Get Adobe Flash player

ความฝัน ความสุข ที่มีคุณค่า โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 

 

ล็อตเตอรี ที่บ้านเรากำลังมีปัญหายังไม่จบนะครับ เริ่มจากรัฐบาลจะแก้ปัญหาล็อตเตอรีราคาแพง จากราคา 80 บาท ขึ้นไป 90 หรือถึง 100 บาท

ถามผู้ (เร่) ขาย ก็บอกว่ารับมาแพง ต้นทุนก็เกิน 80 ไปแล้ว จึงต้องขายในราคาที่สูงขึ้น

รัฐบาลก็แก้ปัญหา ด้วยการให้ชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ขายรายย่อย ไปจองซื้อจากธนาคารโดยตรง ไม่ต้องผ่านยี่ปั๊ว ผลปรากฏว่า มีคนต้องการขายล็อตเตอรีเพิ่มมากขึ้น จนหลายคนจองไม่ได้รัฐบาลก็แก้ปัญหาด้วยการพิมพ์เพิ่มไปอีก 20 ล้านฉบับ

ปัญหาใหม่ก็ตามมาอีก นั่นคือ ล็อตเตอรี ล้นตลาด ต้องเอามาขายเลหลังชนิดเทน้ำเทท่า จาก 80 เหลือ 55 บาทก็มี ทำให้ผู้ขายขาดทุนไปตามๆ กัน

เรื่องนี้ตอนแรกคิดว่าง่าย แต่กลายเป็นว่า ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า รัฐบาลจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร

ใครจะว่า “คนจนเล่นหวยคนรวยเล่นหุ้น” ก็ตามใจเขา แต่สำหรับ บางคน หวย เป็นความฝันราคาถูก ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข ความฝัน และความหวัง

มีเพื่อนคนหนึ่ง เขาซื้อหวย แคลิฟอร์เนีย ล็อตโต้ ทุกงวด ด้วยเงินเพียง 1 เหรียญ

เมื่อหวยอยู่ในมือ เขาก็ฝันที่จะมีความสุขกับเงินที่ได้มาฝันที่จะดูแลพ่อแม่ ให้ดีกว่าที่เขาเคยส่งเงินให้ประจำ จากค่าแรงขั้นต่ำ ที่ได้รับมาทุกสัปดาห์

ฝันเห็นพ่อแม่ได้กินอิ่มนอนอุ่น ด้วยความกตัญญูของลูกชาย

ความฝันอยู่กับตัวเขาสองสามวัน เมื่อหวยออก ตรวจแล้วถ้าไม่ถูก เขาก็ซื้อใหม่ และฝันใหม่ ด้วยราคาฝันเพียงเหรียญเดียว

เขารู้ดีว่า การถูกหวยเป็นเรื่องยาก แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งโอกาสตรงกันข้าม ถ้าไม่ซื้อ ก็รับรองได้ว่าจะไม่มีวันที่จะมีโอกาสนั้น เขาจึงเลือกฝันอย่างประหยัด

ความสุขในชีวิตของคนแต่ละคน แม้จะไม่เหมือนกัน แต่ก็แบ่งคร่าวๆ ได้สองส่วน คือ สุขกายและสุขใจ

คงเหมือนกับการบริโภคอาหาร ที่มีทั้งอาหารกายและอาหารใจ เหมือนกับที่เราปลุกพืชที่กินได้ กับพืชที่มีไว้เพื่อความสวยงาม ซึ่งล้วนแต่มีความจำเป็นกับชีวิตไม่ได้ต่างกัน

ความก็เช่นกันทั้งกายสุขและใจสุข บางคนมีความสุขที่จะได้รับอะไรที่มากๆ ในขณะที่บางคนก็มีความสุขที่จะให้ เหมือนกับว่ายิ่งให้ก็ยิ่งทำให้ตัวเองมีความสุข

มีแพทย์โรงพยาบาลศิริราชท่านหนึ่ง อายุท่านท่านตอนนี้ก็คงราว 80 หรือมากกว่านั้น ท่านไม่ยอมเกษียณตัวเอง ยังคงเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสอนหนังสือและการดูแลรักษาคนไข้

ข้อมูลจาก ไทยโพสต์ ฉบับเมื่อหลายปีก่อน บอกว่า หลังเลิกงาน คุณหมอจะเดินทางไปเปิดคลินิกในซอยระนอง 1 ถนนพระราม 5 โดยใช้ชื่อคลินิกว่า "สำนักงานแพทย์" ของ รศ.นพ.สภา ลิมพาณิชย์การ ผู้ซึ่งได้ฉายาว่า "หมอ 5 บาท" มาจากการคิดค่ารักษาในราคาแสนถูกเริ่มต้นเพียง 5 บาทสำหรับคนที่ปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้หวัด

คลินิกของคุณหมอสภาเปิดมาตั้งแต่ พ.ศ.2507 โดยรับรักษาโรคทั่วไป จะเก็บเงินเฉพาะค่ายาและเวชภัณฑ์เท่านั้น โดยไม่คิดค่าตรวจวินิจฉัยโรค แต่ถ้าหากผู้ป่วยมาบอกว่าไม่มีเงินจริงๆ ก็ไม่คิดเงิน หรือหากมีไม่พอจะให้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะหมอสภาไม่ต้องการให้ผู้ป่วยไปซื้อยารับประทาน

