Get Adobe Flash player

โปรดช่วยกันดูแล “พัทลุง” โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 

พัทลุง เป็นจังหวัดเล็กลำดับที่ 58 ในจำนวน 77 จังหวัด เล็กกว่านครราชสีมา หรือเชียงใหม่ ประมาณ 5 ถึง 6 เท่า แต่ในความเล็กกระทัดรัด พัทลุงกลับมีธรรมชาติที่ครบถ้วน ภาษาคนพื้นที่เรียกว่า มีทั้ง เขา ป่า นา เล สมกับคำขวัญที่ว่า “เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน”

มี “พยอม” เป็นต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด พวงพยอม บานเต็มต้นขาวสวยจนหลงใหล ส่วนไม้พยอมใช้ทำบ้านปลูกเรือน

มีเขาอกทะลุ เป็นฉากหลังของตัวเมือง เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด สามารถขึ้นไปถึงช่องเขาช่วงที่เป็นโพรงทะลุชมทิวทัศน์ที่สวยงาม

พัทลุง เป็นต้นกำเนิดศิลปะการแสดง หนังตะลุงและโนรา เป็นเมืองเก่าแก่มาแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัย

มีทุ่งนาข้าวอันอุดมสมบูรณ์ มี “ข้าวสังข์หยด” เป็นข้าวพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในเขตเพาะปลูกเมืองพัทลุง เป็นที่นิยมมานานหลายชั่วอายุคน ข้าวพันธุ์สังข์หยด มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีขาวปนสีแดงจางๆ จนถึงสีแดงเข้ม ในเมล็ดเดียวกันเมื่อข้าวหุงสุกมีความนุ่มมากและยังคงนุ่มอยู่เมื่อเย็นตัวลง

ได้รับคำประกาศรับรองให้เป็น "สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" หรือข้าวจีไอ นับเป็นข้าวจีไอพันธุ์แรกของประเทศไทย ซึ่งชาวนาพัทลุงต่างภูมิใจและยังได้รักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไว้ได้จนถึงวันนี้

พัทลุง สถานที่ท่องเที่ยว มากมาย เริ่มตั้งแต่ “ทะเลน้อย” มีทั้งพื้นที่ๆ เป็นพื้นน้ำเกือบ 2 พันไร่ นอกนั้นเป็นพื้นที่ลุ่ม หรือที่เรียกว่า “พรุ” หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า “แรมซาร์ไซต์” เป็นสถานที่พักผ่อนเป็นปอดของจังหวัด มีไม้น้ำประเภท กง กระจูดหนู และบัวนา บานเป็นบริเวณกว้าง มีนกน้ำทั้งนกในพื้นถิ่นและนกอพยพอยู่มากกว่า 187 ชนิด มีทั้งทุ่งหญ้าและนาข้าวโดยรอบ

ออกนอกเมืองเพียง 2 กิโลเมตร มีชายหาดแสนสุข แต่ชื่อดั้งเดิมที่ชาวบ้านเรียกคือหาด “ลำปำ”  เรียกตามชื่อปลาชนิดหนึ่ง ในตระกูลปลาตะเพียนทอง

ร่มรื่นด้วยต้นสนริมหาดทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

มีศาลากลางน้ำ สำหรับชมทิวทัศน์ จากบริเวณชายหาดมีสะพานเชื่อมไปยังเกาะลอย บางโอกาสยังได้เห็นปลาโลมาว่ายมาใกล้ๆ 

พัทลุง ยังมีป่าเขาคือ เทือกเขาบรรทัด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีเขาปู่ เขาย่า มีถ้ำมัจฉาปลาวน มี หินงอกหินย้อยเหมือนม่าน มีน้ำตกสวยงาม น้ำตกตะโหมด ที่อำเภอตะโหมด น้ำตกไพรวัลย์ ที่อำเภอกงหรา

ยังมีน้ำตกเหรียงทอง มีสถานที่ล่องแก่งที่ “ลานข่อย” มีอ่างเก็บน้ำที่ “ป่าบอน”  มีน้ำตกเขาคราม ถ้ำพุทธโคดม บ่อน้ำร้อนธารน้ำเย็น ฯลฯ

