชทัณฑ์มาขอใช้พื้นที่ส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นของกรมราชทัณฑ์ เพราะฉะนั้นการดูแลต่างๆ เป็นของกรมราชทัณฑ์ทั้งสิ้น ก็ใช้ระบบการดูแลเหมือนเรือนจำอื่นๆ

แต่ภายใต้รัฐบาล คสช.รัฐบาลที่มุ่งหน้าปฏิรูปประเทศ และเรียกร้องหาความถูกต้อง จะให้ผ่านไปแบบไม่ชัดเจน หรือปฏิเสธความรับผิดชอบคงไม่ได้

คดีนี้ ผู้คนเริ่มเอะใจ ตั้งแต่ผู้ต้องหาสองคนที่ตาย “โกนหัว”

คำถามในใจคือพวกเขาเจตนาโกนหัวเอง เพื่อท้าทายอำนาจรัฐ ซึ่งไม่น่าจะทำได้ เพราะคงเตรียมการไม่ทัน หรือว่า ถ้าไม่โกนเอง จะถูกช่างตัดผมของเรือนจำกรมราชทัณฑ์ จับโกน หรืออย่างไร

จับโกนหัวอย่างเดียว หรือโดนกระทืบด้วยจนช้ำใน

คนแรกจึงต้อง “ผูกคอ” ตายแก้ช้ำในก่อน

ส่วนคนที่สอง ไม่รู้ว่าบอบช้ำ ที่เรียกกันว่า ติดเชื้อในกระแสโลหิต ตายตามไปอีกศพ

นี่เป็นความรู้สึก ที่คิดไปต่างๆ นาๆ แบบที่ผู้มีอำนาจ เขาชอบเรียกว่า “มโน” ของประชาชน ที่อาจหวาดกลัวเกินกว่าเหตุ แล้วเกิดภาพที่จินตนาการเอาเอง

อ่านแล้วโปรดอย่าเพิ่งเชื่อ เพราะมโน ไม่มีหลักฐาน

ล่าสุด มีข่าวออกมาอีกว่า จะมีการจับกุมเพิ่มอีก โดยผู้อำนวยการส่วนกฎหมายฯ กอ.รมน.เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อ “เสธ.โจ้ คชาชาต” ในข้อหาคล้ายๆ กัน

เสธ.โจ้ ไม่เสี่ยงให้ถูกจับเข้าคุก

ข่าวว่าหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเมียนมา โดยไปกบดานอยู่กับชนกลุ่มน้อยของเมียนมา ตามแนวชายแดน ซึ่งตอนนี้กองทัพ ประสานทางการพม่าเพื่อขอตัว เสธ.โจ้ มาดำเนินคดีในประเทศไทย

นี่ก็เป็นครั้งแรก ที่เราอยากให้เสธ.หนีไปให้พ้น ทนลำบากเอาหน่อย แล้วค่อยกลับมาสู้คดี เมื่อบ้านเมืองไม่อึมครึม

จากสาเหตุการตายทั้งสองศพ ที่ทางการออกมาระบุว่า “ตรวจสอบอย่างดี” แต่ประชาชนกลับรู้สึกว่ามันดูเหมือนกลบเกลื่อน ไม่เนียน แม้แต่ใบมรณบัตร วันที่ก็ยังไม่ตรงกับวันตาย 

หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ถ้าเป็นไปได้ อยากวิงวอน คสช.เรื่องความชัดเจน สิ่งที่ควรทำหลังการเสียชีวิต คือการผ่าศพพิสูจน์ จากหน่วยงานเป็นกลาง เพื่อให้เกิดข้อสรุปทางการแพทย์

ขอความเมตตาต่อผู้ถูกกล่าวหา ขอให้ตระหนักว่า “พวกเขา” ก็เป็นคนบนผืนแผ่นดินเดียวกับเรา จะดีหรือชั่ว เขาก็มีพ่อแม่ ครอบครัว ญาติพี่น้อง

ถ้าผิด กฏหมานก็มีอยู่แล้ว แม้จะต้องติดคุกติดตะราง ยังได้เยี่ยมเยียน พูดคุย กี่ปีเขาก็รอ วันที่สำนึกผิด วันที่สามารถกลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัว

อย่าให้เกิดความเคลือบแคลง จนทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “มโน”

