Get Adobe Flash player

คดีฆ่านักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ประเทศไทย เข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งมีประเทศสมาชิก  10  ประเทศ  ประกอบด้วย  อินโดนีเซีย  มาเลเซีย  ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์ ไทย บรูไนดารุสซาลาม   เวียดนาม   ลาว   เมียนมาร์  และกัมพูชา 

โดยระบุถึงความจำเป็นต้องรวมตัวกัน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคใกล้เคียง  และในเวทีระหว่างประเทศ  ผู้นำอาเซียนจึงเห็นพ้องกันว่า  อาเซียนควรจะร่วมมือกันให้เหนียวแน่น  เข้มแข็ง  และมั่นคงยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าประเทศไทย มองเห็นประโยชน์ กับการรวมกลุ่มในครั้งนี้ไว้สูงมาก

แต่ในขณะเดียวกัน ปัญหาต่างๆ ก็จะตามมาพร้อมๆ กับประโยชน์ที่จะได้

นั่นคือปัญหาโรคระบาด เช่นโรคเท้าช้าง โรคกาฬหลังแอ่น โรคมาลาเรีย ฯลฯ ที่หายไปจากประเทศไทย ก็กลับมาพร้อมกับชาวต่างด้าวที่เข้าประเทศ

ในฐานะที่เราก็เป็นโรบินฮู้ดมาก่อน การแสวงหาโอกาส ในดินแดนที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า เป็นเรื่อง อกเขา อกเรา น่าเห็นใจ และน่าที่จะให้การสนับสนุน

 แต่ปัญหาความไม่พร้อมของผู้ใช้แรงงานต่างด้าว ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออยู่กับสังคมใหม่ หรือไม่รู้ว่าควรประพฤติตนอย่างไรเมื่อต้องไปทำงานในต่างประเทศ ปัญหาเหล่านั้นก็จะตกอยู่กับประเทศไทย

ปัญหาความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย การก่อการร้าย ปัญหาการโจรกรรม ปัญหายาเสพย์ติด ก็หนักหนาอยู่  ปัญหาการค้ามนุษย์ก็ยังต้องสะสาง และที่ร้ายแรงที่สุดคือปัญหาการฆาตกรรม

ที่พบบ่อยคือ การฆ่ากันเอง รวมทั้งลูกจ้างฆ่านายจ้าง

และที่สร้างความเสียหายมหาศาลให้ประเทศไทยมากที่สุดคือ ผู้ใช้แรงงานจากเพื่อนบ้าน ปล้น ฆ่า ข่มขืนนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวประเทศไทย

จากสยามเมืองยิ้ม ก็กลายเป็นบ้านป่า เมืองเถื่อนในสายตาชาติอื่น ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ฝีมือคนไทย

กว่าจะกู้ชื่อคืนมาได้แต่ละคราว ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ

อย่างเช่นที่ตกเป็นข่าวอยู่ขณะนี้คือ คดี นายเวพิว กับ นายซอลิน สองแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ตกเป็นจำเลยคดี ฆ่า-ข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557

ซึ่งถูกศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต แต่เรื่องกลับลุกลามไปสู่การประท้วงอย่างกว้างขวางของชาวเมียนมา ทั้งที่ยังมีอีกสองศาลให้สู้คดี ที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวจำเลย

เป็นการก้าวล่วงของประชาชนประเทศหนึ่ง กระทำต่อกระบวนการยุติธรรมของอีกประเทศหนึ่ง

เรื่องนี้สร้างความเดือดร้อนให้ประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งๆ ที่ จำเลยทั้งสอง กระทำไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น

เริ่มจากเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

แล้วยังมาก่อคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหญิงชายชาวอังกฤษ ร่วมกันรุมโทรมฆ่าฝ่ายหญิง และทุบตีฝ่ายชายด้วยจอบจนตาย ทั้งยังขโมยทรัพย์สินของเหยื่อ

แม้คดีนี้จะไม่มีพยานบุคคล แต่ประเทศไทยปัจจุบันก็ไม่ได้ล้าหลัง

แพทย์ตรวจและผ่าศพผู้ตายทั้งสอง หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพบดีเอ็นเอของผู้ร้าย จากร่องรอยการข่มขืนในตัวของผู้ตาย ที่สามารถนำไปสู่การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้

ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ สามารถเชื่อมโยงและพิสูจน์ได้ว่า คนร้ายเป็นผู้ใด

ผู้ต้องสงสัยเป็นจำนวนมาก ถูกฝ่ายสอบสวนนำไปตรวจดีเอ็นเอ

การหาหลักฐานก่อนการจับกุมของตำรวจไทย อยู่ในสายตาของทางการอังกฤษ และเมียนมา ที่ไทยเชิญมาสังเกตการณ์โดยตลอด

การรวบรวมหลักฐาน สามารถมัดตัวคนร้ายชนิดที่ดิ้นไม่หลุด

แต่เพราะกระแสที่คนในชาติด้วยกันเอง พยายามที่จะสร้างประเด็นให้เชื่อว่า พนักงานสอบสวนสร้างหลักฐานเท็จ โดยที่จำเลยสองคนเป็นแพะรับบาป

แต่เดิมนั้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่เมื่อได้แรงยุจากคนไทย ทำให้จำเลยกลับคำให้การ ว่าถูกใส่ร้าย ไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ก่อเหตุ

คนไทยด้วยกันเอง สร้างความไม่น่าเชื่อถือให้กับกระบวนการยุติธรรมไทย ที่สำคัญ ทำให้ชาวพม่าเชื่อว่า สองผู้ต้องหาถูกปรักปรำ

ย่อมไม่ต่างกับสงครามไทยพม่าเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่คนไทยเปิดประตูเมือง เข้ามาทำร้ายคนไทย ทำร้ายประเทศของตนเองเพียงเพราะความเกลียดชัง

เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ และน่าละอายอย่างยิ่ง 

ความจริง คดีร้ายแรงที่ชาวเมียนมา มาก่อเหตุในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา อยู่ในศาลกว่า 100 คดี แต่เมื่อไม่มีกระแสปลุกปั่น เรื่องก็ไม่เกิด

ที่จุดผ่อนปรนด่านพระเจดีย์สามองค์ มีการชุมนุมประท้วงในกรณีศาลไทย มีประชาชนของประทศเมียนมาประมาณ 1,500 คน

มีการประท้วงที่หน้าสถานทูตไทยประจำเมียนมา จนสถานทูตไทย ต้องปิดทำการ มีการประท้วงหน้าบ้าน อองซาน ซูจี เพื่อเรียกร้องให้เจรจาต่อรองกับทางการไทย

มีการรวมตัวกันถือป้ายประท้วง ที่บริเวณหน้าสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ฝั่งจังหวัดเมียวดี

มีการถือป้ายประท้วงอยู่ที่หน้าด่านไม้กระดก สำหรับผ่านแดนชั่วคราว

มีแรงงานชาวพม่าที่เข้ามาทำงานตามโรงงานต่างๆ ที่อยู่ตามแนวชายแดนฝั่งประเทศไทย ที่มีอยู่กว่า 3,000 คน ได้เริ่มทยอยเดินทางกลับประเทศไปแล้ว ทำให้โรงงานทั้งหมดต้องปิดลงชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

มีการปิดด่านผ่านแดนชั่วคราว จนทำให้การค้าของคนท้องถิ่นทั้งสองประเทศเสียหาย

สมาคมนักข่าวของพม่า มีหนังสือเปิดผนึกถึงสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ของไทย ขอให้สนับสนุนการทำความจริงให้ปรากฏในคดีนี้

ร้อนถึงสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ไทย ต้องตอบยืนยันว่า สื่อไทยได้ใช้กระบวนการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนคดีนี้มาตั้งแต่ต้น และจะเดินหน้าทำหน้าที่อย่างโปร่งใสชัดเจน เพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่รับทราบของสาธารณชน ทั้งไทยและพม่าและทั่วโลก

คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ของสภาทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ยืนยันขอให้ชาวเมียนมา มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย และได้ตกลงรับให้ความช่วยเหลือ ตามคำขอของเอกอัครราชทูตพม่าในประเทศไทย ตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้

ซึ่งคณะกรรมการฯ เชื่อว่าในการพิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ผ่านการพิจารณาของศาลชั้นต้นมาแล้วนั้น เมื่อขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือแม้แต่ศาลฎีกาในลำดับต่อไป คณะทำงานเชื่อมั่นว่าความกระจ่างในข้อเท็จจริง จะได้รับการพิจารณาและวินิจฉัยจากศาลสูงโดยชอบด้วยหลักนิติธรรม

สิ่งที่เกิดขึ้น เราเชื่อมั่นในระบบศาลไทย และไม่ยอมให้เอนเอียงไปตามกระแสกดดันของต่างชาติที่เห็นแก่พวกพ้อง ทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง อะไรจะเกิดก็ต้องให้เกิด.