ในทะเลสาบสงขลา ยังมี เกาะสี่ เกาะห้า เพราะถ้าเรามองจากทิศใต้และทิศเหนือจะเห็นเป็นเกาะสี่เกาะ  แต่ถ้ามองจากทิศตะวันตกจะเห็นเป็นห้าเกาะ 

แต่จริงๆ แล้ว ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะใหญ่มากมาย เช่น เกาะท้ายถ้ำดำ เกาะร้านไก่ เกาะรูสิม เกาะหน้าเทวดา หรือเกาะมวย เกาะกันตัง เกาะป้อย เกาะตาใส เกาะยายโส เกาะกระ เกาะราบ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกนางแอ่น ธรรมชาติของเกาะนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่สวยงามของจังหวัด ในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสและทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้บริเวณหน้าผา และที่นี่ยังพบร่องรอยอารยธรรมที่เก่าแก่นับพันปี

รวบรัดเล่าเรื่องเมืองพัทลุง เพียงเพื่อจะบอกว่า บ้านนี้ เมืองนี้ มีความงดงามทางธรรมชาติที่น่าอยู่น่าเที่ยวเป็นที่สุด ทั้งยังมีความบริสุทธิ์เพราะไม่เป็นทางผ่าน จึงไม่ถูกความเจริญทางวัตถุเข้ามาทำลาย

บ้านเมืองน่าอยู่ขนาดนี้ แต่... อะไรกำลังเกิดขึ้นกับพัทลุง

มีคนตั้งข้อสังเกตด้วยความห่วงใยว่า น่าเสียดาย ที่ลูกหลานชาวพัทลุงบางจำพวก กลับทำลายบ้านเมืองของเราเอง โดยเฉพาะคดีร้ายแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน   

จากข่าวใหญ่ระดับประเทศ.... กลุ่มวัยรุ่นรุมโทรมหญิงที่กำลังท้องสามเดือน ต่อหน้าสามีที่นั่งรอความตายอยู่ในหลุม เสร็จแล้วยิงสามีทิ้งแล้วกลบฝัง และแทงภรรยา นำร่างไปทิ้งลงเหวบนเขา ข่าวนี้ทำลายภาพลักษณ์ของบ้านสวยเมืองงาม

และก็ไม่ใช่แค่นั้น ถัดมาไม่กี่วัน ครูหนุ่มสุดโหด ลงโทษเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ที่พ่นน้ำลายไปโดนรถคุณครูโดยการตีและลากไปยังถนนยาวกว่า100 เมตร ทำให้เกิดเป็นแผลเหวะหวะ

มาดูพาดหัวข่าวอื่นๆ ประกอบกัน เช่น

ลวงหนุ่ม “กงหรา” ยิงทิ้งริมคลอง พัทลุงดุ คืนเดียวฆ่า 3 ศพ ชาวบ้านบ่น ตร.จับคนร้ายไม่ได้

พบศพตำรวจยศ “พ.ต.ต.” ถูกฆ่าสยองที่พัทลุง

ศึกมรดกเลือด สาวพัทลุงขอขยายเนื้อที่บริเวณบ้านเข้าไปในสวนกล้วยของน้องสาว แต่น้องไม่ยอม จนเกิดมีปากเสียง สามีทั้งคู่มาร่วมวงทะเลาะ หลังตกลงกันไม่ได้ เขยใหญ่โกรธจัดใช้ปืนจ่อยิงเขยเล็ก 5 นัด ดับอนาถคาสวน

ตำรวจรวบผู้ต้องหาฆ่าพระที่พัทลุง เหตุโกรธยืมเงินซื้อเหล้ากินไม่ได้

เราลองมาดู คดีอุกฉกรรจ์ที่ตำรวจทำไว้ เมื่อเดือน ธันวาคม 2551 เพียงเดือนเดียว

เมื่อ 30 ธ.ค. ที่ อ.เมือง จ.พัทลุง นายลาภ นายโสภณฯ, นายสัมพันธ์ฯ, และนายเจริญ ตั้งวงดื่มสุรากันจนมึนเมาและมีปากเสียงทะเลาะกัน นายสัมพันธ์ฯ ได้ใช้อาวุธปืน ยิงนายลาภฯ และนายโสภณฯ ได้รับบาดเจ็บแล้วขับขี่รถยนต์หลบหนีไป ต่อมานายลาภฯ ได้เสียชีวิต ที่โรงพยาบาล 