ในโลกใบนี้ คนไทยเราถูกอบรมบ่มนิสัยมาหลายชั่วอายุคน ให้เมตตาต่อกัน เพราะเมตตา ทำให้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ภาพในโลกโซเชียลมีเดีย เรายังได้เห็นชาวประมงกระโดดน้ำ ช่วยเต่าทะเลที่ติดอวนลอยมา แกะอวนออก แล้วปล่อยลงทะเลไป  คนช่วยลูกเป็ดตกท่อ ช่วยรักษาลูกกวางขาหักที่หลงแม่ รักษาจนหาย ก่อนจะคืนสู่ครอบครัวและผืนป่า

คนช่วยหมาข้างถนน ทั้งเป็นโรค บาดเจ็บและหิวโหย เอามาอาบน้ำ ขัดผิว ทำแผล ประคบประหงม ป้อนนม ป้อนอาหารอ่อน จนหมาน้อยคืนชีวิตกลับมาอีกครั้ง

หรือแม้แต่คนช่วยคน เช่นในกรณีของ พยาบาลสาว ลงมาช่วยปั๊มหัวใจให้คนหมดสติข้างถนน

 “พี่ชัช” ชาวกระบี่ ที่ทอดตัวช่วยนักท่องเที่ยวโดนโคลนดูด

หลายครั้ง ที่เห็นแล้วยิ้มทั้งน้ำตา กับสิ่งดีๆ

เราอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ ในประเทศไทย บ้านเกิดเมืองนอนของเรา

บ้านเมือง..... ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากนะครับ ที่ยอมจำนน ต่ออำนาจรัฐ ที่ให้ใครก็ได้มาปกครองประเทศ ไม่โต้ ไม่แย้ง ไม่เถียง ไม่สร้างปัญหาให้สังคม

ก้มหน้าทำมาหากิน เศรษฐกิจไม่ดีก็ประหยัด ยอมทน ยอมอด ปากกัดตีนถีบ

แต่ขออย่างเดียว ขอให้มีเมตตา ให้อยู่กันดีๆ ไม่โหดร้ายกับประชาชนที่ไม่มีทางสู้

ที่กล่าวมา ไม่ได้ต้องการว่า ใครฆ่า “สารวัตรเอี๊ยด - หมอหยอง”

เพราะถ้ามองอีกด้านหนึ่ง “ความเครียด” บางทีก็ทำให้คนตายได้ เพียงแต่ตำหนิว่าฝ่ายดูแลผู้ต้องหา ละเลยเกินไป

สารวัตรเอี๊ยด คนแรกผูกคอตาย ก็อ้างว่าไม่เห็น

คนที่สอง หมอหยอง มีข่าวว่าป่วยตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ข่าวว่ากำลังป่วยหนัก และต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล และถึงขั้นต้องปั๊มหัวใจ แล้วก็มีการออกข่าวมาอีกว่า หมอหยองแกล้งป่วย แกล้งปากเบี้ยว

แม้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ออกมายืนยันเองอย่างน่าตำหนิว่า ข่าว “หมอหยอง” มีอาการป่วยหนักไม่เป็นความจริง เพียงแต่มีอาการโรคความดันกำเริบ ก็เท่านั้น

พูดไม่ทันข้ามอาทิตย์หมอหยองก็ตาย แสดงให้เห็นว่าพวกคุณไม่ได้ใส่ใจ ไม่เป็นมืออาชีพ

เบื้องต้น จากการชันสูตรร่วม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ อัยการ และแพทย์นิติเวช ลงความเห็นว่า หมอหยอง เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ดูจากรายชื่อว่ามีใครบ้าง ที่ร่วมชันสูตร ก็แปลว่า องค์กรเหล่านั้นกำลังเสี่ยงกับความน่าเชื่อถือ สำหรับประชาชน เพราะไม่บอกความจริง

การอ้างเพียงว่า ญาติไม่ (กล้า) ติดใจ จึงไม่มีการผ่าศพพิสูจน์จากแพทย์มืออาชีพ เท่านั้นไม่พอ

สารวัตรเอี๊ยด – หมอหยอง ตายไม่เป็นไร เพราะเกิดมาแล้ว ตายช้าตายเร็วก็ตาย แต่การตายของพวกเขา จะสร้างความเสียหายให้ระบบยุติธรรมไทย ที่แย่กว่าสองคนที่ต้องตาย

