Get Adobe Flash player

ชีวิตต้องสู้ของ ‘เจี๊ยบ เชิญยิ้ม’ ตลก(ไม่)ร้องไห้ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

การทำงานเป็นภาระของผู้คนในการดำรงชีวิต เป็นภาระที่ไม่ได้อยู่บนความทัดเทียม บางคนเกิดในกองเงินกองทอง บางคนชีวิตติดลบ บางคนได้ชัยชนะจากความบากบั่น บางคนสู้แล้วแพ้ เหมือนกับสิ่งที่คนสมัยก่อนเรียกว่าเป็นโชคชะตา โชคดีก็ไม่ต้องต่อสู้มาก แต่ถ้าโชคร้ายก็จะมีอุปสรรคมาคอยขัดขวางอยู่เสมอ

ขึ้นอยู่กับกำลังใจของแต่ละคน ว่าจะอดทนหรือกัดฟันสู้ ให้ผ่านพ้นไปได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม วงการบันเทิง สูญเสียดาวตลกรุ่นกลางไปอีกคน เขาคือ “สีหนุ่ม เชิญยิ้ม” (หรือ “ศรีหนุ่ม”) นักแสดงตลกชื่อดัง ซึ่งเสียชีวิต ด้วยอายุ 60 ปี หลังป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองแตก และรักษาตัวนานมากว่า 7 ปี

ทั้งนี้อาการ ป่วย ของ สีหนุ่ม ย้อนไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2551 สีหนุ่ม “เส้นเลือดในสมองแตก” ขณะกำลังถ่ายทำละครซิทคอมเรื่องหนึ่ง แพทย์พบมีเลือดออกในสมองด้านขวา

หลังออกจากโรงพยาบาล กลับมาพักฟื้นที่บ้านเขาอยูในสภาพเป็นอัมพฤตครึ่งตัว เดินไม่ได้ พูดก็ไม่ได้

ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนลูกๆ ก็ต้องหาเงินมาเป็นค่ารักษาอย่างยาวนาน

ข่าวระบุว่า สีหนุ่ม เชิญยิ้ม หรือชื่อจริง บุญธรรม ฮวดกระโทก เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2497 เป็นชาวจังหวัดพิษณุโลก

เริ่มเล่นตลกครั้งแรกเมื่อปี 2520 ด้วยตลกคณะ 4 หนุ่ม โดยชื่อว่า สีหนุ่ม พิษณุโลก โดยมี เด่น ดอกประดู่ เด๋อ ดอกสะเดา เทพ โพธิ์งาม และ สีหนุ่ม พิษณุโลก

ต่อมาได้ร่วมกันก่อตั้งคณะ “เชิญยิ้ม” และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สีหนุ่ม เชิญยิ้ม โดยมี โน๊ต เชิญยิ่ม และเป็ดเชิญยิ้ม เป็นกำลังหลักในยุคบุกเบิก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ก่อนจะขยายตัวไปในวงกว้าง จนตลกคาเฟ่ กลายเป็นตลกขึ้นห้าง สู่ยุคทองของวงการ เป็นที่ยอมรับของวงการบันเทิงสายอื่นๆ ในความทัดเทียม

การจากไปของ “สีหนุ่ม” ทำให้เราได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของลูกชายคนโตของเขา

“เจี๊ยบ เชิญยิ้ม” ผู้ซึ่งมีชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านวนิยาย

เพราะ แทบไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเลวร้ายถาโถมเข้ามาในชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า

คอลัมน์บันเทิง “คมชัดลึก” เคยกล่าวถึง “เจี๊ยบ” ว่า

เวลานั้น ต้องดูแลคุณพ่อ สีหนุ่ม หลังจากเส้นเลือดใหญ่ในสมองแตก กระทั่งเป็นอัมพฤกษ์

นอกจากนี้ยังต้องดูแลลูกชาย "น้องเหนือ" ป่วยเป็นโรคน้ำในสมองมากผิดปกติตั้งแต่เกิด ทำให้มีพัฒนาการทางสมองช้ากว่าเด็กทั่วไป

ตอนนี้พ่อปลอดภัยอยู่แล้ว หลังจากออกโรงพยาบาล ก็เริ่มโต้ตอบได้ ตอนนี้ไปพักฟื้นที่บ้าน พูดยังไม่ชัดมาก แต่รู้จักคิดเองและพูดเอง แต่อาจจะช้านิดหนึ่ง ก็ยังเดินไม่ได้ ยังต้องทำกายภาพบำบัดเหมือนเดิม

เรื่องค่าใช้จ่ายของพ่อ มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว ถามว่าเหนื่อยไหม ไม่เหนื่อยนะ (ต้องมีค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน) ไม่เป็นไร

สองปีที่ผ่านมาก็หมดเยอะ หลายล้านเหมือนกัน แต่ก็โอเค เราก็ยังไหว ถ้าไม่ไหวมันเหนื่อยแน่นอน แต่เรายังไหว เรายังดูแลสองครอบครัวได้ ดูแลพ่อกับแม่ และครอบครัวเรา"

หนักไหมที่จะต้องดูแลทั้งพ่อที่ป่วย และลูกชาย "น้องเหนือ" วัย 7 ขวบ

"ไม่หนัก ไม่ท้อนะ จริงๆ คนอื่นจะคิดพ่อเป็นแบบนี้ ลูกเป็นแบบนี้ ต้องหนักสิ แต่เราอยู่ตรงนี้ทุกวัน ตรงนี้เราต้องยอมรับ และต้องทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