คุณหมอบอกว่า"สาเหตุที่ยังทำงานอยู่เพราะเป็นความเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้ และยังรู้สึกเป็นห่วงคนไข้ ห่วงงานที่โรงเรียนด้วย ส่วนการเก็บค่ายาถูกเพราะไม่อยากให้เขาไปซื้อยากินเองตามความเคยชินของคนไทยที่มักจะไปร้านขายยา โดยไม่มีใบสั่งแพทย์

ผลเสียคือ ผู้ป่วยจะไม่รู้ว่าตนเองแพ้ยาชนิดนั้นหรือไม่ และจะทำให้ดื้อยาอีกด้วย แต่ผมจะแนะนำด้วยว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างถึงจะหายป่วย ที่ผ่านมายังไม่มีผู้ป่วยได้ยาที่คลินิกผมไปแล้วมีอาการดื้อยาหรือแพ้ยา และจะให้ยาไปกิน 2 วันเท่านั้นเพราะไม่ต้องการให้เอายาไปทิ้งขว้าง เวลาจ่ายยาจะถามว่ามียาอะไรเหลืออยู่ที่บ้านจะได้ไม่ให้ซ้ำ" หมอสภากล่าว

ทุกวันนี้คุณหมอผู้เสียสละยังไม่เคยคิดว่าคลินิกจะได้กำไรหรือขาดทุน เพราะไม่ได้ลงทุนสูงเท่าคลินิกอื่นๆ มีค่าใช้จ่ายแต่เพียงตัวยาเท่านั้นที่จะสั่งซื้อจากบริษัทที่ได้ลิขสิทธิ์มาผลิตยาในไทย เวลาสั่งซื้อแต่ละครั้งจะสั่งจำนวนมากๆ ซึ่งได้ราคาถูก ประหยัดเงินได้มาก แต่ช่วงหลังๆ สั่งซื้อจำนวนน้อยลง ทางบริษัทผลิตยาก็ยังขายในราคาเดิมเป็นการช่วยเหลือกัน

"ถ้ามารักษากับผมไม่ต้องเอามาเกิน 100 บาท เพราะคิดแค่ค่ายาในราคาถูกมากๆ เช่นปวดหัวเป็นหวัดคิดแค่ 5 บาท ถ้าเจ็บคอมียาฆ่าเชื้อแก้อักเสบคิด 40 บาท ส่วนรายได้ต่อวันนั้นผมไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ไม่เคยนับ เมื่อได้เงินมาก็จะเก็บไว้เป็นทุนซื้อยา แต่เวลาซื้อจริงๆ ไม่พอ ต้องถอนเงินตัวเอง ที่ได้หลังจากเกษียณและเงินจากการเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนเวชนิทัศน์มาซื้อยา"

เรื่องคิดค่ารักษาถูกนี้ คุณหมอสภาถ่อมตัวว่าไม่ใช่เพราะอุดมการณ์ใดๆ แต่มาจากการที่ในวัยเด็ก คุณหมอเป็นเด็กขี้โรค ตอน 4 ขวบเป็นโรคคอตีบ โตขึ้นเป็นโรคไทฟอยด์ ต่อมาก็ปอดบวม คุณแม่จึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ เห็นท่านเสียเงินค่ารักษาเยอะจึงสอนให้รู้จักประหยัดอดออม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมื่อมาเปิดร้านคลินิกจึงคิดค่ารักษาแพงๆ ไม่ลง

อ่านเรื่องของคุณหมอ แล้วก็นึกถึงหมอไทยในอเมริกา

นายแพทย์วิชัย ภู่พัฒน์ แห่ง “เลสทอนแนค ฟรี คลินิค” (Lestonnac Free Clinic) บริการฟรีสำหรับคนไทยในสหรัฐฯ สำนักงานเลขที่ 3801 Katella Ave.,Suite301 Los Alamitos, CA 90720 โทร. (562) 493-4466

ท่านใช้เวลาหลังเกษียณ มาตรวจรักษาคนไข้ คอยสอนคอยแนะนำ โดยให้บริการฟรี แบบไม่มีแม้กระทั่งค่าแรง หรือค่าน้ำมันรถ

หมอวิชัยดูแลคนไทยมานานมาก ท่านมีความสุขทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มี เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือด ฯลฯ ที่ปฏิบัติตัวตามที่หมอสั่ง แล้วมีสุขภาพที่ดีขึ้น

ถ้าน้ำตาลลด ไขมันลด ฯลฯ หมอจะมีความสุขมากกว่าคนไข้เสียอีก

ครับ.... นี่คือความสุขของหมอ

พวกเรา ก็พลอยปลื้มใจไปกับความมีจิตใจดีของท่าน ที่สมควรเป็นเยี่ยงอย่าง

แต่ที่เหนือสิ่งอื่น คือความคิดดีๆ แบบนี้ ถ้ามีอยู่ในผู้คนยิ่งมากเท่าไร โลกนี้ก็จะน่าอยู่มากเท่านั้น

บ่อยครั้งนะครับ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราเห็นภาพในโลกโซเชียลฯ คนกระโดดน้ำลงไปช่วยเต่าทะเลที่ติดอวน

คนช่วยสุนัขจรจัดที่บาดเจ็บรอความตายมารักษาจนหาย ฯลฯ ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้เป็นความสุข ทั้งผู้กระทำ และผู้พบเห็น

เป็นเรื่องน่าคิดนะครับว่า เราจะทำอย่างไร ที่จะเพาะบ่มความคิดความฝันดีๆ ไปใส่ลงในสมองของลูกหลานที่เป็นอนาคตของชาติ