Get Adobe Flash player

การจากไปของ ‘ปอ ทฤษฎี’ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

หลายคนยอมรับว่า ได้ตามข่าวอาการป่วยของพระเอกหนุ่ม ทั้งในจอและนอกจอ “ปอ” ทฤษฎี สหวงษ์ ด้วยความห่วงใยและลุ้นระทึกตลอกเวลา หลายคนไม่ได้มองว่าเขาเป็นดารา แต่มองไปทั้งครอบครัว ที่อยากส่งกำลังใจไปให้ความหวัง กับพ่อ แม่ อา น้องชาย ภรรยา และ “น้องมะลิ” ลูกน้อยที่ยังอ่อนเดียงสา

ภาพหนูน้อยวัย 2 ขวบ ผูกผมสามจุก เต้นรำตามเสียงดนตรี ให้พี่สื่อมวลชนดู ในโรงพยาบาลเป็นภาพที่น่ารักจนต้องอมยื้ม แต่ก็ร้าวลึกจนแทบเสียน้ำตาในขณะเดียวกัน

แต่การต่อสู้ของแพทย์ ของผู้ป่วย ของครอบครัว รวมทั้งกำลังใจของประชาชน ก็ไม่สามารถเอาชนะโรคร้ายได้ ปอ จากไปอย่างสงบท่ามกลางความโศกเศร้า ท่ามกลางความรู้สึกสงสารจับใจ กับ “มะลิน้อย” ที่ขาดพ่อตั้งแต่ยังไม่รู้เดียงสา

“โบว์” แวนดา สหวงษ์ ภรรยาและแม่ของน้องมะลิ โพสต์ภาพ พ่อปอ ยืนมองลูกสาว พร้อมคำพูดผ่านข้อความอาลัยรักผ่านไอจีและเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า...

"พ่อปอจ๋า ฟังมะลิพูดนะ มะลิกับแม่โบว์รักพ่อปอจ๋าจนสุดหัวใจ มะลิกับแม่โบว์คิดถึงพ่อปอจ๋าจนแทบขาดใจ ถึงวันนี้พ่อไม่ได้อยู่กับมะลิกับแม่โบว์ แต่พ่อปอจ๋าจะอยู่ในหัวใจทั้งสองดวงนี้ตลอดไป ขอบคุณพ่อปอจ๋าที่สู้จนถึงที่สุด ขอบคุณพ่อปอจ๋าที่สู้เพื่อซื้อเวลา ให้แม่โบว์ได้เข้มแข็งพอที่พร้อมจะทำหน้าที่แทนพ่อจ๋า รักพ่อจ๋านะคะ พ่อปอจ๋า พ่อปอทำหน้าที่พ่อได้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว พ่อปอเหนื่อยและสู้มามากพอแล้ว ทำเพื่อคนอื่นมากพอแล้ว เหนื่อยก็นอนพักนะพ่อปอจ๋า หลับให้สบายนะพ่อ รักพ่อปอนะคะ"

ทำให้ผู้อ่าน เข้าใจได้ถึงความรู้สึกนี้ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “มะลิกับแม่โบว์คิดถึงพ่อปอจ๋าจนแทบขาดใจ”

ใครไม่เคยผ่านจุดนี้ ยากที่จะเข้าใจลึกซึ้งกับความทุกข์ของคำว่า “แทบขาดใจ”

ความห่วงใยของประชาชน หรือแม้แต่สื่อมวลชน ถูกตั้งคำถามจากสื่อมวลชน ถูกตั้งคำถามว่า ผู้คนมากมายว่า เข้าไปก้าวก่าย “ความเป็นส่วนตัว” ของครอบครัวนี้หรือไม่

แต่เรามองว่า ความห่วงใย คือน้ำใจของประชาชน ที่มีให้กับปอ ทฤษฎี ส่วนการขาดระเบียบ คือข้อด้อยของสังคมไทย ที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข

เช่นเดียวกับคำว่า “ไทยมุง” ที่มีมาช้านาน

ในจุดของความทุกข์โศก เรามองเห็นน้ำใจ อันเป็นความซึ้งใจ ที่อยากนำมาเสนอ แม้จะไม่อาจรวบรวมมาให้หมด แต่ก็เป็นส่วนหนึ่ง

เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นางเอกสาวรุ่นพี่ แสดงน้ำใจงาม เดินทางไปโรงพยาบาลรามาธิบดี ก่อนจะเดินเข้าไปยัง "ห้องสุดท้าย" เมื่อเวลาก่อนฟ้าสาง ทั้งที่ทำงานเพิ่งเสร็จ และยังไม่ได้นอน เพื่อทำการแต่งหน้าให้ “น้องปอ” โดยมีนักแสดงรุ่นพี่อีกคน “ดารณีนุช โพธิปิติ” ร่วมเดินทางไปด้วย