น้องเหนือ ลูกชายผมเกิดมาเขามีปัญหาน้ำในสมองมากผิดปกติ เลยเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นนิดหนึ่ง แต่ตอนนี้เราก็หมดห่วงแล้ว มีพัฒนาการดีขึ้น

แต่ดูเหมือนเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของ "เจี๊ยบ เชิญยิ้ม" ยังไม่หมด

 “กระปุกดอทคอม” เคยเล่าเรื่องราวของเขาเอาไว้ว่า

เมื่อ เบญจมาศ มาสิงห์ หรือ "แหม่ม" หนึ่งในดาราตัวเอกของละคร แก้วหน้าม้า ภรรยาของ "เจี๊ยบ" ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำบนถนนสายพนมทวน-กำแพงแสน จังหวัดกาญจนบุรี

เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม ปี 2556 ซึ่งเป็นเหตุให้คนขับรถเสียชีวิตคาที่ ขณะที่ "แหม่ม" ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งหลังหัก แขนขวาหัก ม้าม ปอด ลำไส้ กระบังลมขาด ไตช้ำ ตับอ่อนช้ำ กระเพาะอาหารร่นขึ้นไปอยู่ด้านบนทั้งหมด

จากอาการบาดเจ็บสาหัสที่ แหม่ม ประสบอยู่ ทำให้หลายคนคาดว่า แหม่มไม่น่าจะมีชีวิตรอด หรือหากรอดก็คงไม่แคล้วที่จะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต แต่นับว่ายังโชคดี ที่โชคชะตายังไม่โหดร้ายกับครอบครัวของ "เจี๊ยบ เชิญยิ้ม" จนเกินไป

เมื่ออาการของแหม่มที่เคยเข้าขั้นโคม่าเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว กลับหายวันหายคืนราวกับปาฏิหาริย์

แหม่ม เล่าว่า ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ แหม่มนั่งรถสปอร์ตขับตามขบวนกันไป แต่ระหว่างที่นั่งรถอยู่ ได้ยินเสียงดัง "กึก" ผิดปกติมาจากข้างนอก คนที่ขับรถอยู่จึงหันมาบอกเธอให้นั่งดีๆ เพราะรถเสียหลัก ก่อนจะกดหัวแหม่มลง ทันใดนั้นเพียงแค่เสี้ยววินาที รถก็เกิดเสียหลักพลิกคว่ำหมุนคว้างลอยไปไกล กระทั่งเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลง แหม่มซึ่งยังมีสติอยู่รับรู้เลยว่าเธอแขนหัก และหลังหัก และเมื่อเธอเรียกคนขับรถกลับไม่มีเสียงตอบ

ภายหลังเกิดเหตุไม่นาน โหน่ง เชิญยิ้ม ซึ่งอยู่ในรถอีกคันที่ตามกันมา พร้อมกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือเธอ และบอกว่าพี่คนที่ขับรถได้เสียชีวิตแล้ว

และขณะนั้น แหม่ม เริ่มหายใจเองไม่ค่อยได้ และให้คนโทรหา "เจี๊ยบ เชิญยิ้ม" และแม่ เพื่อจะสั่งเสียให้ช่วยดูแลลูก เพราะคิดว่าตัวเองจะตายแล้วแน่ๆ

กว่าที่แหม่มจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ใช้เวลานานนับ 9 ชั่วโมง

ในที่สุด หกชั่วโมงของการผ่าตัดอันแสนยาวนานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อาการของคุณแหม่มพ้นขีดอันตราย และจากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอได้รับรู้ว่า สามีของเธอรักเธอมากขนาดไหน เพราะตลอดว่า "เจี๊ยบ เชิญยิ้ม" เฝ้าดูแลคุณแหม่มทุกอย่าง ในยามที่เธอลำบาก และเจ็บปวดที่สุด ทั้งช่วยเรื่องการเดิน การเข้าห้องน้ำที่สุดแสนจะลำบาก รวมทั้งการพลิกตัวที่ต้องพลิกแทบจะทุกๆ สิบนาที จนแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน

อาจจะพูดได้ว่า แม้อุบัติเหตุเฉียดตายครั้งนี้ ทำให้เธอได้รับความเจ็บปวดครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิต แต่กลับกัน

เธอได้รับรู้ถึงความห่วงใยอย่างสุดซึ้งของสามี

.......

สำหรับ “เจี๊ยบ เชิญยิ่ม” ที่ผ่านเรื่องราวร้ายๆ เข้ามาในชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า  บนเวที เขายังคงสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้คน แต่หลังเวที เขาได้ทำภาระหน้าที่ในความเป็นมนุษย์ อันหนักอึ้ง

หน้าที่ของลูกกตัญญู.... ทำหน้าที่พ่อ ของน้องเหนือ.... และหน้าที่สามีที่ภรรยาภูมิใจ....  และเขาก็สามารถก้าวผ่านสิ่งต่างๆ ที่ยากเย็นนั้นมาได้ด้วยความกล้าหาญ เข้มแข็งและสมบูรณ์ยิ่ง

อยากสรุปว่า คุณ... สุดยอดมาก “เจี๊ยบ เชิญยิ่ม”

..........................................