วันนี้ อาจกลบเกลื่อนได้ แต่ความจริงก็คือความจริง เพราะหลักฐานจะปรากฏ เมื่อถึงเวลาอันสมควร

สิ่งที่หยิบยกมากล่าว ขออย่าคิดว่าเป็นประเด็นการเมือง ที่จ้องทำลายรัฐบาลทหาร จากฝ่ายตรงข้าม หรือผู้ไม่หวังดี

เพราะโดยส่วนตัว เราเองก็สนับสนุนให้ คสช.เข้ามาแก้ปัญหา เมื่อประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งตอนนั้นคนไทยกำลังฆ่ากันเอง

เพียงแต่เมื่อเข้ามาแล้ว ขอให้ดูแลประเทศเกิดความเที่ยงธรรม ในมาตรฐานเดียว

และหลังจากจัดระเบียบสังคมแล้ว ก็ขอให้นำระบบการปกครองที่เป็นสากล คืนให้ประเทศ เพื่อการอยู่ร่วมกันในกติกาของนานาชาติ

ส่วนความเห็นที่ต่างบ้าง ก็ขอให้รักษาความต่างไว้ เพราะความต่าง จะนำพาไปสู่เหตุผลที่ดีกว่าเสมอ

ไม่อยากให้ฉุนเฉียว โกรธเกรี้ยวอยู่ตลอดเวลา

เรื่องของทหาร แม้กองทัพจะมีอำนาจล้นฟ้า แต่ประเทศเป็นของประชาชนภาพลักษณ์ของทหารจึงสำคัญ ในโลกยุคข้อมูลข่าวสาร อย่าปล่อยให้ฝ่ายปฏิบัติเชื่อในอำนาจตน จนลืมรักษาศรัทธาที่ประชาชนมี เพราะหากศรัทธาถูกทำลายไป การจะกู้คืนนั้นยากมาก

ขอให้เชื่อว่า “เรารักทหาร เพราะทหารคือลูกหลานประชาชน”

ทหารในระดับเล็กๆ กำลังปกป้องแผ่นดินอยู่ตามชายแดน

เห็นภาพรองเท้าเก่าขาดจนนิ้วโผล่ รถลาดตระเวณตรวจตราไม่มีความปลอดภัย ใครซุ่มยิงก็ง่ายดาย

มีสภาพนอนกลางดินกินกลางทราย บ้างก็ฝนตกเปียกปอน

ปะทะ บาดเจ็บกลับมา บ้างก็ล้มตาย นำร่างกายกลับบ้านไม่ครบถ้วน ใครเห็นก็เศร้าใจ สำนึกได้ในบุญคุณ

ถ้าจะรักษาภาพลักษณ์ ก็อยากให้ผู้ใหญ่ในกองทัพ ตรวจตรา กำชับกำชา ดูแลเขาบ้าง สำหรับทหารเกณฑ์ ครูฝึก ก็อย่าให้โหดร้ายจนเกินไป จนบางคนถึงตาย บทลงโทษหนักเบา ควรบัญญัติ ระบุไว้ให้ชัด ทำนอกเหนือจากนี้อย่าให้ทำ และถ้ากระทำต่อผู้ด้อยกว่า ด้วยความลำพองเกินไป ควรได้รับการลงโทษ

อย่าลืมว่าโลกยุคข้อมูลข่าวสาร ภาพต่างๆ ข้อมูลการร้องเรียน แพร่ออกไปทั่วโลก ไม่มีใครสามารถกลบเกลื่อนได้อย่างแต่ก่อน

เช่นคลิป ครูฝึกพาทหารเกณฑ์ที่ทำผิดออกไปรุมกระทืบ หรือเตะถีบ ขณะที่ให้ออกกำลัง

คลิปล่าสุด (ไม่ยืนยันว่าเป็นทหารไทยหรือไม่) จับทหารทั้งหมดแก้ผ้า ครึ่งหนึ่งให้นอนหงาย อีกครึ่ง ให้วิดพื้น คร่อมบนร่างของผู้ที่นอน

ไม่มีคำใดที่เหมาะสมมากกว่าคำว่า บ้าอำนาจ และ ป่าเถื่อน เสื่อม หมิ่นศักดิ์ศรีของมนุษยชาติ

เราต้องการให้ประเทศไปทางนั้นหรือ.