เข้าไปตัดเล็บ ตัดผม แต่งหน้าให้น้องอย่างดีที่สุด เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะได้กลับบ้านเกิดที่ที่บุรีรัมย์

เธอใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดย “พี่จิ๊ก” บอกว่า อยากให้ ปอ ดูดีที่สุด และขอให้น้องหลับให้สบาย เกิดชาติหน้าขอให้กลับมาเป็นพระเอกใหม่

นับเป็นความน่าชื่นชมอย่างยิ่ง

“น้องเมญ่า” นนธวรรณ ฌรรวนธร นางเอก “สาวน้อยร้อยล้าน” นักแสดงคนล่าสุดที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับปอ เป็นคนสุดท้าย โพสต์ว่า

"ถึงพี่ปอ ไม่คิดว่าเมื่อคืนที่ฝันถึงจะเหมือนการจากลา พี่เป็นพระเอกที่หนูชื่นชมมากๆ เพราะยิ่งได้ร่วมงานกันยิ่งเข้าใจว่าทำไมใครๆ ก็รักพี่ พี่ปอเป็นคนน่ารักตลกขี้เเกล้งและพร้อมปกป้องน้องๆ เสมอ ถ้าใครไม่แฟร์ใส่เรา พี่ปอช่วยแนะนำเทคนิคให้ตลอด พี่มักหาคลิปตลกๆ มุขฮาๆ มาส่งในกลุ่ม Search engine ของเราเสมอ สมกับที่เรายกให้พี่เป็นหัวหน้า พี่จิตใจดี ช่วยเหลือคนอื่นเสมอทันทีที่มีโอกาส

น้องเมญ่ากับแม่ยังจำภาพที่พี่ช่วยขุดดินย้ายที่โลบ้านยายคำได้ แม้ขาพี่จะเจ็บ แต่พี่รีบวิ่งไปช่วยยายทันทีจนเหงื่อท่วมแล้วต้องมาซับหน้าผมเข้าฉากต่อ พี่ชอบกินส้มตำกับก้อยดิบมาก พวกเราทีมนักแสดงและทีมงานทุกคนรักพี่มาก ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่พี่มอบให้พวกเรา แม้ละครเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสุดท้ายที่พี่ถ่าย แต่เชื่อว่าคนไทยทุกคนจำจดจำภาพดีๆ ของพี่ได้ตลอดไป

รักและอาลัย... น้องเมญ่า "

ดารารุ่นใหญ่ “โบ๊ท วิบูลย์นันท์”  เป็นอีกคนที่อาสาขับรถ กับ วิรุฬห์  สมพันธ์สาทิตย์ หัวหน้าอาสาสมัครร่วมกตัญญูฝั่งธนบุรี เพื่อส่งปอ ไปยังวัดกลางพระอารามหลวง จังหวัดบุรีรัมย์

โบ๊ท บอกว่าตั้งแต่เคลื่อนตัวจากโรงพยาบาลรามาธิบดี จนมาถึงจังหวัดบุรีรัมย์ พี่น้องประชาชนให้ความสนใจมาก มีประชาชนออกมายื่นรอเรียงรายตลอดทาง  ตามสองข้างทางตลอดเวลา แล้วก็ตามจุดแวะพัก ตามปั้มน้ำมันต่างๆ ก็จะมีพี่น้องยืนส่งร่างของ ปอ เพื่อไปยังวัดจังหวัดบุรีรัมย์"

โบ๊ท บอกว่า ทุกๆ มูลนิธิให้ความสำคัญกับการพา "น้องปอ" กลับบ้าน กับภารกิจนี้ ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิปอเต็กตึ๊งเองก็ตาม ทุกพื้นที่เปิดทางให้เราวิ่ง อำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ทุกพื้นที่ให้ความสำคัญเท่ากัน ทุกคนมารอเปิดทางให้ขบวนเราวิ่งและทุกคนอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่

แล้วในส่วนของมูลนิธิร่วมกตัญญู ก็มีรถที่นำส่งและก็พาน้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติ

เนวิน-กรุณา ชิดชอบ เจ้าของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความ “อาลัย พระเอกตัวจริง ของเรา” มีใจความว่า

หลับให้สบายนะ ปอ

ทุกๆ วัน พวกเราทุกคนที่นี่ รอฟังข่าว ปอ อย่างมีความหวัง แต่วันนี้ เป็นวันที่ พวกเราไม่อยากฟัง ไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง

อาต่าย รู้และยอมรับว่า พวกเราทุกคนต้องเดินไปถึงจุดนี้ แต่ สำหรับ ปอ มันเร็วเกินไป ปอ ยังอายุน้อยเกินไป ปอยังมีภาระหน้าที่ของพ่อ ที่ต้องดูแลมะลิ ยังมีหน้าที่สามี ที่ต้องดูแลโบว์ ปอ เป็นหัวหน้าครอบครัว ที่น่ารัก ทำงานหนัก รับผิดชอบทุกชีวิต ให้อยู่กันอย่างสุขสบาย

