Get Adobe Flash player

จาก‘นำพล’ ถึง‘ปอ ทฤษฎี’ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

สมัยที่ยังเรียนชั้นมัธยม รุ่นพี่โรงเรียนเดียวกัน ถือเป็น “ฮีโร่” ของพวกเราคนหนึ่ง เป็นนักมวยสากลระดับแชมป์เวทีมาตรฐานและระดับเอเซีย ชื่อ “พี่ป้อง” ภิรมย์ สิงห์ยอดฟ้า มีข่าวความเคลื่อนไหวให้ติดตามอยู่เสมอ

ทำให้พวกเราสนใจกีฬามวย ทั้งๆ ที่ยุคนั้นไม่มีทีวีให้ดู มีแต่รายการถ่ายทอดมวยทางสถานีวิทยุ ที่มีเพียงเสียงพากย์ ในขณะที่นักมวยชกกัน ให้เราฟังและจินตนาการเอาเอง

ในชั้นเรียนเราเข้าหุ้นกันซื้อหนังสือมวย ซึ่งมีอยู่สามฉบับ (ถ้าจำไม่ผิด มวย-บ็อกซิ่ง-เดอะริง) มาอ่านกัน ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวในวงการฯ รู้จักนักมวยในยุคนั้นหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อภิเดช ศิษย์หิรัญ อดุลย์-เด่น ศรีโสธร บุกเดี่ยว-แดนชัย- เขียวหวาน ยนตรกิจ ราวี เดชาชัย เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต สมพงษ์ เจริญเมือง ฯลฯ

แล้วก็ต่อเนื่องกันมาถึงยุค คงเดช ลูกบางปลาสร้อย พุฒ ล้อเหล็ก วิชาญน้อย พรทวี ผุดผาดน้อย วรวุฒิ หัวไทร สิงห์เมืองนคร ฯลฯ ไล่เรียงกันมาเรื่อยๆ

ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเป็นส่วนตัว แต่ก็มีความผูกพัน จนรู้สึกว่าบุคคลเหล่านั้นเหมือนญาติ

ปัจจุบัน ห่างหายกันไปตามเวลาที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย ก็ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่บ้างจากมวยตู้ เวที 7 สี เวทีสยามอ้อมน้อย และลุมพินีเกริกไกร ในวันหยุดสุดสัปดาห์

เมื่อวันก่อนอ่านข่าว พบว่า อดีตนักมวยไทย นำพล หนองกี่พาหุยุทธ  ป่วยเป็นวัณโรค และใช้ชีวิตอยู่ลำพัง  

ดูจากในรูป ร่างกายที่ซูบผอม เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกไม่มีเค้าอดีตแชมป์เข็มขัดสองเส้นแม้แต่น้อย

ข่าวระบุว่า เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ระยะหลังขาดการรักษาและไม่ได้กินยาต่อเนื่อง จึงทำให้อาการทรุดหนัก

เจ้าตัวบอกว่า “ยังพอเดินไปไหนมาไหนและช่วยเหลือตัวเองได้ แต่นั่งหรือยืนเป็นเวลานานๆ จะเหนื่อย”

เห็นภาพแล้วสงสารครับ อยากให้คนในวงการมวยช่วยกันดูแล อย่าทอดทิ้ง “ญาติของพวกเรา”

ขณะที่กำลังเป็นห่วงอยู่

ข่าวล่าสุด ทราบว่า นายยงยุทธ จรเสมอ นายอำเภอหนองกี่ หลังทราบข่าวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานกับทางโรงพยาบาล เพื่อช่วยเหลือดูแลรักษา

เช่นเดียวกับ น.พ.บุญโฮม แก้วชนะ ผอ.โรงพยาบาลหนองกี่ ที่รับปากว่าทางโรงพยาบาลจะได้ทำการรักษาอย่างจริงจัง โดยจะส่งเจ้าหน้าที่พยาบาลมาดูแลเรื่องการรับประทานยาให้สม่ำเสมอ พร้อมทั้งดูแลเรื่องอาหารการกิน

คุณหมอบอกว่า โรคดังกล่าวสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าหากทำการรักษาต่อเนื่อง กินยาสม่ำเสมอ และปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่ง คาดว่าประมาณ 4-5 เดือน สภาพร่างกายก็จะกลับมาฟื้นตัวและหายเป็นปกติได้

สาธุ..... ก็ขอขอบคุณนายอำเภอและคุณหมอ อย่างมากครับ

ขอบคุณผู้โพส์ตลงเฟซบุ๊ก ที่แจ้งข่าวอาการป่วยของ นำพล ทำให้หลายฝ่ายได้ช่วยกัน

ถ้าหายแล้ว คราวนี้จะต้องเป็นหน้าที่ของคนในวงการมวย ช่วยหางานให้ทำด้วยนะครับ เพื่อให้มีทุนพอเลี้ยงชีวิต ถือว่าเป็นคำขอของแฟนมวย

พูดถึงนำพล เป็นลูกศิษย์ อ.ปราโมทย์ หอยมุกข์ แห่งค่าย "ศูนย์กีฬาหนองกี่"  และ "หนองกี่พาหุยุทธ" ในจังหวัดบุรีรัมย์

