Get Adobe Flash player

ความสุข จากความดี โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ช่วงปีใหม่ หาเลือกข่าวที่อ่านแล้วมีความสุข มาเล่าสู่กันฟัง เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2559 โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปวิดีโอ ของพยาบาลนอกเครื่องแบบ ที่พยายามช่วยผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นซึ่งเป็นชาวต่างชาติอย่างสุดกำลัง จนหัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sirichut Thongmong ระบุข้อความว่า

"เรื่องมีอยู่ว่า เรากำลังจะไปเที่ยววังโขกัน ระหว่างขับรถไป เจอฝรั่งโบกรถที่ข้างทางขอความช่วยเหลือเราก็จอดกันทันที พอดีพี่สาวแฟนเราเป็นพยาบาล เลยลงไปช่วย แต่เค้าหัวใจหยุดเต้น

พี่สาวเค้าก็ปั๊มหัวใจจนหัวใจเค้ากลับมาเต้น เเละรถร่วมก็มาพอดี แต่พวกเราก็พาเค้าไปส่งถึงโรงบาลสุราษฎร์ฯ ถึงไม่ได้เที่ยวเเต่ได้ช่วยชีวิตคนมันก็คุ้มค่ามากๆ ค่ะ"

นอกจากนี้ สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ รุต ปานนุ้ย ระบุข้อความพร้อมรูปภาพว่า

"สุดอึ้งกับสายตา ด้วยจิตและวิญญาณ ผมเข้าใจผิดด้วยซ้ำว่าคุณคือญาติ เพราะสิ่งที่คุณทำทั้งน้ำตาให้ชีวิตคน 1 คน รอดจากความตาย

กระโดดขึ้นรถโดยไม่รีรอ ไม่กลัวกับความเร็วความเสี่ยงที่จะเกิด ผมนับถือน้ำใจคุณที่ไม่ทิ้งเพื่อนมนุษย์แม้จะเป็นวันที่คุณควรพักผ่อนกับครอบครัว

ขอบคุณมิตรภาพที่มีต่อพวกเรากู้ภัย พี่หมั่ม.จนท.พยาบาล รพ.สฎ"

ต่อมา “ไทยรัฐ” นำเสนอข่าว

ระบุว่า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี หลังจากทราบว่า ผู้ที่อยู่ในคลิปดังกล่าวเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยชาวต่างชาติ คือนางศรีกัญญา เชื้อรบ อายุ 39 ปี พยาบาลวิชาชีพศัลยกรรมประสาทชาย โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

นางศรีกัญญา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองพร้อมครอบครัวและญาติๆ ได้เดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสุราษฎร์-นาสาร เพื่อไปท่องเที่ยวช่วงวันหยุด ในพื้นที่ อ.บ้านนาสาร ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง ต.ขุนทะเล อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เห็นชาวต่างชาติกำลังโบกมือเรียก พร้อมพยายามพยุงชาวต่างชาติอีกคน จึงรีบจอดรถเพราะคิดว่าน่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ต้องการความช่วยเหลือ

นางศรีกัญญา กล่าวอีกว่า เมื่อลงไป พบชาวต่างชาติเป็นชายวัยกลางคน สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น กำลังหมดสติ ชักเกร็ง ตัวเริ่มเขียว จึงได้ช่วยปั๊มหัวใจ พร้อมเรียกรถกู้ชีพ 1669 รับผู้ป่วยส่งต่อไปโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

"เดิมตั้งใจจะไปเที่ยววันหยุดเทศกาลปีใหม่กับครอบครัว ซึ่งนานๆ ถึงจะมีโอกาสได้เจอกันพร้อมหน้า แต่เมื่อมาประสบเหตุดังกล่าว ก็เลือกที่จะลงไปช่วยเหลือชาวต่างชาติให้ถึงที่สุด และนับว่าเป็นความสุขที่สุดของปีใหม่ที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แม้ว่าขณะนั้นจะไม่ได้สวมชุดพยาบาลก็ตาม" นางศรีกัญญากล่าว

ส่วนผู้ป่วยคือ Mr.Gunter Retsch อายุ 49 ปี สัญชาติเยอรมัน เบื้องต้นแพทย์ให้การช่วยเหลือจนอาการปลอดภัยแล้ว โดยทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้เดินทางด้วยรถจักรยานกับเพื่อน ชื่อ Mr.tomus สัญชาติเดียวกัน จาก อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ปั่นจักรยานมุ่งหน้าไป จ.กระบี่ เพื่อไปท่องเที่ยวพักผ่อนรวม 12 วัน แล้วค่อยเดินทางกลับ อ.เกาะพะงัน พร้อมกลุ่มเพื่อนนักปั่นจักรยาน แต่มาประสบเหตุจนถึงกับหัวใจหยุดเต้น แต่ยังถือว่าโชคดีที่มีพยาบาลวิชาชีพผ่านมาพบ และช่วยไว้จนรอดตายมาได้อย่างฉิวเฉียด

อ่านข่าวนี้แล้วมีความสุข หัวใจพองโต ดีใจ ปลื้มใจที่เกิดมาเป็นคนไทยเช่นเดียวกับเธอ พยาบาล “ไนติงเกล” ที่ไม่ได้มีเฉพาะในประวัติศาสตร์

ดีใจที่คนมากมายต่างเข้าไปชื่นชม

ดีใจกับภาพพจน์คนไทยในสายตาชาวโลก ที่งดงามขึ้นท่ามกลางหลายๆ กระแสที่ทำให้หมองมัว

เหมือนมือที่ให้และปกป้อง ถ้ามีมากกว่ามือที่ทำร้าย ประเทศของเราก็อยู่ได้ 

..........................

อีกข่าวครับ มีผู้ใช้เฟสบุคชื่อ Anusorn Wachprasit ได้โพสคลิปวิดีโอ ความยาวประมาณ 2 นาที 56 วินาที เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา

มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเข้าให้การช่วยเหลือวัยรุ่นผู้ชาย ซึ่งประสบอุบัติเหตุขี่รถจักรยานยนต์ชนกำแพงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนแน่นิ่งหมดสติอยู่กลางถนน มีผู้คนกำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก โดยผู้หญิงคนดังกล่าวได้เข้าไปให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ด้วยการตรวจชีพจรของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บมีเลือดไหลทางจมูกและปาก

ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ สืบทราบว่าผู้หญิงที่อยู่ภายในคลิป คือ น.ส.กัณนิสา บุญวิโรจน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7 วิสัญญี ประจำโรงพยาบาลศูนย์ยะลา และเมื่อติดต่อสอบถามไปยัง น.ส.กัณนิสา ผู้อยู่ในคลิป ก็ทราบว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลาช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 4 มกราคม ซึ่งตนได้เลิกงานและกำลังเดินทางกลับบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงได้ลงไปให้การช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นาย คอยโทรศัพท์ และวิทยุแจ้งไปยังมูลนิธิกู้ภัยให้นำรถฉุกเฉินมายังที่เกิดเหตุ

ตนได้เข้าไปตรวจดูอาการก็พบว่า หมดสติ และมีเลือดไหลออกมาทางจมูก จึงได้ตรวจวัดชีพจรตามขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น จากนั้นไม่นานรถฉุกเฉินของมูลนิธิกู้ภัยก็มาถึง และนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

น.ส.กัณนิสา บอกว่า แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หมดหน้าที่ ออกเวรมาเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อพบเหตุก็ต้องให้การช่วยเหลือในฐานะของวิชาชีพพยาบาล และรู้สึกดีใจที่มีคำชื่นชมจากสังคมออนไลน์ ถือเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

ข่าวน่ารักอีกข่าวครับ

จากความพยายามของรัฐบาล ที่ต้องการให้ขับขี่ปลอดภัยในช่วงวันหยุดปีใหม่ หรือที่เรียกว่า 7 วันอันตราย ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจรถ หากพบว่าผู้ขับขี่ มีกลิ่นแอลกอฮอล์ ให้ยึดรถทันที่ โดยให้ไปรับรถคืนหลังจาก 7 วันดังกล่าว

ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

คุณศักดา ชัยวิวัฒน์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว บอกว่า

เพื่อนไปโดนมา ด่านตำรวจอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ไม่จับ ไม่ปรับ ไม่แจกใบสั่ง ไม่ยึด แต่หากพบว่าผู้ขับขี่มีอาการมึนเมา จะกักให้จอดพัก พร้อมมีที่ให้อาบน้ำ ผ้าขนหนู กาแฟ เครื่องดื่มร้อนๆ โจ๊กด้วย มีเปลให้นอนพัก มีทีวีให้ดู เมื่อเป่าอีกทีแล้วปริมาณ แอลกอฮอล์ลดลงหรือไม่มีแล้ว จึงอนุญาตให้ขับต่อ เดินทางต่อไปได้ (นโยบายเมาแล้วกัก)

เหตุผลที่ร้อยเวรบอกเพื่อนผมก็คือ “เรามีอำนาจหน้าที่ แต่เราเลือกใช้วิธีที่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด”

ครับ เท่าที่ยกมาพอเป็นตัวอย่าง ซึ่งยังมี “ความงดงาม-ความดี” อีกมาก จากคนสู่คน จากคนสู่สัตว์ผู้น่าสงสาร หรือแม้แต่สัตว์ ที่ช่วยเหลือผู้คน

สิ่งเหล่านี้เป็นพลังที่ทำให้โลกใบนี้สวยงาม น่าอยู่ ถ้าสังคมช่วยกันส่งเสริม และเห็นคุณค่า  ย่อมทำให้คนทำความดีมีกำลังใจที่จะทำดีต่อไป เพื่อความสุขของพวกเราทุกคน.