ในมุมมองของอาต่าย ปอ เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่ง ปอ ควรจะได้อยู่กับครอบครัว และคนที่ปอ รัก และ รักปอ นานกว่านี้ แต่ชีวิต ไม่เป็นดังที่เราคิด ละครชีวิต ไม่มีใครเขียนบทไว้ล่วงหน้าได้ทุกตอน บทที่เกิดขึ้นวันนี้ โหดร้ายเกินกว่าที่เราคิดไว้ เกินกว่าที่ปอ จะรับไหว

วันนี้ ปอ จากทุกคนที่ปอ รัก และ รักปอ ไปแล้ว นี่คือ ความจริงที่พวกเราทุกคนต้องยอมรับให้ได้

มะลิ ไม่ต้องไปเยี่ยมพ่อปอ ที่โรงพยาบาล แล้ว แต่พ่อปอ จะอยู่ในหัวใจมะลิ และ คอยดูแลมะลิ กับ แม่โบว์ ตลอดไป อาต่าย อยากจะให้ปอ หลับให้สบาย ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล กับ มะลิ และ โบว์

อาต่าย กับ อาเนวิน จะดูแลให้ทุกๆ เรื่อง อะไรที่อาต่าย ช่วยได้ ทำได้ อาต่าย จะทำให้ทันที

เหมือนที่ ปอ ไม่เคยปฏิเสธ อาต่าย กับ อาเนวิน ไม่ว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัดงาน จัดกิจกรรมอะไร ปอ จะมาช่วยเสมอๆ ไม่เคยต้องให้บอก หรือ ให้ขอคิว

ที่อาต่าย ขอชื่นชมปอมาก ก็คือ ปีใหม่ สงกรานต์ ทุกปี ปอจะไม่รับงานที่ไหน จะกลับบ้าน มากราบพ่อ แม่ อยู่กับพี่น้อง เพื่อนฝูง ใช้เวลามีความสุขกับครอบครัวอย่างเต็มที่

การจากไปของปอ วันนี้ นับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของครอบครัวสหวงษ์ และครอบครัวบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะ พวกเราได้สูญเสียคนที่รักพวกเราด้วยหัวใจบริสุทธิ์ รักแบบไม่มีเงื่อนไข รักที่มีแต่ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

ขอให้ ปอ รับรู้ไว้ว่า ปอ จะอยู่ในหัวใจของพวกเรา ตลอดไป อาต่าย กับ อาเนวิน กำลังคิดว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อ ปอ และคนที่ปอรัก

อาต่าย ขอให้บุญกุศล คุณงามความดีที่ปอ ทำไว้ นำปอไปสู่ภพภูมิที่ดี และคุ้มครอง มะลิ โบว์ และทุกๆ คนที่ปอ รัก ตลอดไป

รักและชื่นชม อาเนวิน- อาต่าย 18 มกราคม 2559

และสุดท้าย นายแพทย์มารุต จันทรา ผู้เชี่ยวชาญเวชบำบัดวิกฤต ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

"พี่ปอครับ ขอบคุณครับพี่ ที่สู้มากับพวกเรา วันที่ผมบอกว่าพี่ไม่มีขา พี่ก็บอกว่าพี่จะสู้ไปกับผม วันที่พี่ทรุด พี่ก็มองหน้า และบีบมือผม แม้ในวันที่พวกเราเริ่มท้อ พี่ก็ยังสู้ พี่สู้แม้กระทั่งวันสุดท้ายของพี่ แม้วินาทีที่ผมร้องไห้ แม้เมื่อพี่จากไป แต่ยังทิ้งอะไรไว้ในใจน้องคนนี้ ผมขอเก็บความดีของพี่จากมือที่พี่จับผม วันนั้นไว้เตือนตัวเองทุกๆ วันนะครับ ว่าเราควรเลือกใช้ชีวิตแบบไหน เราเกิดมาเพื่ออะไร เพื่อที่จะตายไปอย่างไร้ค่า ให้คนเขากร่นด่า หรือสู้แบบวีรบุรษและจากไปแบบเป็นตำนาน ผมจะสู้แบบพี่ ให้โลกนี้ดีกว่าเดิม หลับให้สบายครับพี่ พี่ทิ้งอะไรไว้ให้โลกนี้มากพอแล้ว จากน้องชายผู้กระชากวิญญาณพี่กลับมาด้วยสองมือนี้สองครั้ง และผู้ปล่อยมือให้พี่จากไปอย่างสมศักดิ์ศรี"