ค่ายนี้มีนักมวยดังๆ หลายคนเช่น รณชัย ศูนย์กีฬาหนองกี่ นำพล-นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ ฯลฯ

ปัจจุบัน นำพล อายุ 46 ปี ยุคที่ชกมวย ชกทุกครั้งแตกแทบทุกครั้ง จนได้ฉายา "ขุนเข่าหน้าเปื่อย" เป็นแชมป์เข็มขัดสองเส้น "รุ่นไลต์ฟลายเวท และเฟเธอร์เวท" ของเวทีลุมพินี

จบข่าวนักมวยแล้วยังมีข่าวคราวนักแสดงอีกคนครับ

“ปอ” ทฤษฎี สหวงษ์ ป่วยเป็นไข้เลือดออก อาการยังวิกฤต ยังไม่พ้นขีดอันตราย มีข่าวให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะปอเป็นที่รักของสังคม

ช่วงนี้ก็มีคนค่อนขอด ว่าทหารตายชายแดนไม่เห็นมีใครดูแล แต่พอดาราป่วย คนไทยจะเป็นจะตายกันให้ได้

อย่าคิดอย่างนั้นเลยนะครับ ทุกคนรักและห่วงทหาร แต่คงไม่ต้องอธิบายว่าทำไม มันเป็นเรื่องของหัวใจ ซึ่งคนที่ไม่เข้าใจ อย่างไรก็ไม่เข้าใจ

เกี่ยวกับปอ ได้อ่านข้อความของ “ดล เหล่าเทพารักษ์” ที่ให้ความเห็นเอาไว้น่าสนใจครับ

เขาให้เหตุผลว่า ทำไมสื่อจึงออกข่าวตลอดเวลา ปอ สำคัญอย่างไรตรงไหน ทำไม รพ.รามา ถึงต้องตั้งโต๊ะ เอาระดับอาจารย์มาแถลงข่าว... เขาบอกว่า

ครั้งหนึ่ง ปอเคยช่วยหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับมูลนิธิรามาฯ และอาคารสมเด็จพระเทพฯ กิจกรรมในวันนั้น คือ ขายเสื้อมูลนิธิรามาธิบดี โครงการนี้ชื่อ "คำว่าให้...ไม่สิ้นสุด" วันนี้ สถานที่นี้กำลังช่วยชีวิตปอ...

ครั้งหนึ่งสำหรับปอ กับการเป็นทูต WSPA ประจำภาคพื้นเอเชีย เริ่มตั้งแต่ปี 2551-ปัจจุบัน โดยมีบทบาทในการช่วยรณรงค์และกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักเห็นถึงความสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์ ยุติการทำร้ายสัตว์ เพื่อให้ สหประชาชาติ ผลักดันให้แต่ละประเทศพิจารณาออกกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ขั้นพื้นฐาน

ครั้งหนึ่ง กับการเป็นชาวนาทั้งในจอและนอกจอ โดยปอแสดงละครเรื่อง "ผู้ใหญ่ลีกับนางมา" เมื่อปี 2552 ปอ รับบท ผู้ใหญ่ลี (พระเอก)

ซึ่งหลังจากเป็นชาวนาในละครเรื่องนี้ ปอ เกิดแรงบันดาลใจมุ่งสู่อาชีพชาวนาในชีวิตจริง พร้อมทั้งน้อมนำเอาพระราชดำริของในหลวงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ค้นหาความสุขจากสิ่งที่มีอยู่

ปอ แบ่งที่นาร่วม 200 ไร่ในจ.บุรีรัมย์ บ้านเกิด ให้ชาวบ้านละแวกนั้นทำนาโดยไม่คิดค่าเช่า แต่ชาวบ้านก็นำข้าวที่ได้จากการผลิต มาแบ่งให้ปอได้ทานด้วย

ปอ ยังน้อมนำเอาพระราชดำริของในหลวง ด้านการทำการเกษตรมาเป็นแนวทางในการจัดการไร่นาของตนเอง ตอนนี้มุ่งเน้นที่จะทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าวปลอดสารพิษ 100%

นี่คือบางส่วน ในสิ่งที่นักแสดงคนหนึ่งกระทำ และยังมีอีกหลายสิ่ง ที่ได้ทำความดีไว้กับสังคม จนเป็นที่รักของคนหลากหลายอาชีพ

ซึ่งไม่ได้เกิดจากการบ้าดารา

พ่อบอกว่าแม้ความหวังเหลือศูนย์ก็ยังมีความหวัง น้องชายโกนหัวบวชให้พี่ ทุกคนอยากให้ปอฟื้นขึ้นมา

ที่สำคัญ ย่อมมองได้ว่าความห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นความรู้สึกดีๆ ของผู้คน ในยุคที่โลกมีแต่ความโหดร้าย อยากให้สังคม ถนอมความรู้สึกดีๆ เช่นนี้ให้กับผู้คนทั้งมวล ไว้ให้เป็นสมบัติของโลกที่สวยงาม.