26 ธ.ค.ที่ตะโหมด พัทลุง นายก้อเฉม พร้อมด้วยพวกชายหญิงรวม 6 คน ได้ไปนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ร้านอาหารหลวงเณร จนกระทั่งเวลาประมาณ 24.00 น. นายก้อเฉมฯ กับพวกได้เดินมาที่รถยนต์กระบะที่จอดอยู่หลังร้าน ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนพกยิงใส่นายก้อเฉมฯ จำนวน 4 นัด นายก้อเฉมฯเสียชีวิต 

24 ธ.ค. ควนขนุน ขณะที่นางศุภรัตน์ อายุ 41 ปี ขับขี่รถ จยย. ตามถนนสายบ้านปากคลอง มีคนร้ายขับรถยนต์ตามมา ใช้อาวุธปืนยิงใส่นางศุภลักษณ์ฯ ตายในที่เกิดเหตุ

22 ธ.ค. บางแก้ว พัทลุง นางสมใจ อยู่ที่บ้านของตนเอง ได้มีคนร้ายขับขี่รถ จยย. เข้ามาจอดหน้าบ้านแล้วใช้อาวุธปืนลูกซองยิงนายสมใจฯ เสียชีวิต

21 ธ.ค. เมืองพัทลุง นายกูล ขณะยืนอยู่ ได้มีคนร้าย ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ จำนวน 2 นัด ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ แล้วคนร้ายได้หลบหนีไป 

เมืองพัทลุง นางณัฐชา ขับรถ จยย. ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นผู้ชาย จำนวน 1 คน ขับขี่รถ จยย.เคียงรถ จยย.ของผู้เสียหาย แล้วใช้อาวุธปืนพกจี้บังคับให้หยุดรถ  คนร้ายได้ข่มขู่และแย่งชิงเอาทรัพย์ รถ จยย. พร้อมทรัพย์สิน มี เงินสด จำนวน 1,500 บาท , โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง หมวกนิรภัย 1 ลูก ราคา 200 บาท ก่อนหลบหนีไป 

18 ธ.ค.เมืองพัทลุง นางนพ ขับขี่รถ จยย. กลับจากทำธุระเพื่อจะกลับบ้าน ถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย 1 คน ยืนขวางถนน แล้วใช้อาวุธปืนจี้บังคับ เอารถ จยย.หลบหนีไป

12 ธ.ค. เมืองพัทลุง นายอรุณ ขับรถ จยย. กลับจากซื้อสินค้าในตลาด ถึงที่เกิดเหตุ ถูกคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนชนิดลูกซองยิงนายอรุณฯ ถึงแก่ความตาย ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป 

9 - 10 ธ.ค.51 ป่าพะยอม นายสุพิศ ออกจากขนำที่พัก โดยบอกภรรยา ว่าจะไปว่าจ้างรถแบ็คโฮ มาปรับพื้นที่สร้างขนำ จากนั้นก็ได้หายไป ต่อมาวันที่ 10 ธ.ค.51 ภรรยา ตามหา พบรถและศพนายสุพิศฯ สามี ซึ่งถูกฟันด้วยของมีคมที่บริเวณท้ายทอย, หัวไหล่ขวา เสียชีวิต

จะเห็นว่าเรื่องการฆ่าแกงกัน ถี่มากๆ จนพัทลุง กลายเป็นเมือง “คนด้น” หรือ “คนดุ” แบบไม่สิ้นสุด ซึ่งไม่เป็นผลดีกับผู้ใดเลย

ยุคสมัยของการตัดสินด้วยกำลัง กำลังจะหมดไปในหลายท้องที่ของประเทศ จึงอยากเห็นบ้านเรา ได้ผ่านจุดนั้นมาให้ได้

พวกเรา คนรักพัทลุง หวังที่จะเห็นการระดมความคิดของ นักการเมือง ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง สถาบันการศึกษา ครู อาจารย์ วัด มัสยิด และองค์กรต่างๆ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนชาวพัทลุงทั้งมวล มาช่วยกันหามาตรการแก้ไข เป็นวาระของจังหวัด ช่วยกันสร้างทัศนคติใหม่ ให้เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง ในการใช้ชีวิตร่วมกัน นำพาท้องถิ่นไปสู่ความสุขทั้งผู้อยู่ และผู้มาเยือน.