Get Adobe Flash player

สมัยโบราณมีคำว่า “คนรกโลก” โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ภาพจากกล้องวงจรปิด เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี ยืนคุยอยู่กับหญิงสาวในที่ๆ ไม่ได้ลับตาคน จู่ๆ ก็มีผู้ชายหลายคน ทั้งรุมกระทืบ ฟาดด้วยไม้ ทุ่มด้วยของแข็ง จนเด็กหนุ่มเสียชีวิต

ถามว่านี่เป็นพฤติกรรมของมนุษย์ หรืออมนุษย์ นอกจาก ไม่มีความเมตตาไม่มีความปราณีแล้ว ยังไม่เกรงกลัวกฏหมาย เห็นบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปหรืออย่างไร

หรืออย่างกรณี ข่มขืนในรถไฟ แล้วทิ้งเหยื่อทางหน้าต่าง ไม่เข้าใจ ทำได้อย่างไร

สังคมเห็นว่า อมนุษย์ที่อันตรายต่อมนุษย์เช่นนี้ ควรมีบทลงโทษที่รุนแรง หรือไม่ควรมีชีวิตอยู่ร่วมโลกกับผู้อื่น

ในบางประเทศ ยังมีกฏหมายเฆี่ยนจนเลือดสาด ผู้ร้ายกลัวมากกว่ากลัวคุก  อย่าให้ต้องเอากฏหมายลักษณะเช่นนี้กลับมาใช้ในประเทศไทยเลย

สังคมของการอยู่ร่วมกัน บางครั้งคนที่มีโอกาส ก็ฉ้อโกงทำร้ายคนที่ด้อยกว่าซึ่งๆ หน้า เอาทรัพย์สินผู้อื่นมาเป็นของตนโดยไม่เกรงกลัว

โดยลืมไปว่า บ้านเมืองมีกฏหมาย

ข่าวเปิดเผยออกมา มีบริษัทเงินด่วน  ให้บริการปล่อยเงินกู้ รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ บอกว่าโดยคิดอัตราดอกเบี้ยราคาต่ำสุดๆ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงอัตราดอกเบี้ยตกอยู่ประมาณร้อยละ 20 ต่อเดือน

และผู้ที่กู้เงินบางรายได้มากู้ยืมเงินพร้อมทั้งนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกัน ซึ่งคนกู้หลงคิดว่าเป็นการนำโฉนดมาค้ำประกันเฉยๆ และได้เซ็นชื่อลงบนเอกสารต่างๆ ให้กับกลุ่มนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าตนเองได้ทำการขายฝากหรือจดจำนองไว้แล้ว เมื่อไม่ส่งเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามกำหนด ก็จะถูกคิดดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนผู้กู้ส่งไม่ไหวก็จะถูกยึดที่ดิน

เป็นแบบนี้หลายราย ถือเป็นการเข้าข่ายหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน กระทำผิดเจตนาของผู้กู้

การผ่อน ไม่กำหนดเวลาให้ชัดเจน ไม่ให้ใบเสร็จ ผ่อนหมดแล้วก็บอกว่าไม่หมด ชาร์จเพิ่ม โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงท้ายก็ถูกยึดที่ดิน

ลูกค้าบางราย ตรอมใจตาย

ขนาดครูที่เคยสอนตัวเอง ก็ยังทำแบบเดียวกันได้ลงคอ

มีการแจ้งความและร้องทุกข์ แต่ที่ผ่านมาบริษัทนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลในท้องถิ่น หัวหมอ มีพฤติกรรมข่มขู่ลูกค้า

แต่พอตกเป็นข่าวครึกโครม อิทธิพลก็เอาไม่อยู่

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 ตำรวจจากกองปราบปราม สนธิกำลังร่วมกับ ตร.ทางหลวง ตร.ท่องเที่ยว และ ตร.สภ.ชุมแพ นำกำลังกว่า 30 นาย เข้าตรวจค้น สำนักงานปล่อยเงินกู้ “ชุมแพเงินด่วน” ซึ่งเป็นอาคารพานิชย์ 3 ชั้น

จับกุมนายพงษ์ศักดิ์ ยศเสาวภาคย์ อายุ 71 ปี เจ้าของบ้าน นางศรัณยา ยศเสาวภาคย์ อายุ 71 ปี ภรรยา น.ส.พนิดา ยศเสาวภาคย์ อายุ 42 ปีลูกสาว และ นายณัฏฐ์ ยศเสาวภาคย์ อายุ 40 ปี ลูกชาย ตามหมายจับศาลอาญาฯ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

โดยทางกองปราบฯ ได้รับการร้องเรียนและมีผู้เสียหายในพื้นที่อำเภอชุมแพและใกล้เคียงกว่า 20 ราย เข้าแจ้งความว่าได้ถูกแหล่งเงินกู้แห่งนี้ ยึดที่ดิน บ้าน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ โดยมิชอบตามกฎหมาย

ทางกองปราบปรามจึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่าแหล่งเงินกู้แห่งนี้กระทำผิดกฎหมายจริง จึงได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นและจับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจยึดสัญญาเงินกู้ เอกสารต่างๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีจำนวนมากนำกลับไปตรวจสอบเพิ่มเติม และเข้าตรวจสอบสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหา โดยใช้เวลาในการตรวจค้นกว่า 6 ชั่วโมง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดกลับไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่กองปราบปราม

ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นหาหลักฐานอยู่นั้น ได้มีผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อดอกเบี้ยโหดเดินทางมาดูสำนักงานเงินกู้แห่งนี้โดยกล่าวหาว่า ครอบครัวของตนถูกนายทุนกลุ่มนี้ฟ้องยึดที่ดินและบ้านทำให้พ่อที่ชราตรอมใจตาย ได้มาตะโกนที่ด้านหน้าอาคารว่า พ่อผมตายเพราะคุณนะครับ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้ามาพูดคุยและรับปากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด (www.khonkaenlink.)

พนิตา สืบสมุทร ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นระบุว่า... ผู้ต้องหาได้หลอกให้ผู้เสียหายนำโฉนดที่ดิน หรือเอกสารเกี่ยวกับที่ดินมาทำสัญญาจำนองก่อนที่จะกู้ และเก็บเงินจำนวน 5,000 บาทต่อคน เป็นค่าไปดูที่ดินก่อนเริ่มทำสัญญา จากนั้นพาผู้เสียหายไปที่สำนักงานที่ดินในช่วงเวลาใกล้ปิดทำการ และหลอกว่าเป็นเอกสารการจำนองหรือฝากขายที่ดิน แต่ที่จริงแล้วเป็นการทำสัญญาซื้อขาย และเร่งรัดให้ผู้เสียหายเซ็น อ้างว่าใกล้หมดเวลาทำการ ซึ่งผู้กู้จะต้องผ่อนค่างวดโดยไม่ได้รับใบเสร็จหรือเอกสารใดๆเป็นหลักฐาน และมีการจ่ายดอกเบี้ยในราคาที่สูงร้อยละ 20 ต่อเดือน

ต่อมาผู้กู้ทราบว่าสัญญาที่ทำไปไม่ใช่การจำนองที่ดินตามที่ตกลงกันไว้ และที่ดินได้ถูกโอนเป็นของผู้ต้องหาแล้วรวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 2 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้ต้องหายังเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเงินในพื้นที่ และมีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ในจังหวัดขอนแก่น จึงรวมตัวเดินทางเข้ามาร้องทุกข์ที่ กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ดำเนินคดี....

มีข่าวคืบหน้า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงข่าวอายัดทรัพย์นายทุนเงินกู้ที่ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน รวมทรัพย์สิน 77 รายการ มูลค่าสูงถึง 79,708,207 บาท

ตำรวจแถลงว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมให้บริการเงินกู้โดยให้ผู้เสียหายนำโฉนดมาค้ำประกันเพื่อกู้เงิน แต่หลอกให้เซ็นสัญญาขายฝากโดยผู้เสียหายไม่ทราบจนทำให้ถูกยึดที่ดิน จึงต้องเข้าร้องเรียนกับ ปปง.

สำหรับร้านชุมแพเงินด่วน ได้หลอกลวงผู้เสียหายมากู้ยืมเงินนอกระบบ โดยใช้โฉนดที่ดินมาค้ำประกันและคิดดอกเบี้ยราคาต่ำ โดยนางศรัณยากับพวกได้หลอกลวงให้ผู้ที่กู้เงินเซ็นชื่อเอกสารต่างๆ ที่คิดว่าเป็นการนำโฉนดที่ดินมาค้ำประกันเพียงอย่างเดียว โดยไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเอกสารต่างๆนั้น คือ สัญญาขายฝากหรือสัญญาการซื้อขาย เมื่อไม่มาส่งเงินต้นหรือดอกเบี้ยตามกำหนด ก็จะถูกคิดดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นขึ้นไปเรื่อยๆ จนผู้กู้ส่งไม่ไหวก็จะถูกยึดที่ดิน

 “ผู้เสียหายบางรายไม่ได้รับเงินกู้ยืมตามจำนวนที่ตกลงกัน เช่น ขอกู้เงิน 250,000 บาท แต่ได้เงินเพียง 50,000 บาท โดยนางศรัณยา อ้างว่าเป็นการหักดอกเบี้ยล่วงหน้าซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด

การรับฟังการร้องเรียน ตรวจสอบ เข้าจับกุมและยึดทรัพย์ ถือเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมของเจ้าหน้าที่ ที่สมควรจะได้รับคำขอบคุณ

และทำให้คนที่หากินในทางฉ้อโกงได้ตระหนักว่า ในที่สุดผู้กระทำผิด ก็ไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือกฏหมายไปได้