Get Adobe Flash player

ความห่วงใยในสังคม โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

เห็นคลิปคนร้ายถือมีดกวัดแกว่ง ยกเท้าถีบ พยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ๆ รายล้อมเพื่อจับกุม เขาทำผิดอะไรก็ยังไม่รู้ แต่ที่กลัวที่สุดคือกลัวถูกเจ้าหน้าที่ยิง เพราะถ้าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นที่อเมริกา ซึ่งตำรวจโหดกว่าที่บ้านเรา เขายิงหมดแม็คตายแน่นอน

แล้วความน่ารักของตำรวจไทยก็เกิดขึ้น เมื่อตำรวจคนหนึ่งย่องมาทางด้านหลัง นำแหที่ใช้จับปลา เหวี่ยงคลุมร่างคนร้าย ทำให้ตำรวจกรูเข้าไปจับได้ โดยไม่เสียเลือดเนื้อ

ในความเป็นคน ใครจะเป็นคนดีมาก หรือดีน้อย เราคงไม่ใจดำที่จะเห็นเขาล้มลงตายต่อหน้า เพราะผิดถูกศาลหรือกระบวนการยุติธรรมจะผู้ชี้ขาดเขาอยู่แล้ว

แต่ว่าไม่ใจร้ายก็ไม่ใช่เสียทีเดียว

เพราะเมื่อเห็นภาพสองนักศึกษา ทราบภายหลังว่าเป็นเด็กดีมากๆ ทั้งสองคน ถูกตีนผีที่เหมือนพกความร้ายมาจากนรก ขับรถด้วยความเร็วสูงเท่าที่รถคันนั้นจะเร็วได้ ชนเต็มแรง จนไฟคลอกสองชีวิตดับไปต่อหน้า

เศร้าเสียใจจนถึงวันนี้ กับความสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของประเทศ

คิดว่า ทำไมคนที่ควรตายจึงไม่ตาย และคนที่ไม่ควรตายจึงต้องตาย

สังคมโลกเขาอยู่กันอย่างไรเราไม่รู้ ไม่ลึกซึ้ง แต่สังคมไทย เราไม่ได้อยู่กันแค่เศรษฐกิจ หรือผลประโยชน์ของกันและกัน เรายังอยู่กันด้วยความห่วงใย

ดูแลทุกข์สุขของผู้คน

เช่นเดียวกัน ข่าวแม่ประนอม แดงสุภา เจ้าของสูตรน้ำพริก “ตราแม่ประนอม” สร้างความรู้สึกหวั่นไหวให้กับผม และผู้คนในสังคมมากมาย

ความเดิมเป็นอย่างไรไม่รู้ ใครผิดใครถูก เราคงไม่ตัดสิน

แต่กับคำว่า  “ลูกทำไมทำกับแม่แบบนี้” ทำให้เกิดความรู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นแม่ร้องไห้

ผมเคยทำงานหนัก เคยเห็นกระบวนการผลิตของการทำร้านอาหาร หรือในตลาด ที่รู้สึกได้ถึงความยาก ความเหนื่อย

ทำให้นึกไปถึงยุคบุกเบิกของน้ำพริกแม่ประนอม ตั้งแต่ซื้อของ หั่น ตำน้ำพริก บรรจุลงกระป๋อง แล้วใส่ตะกร้าไปเร่ขาย วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ที่ต้องสู้เพื่อยืนให้ได้

ผ่านอุปสรรคมากมาย จนมีโรงงาน จากเล็กไปหาใหญ่ จนประสบความสำเร็จมากมายมหาศาล

แล้ววันหนึ่ง แม่ประนอม ก็ไม่เหลืออะไร

กระแสสังคมฝ่ายที่เขามีสติกว่าผม ออกมาท้วงติงว่า อย่าไปยุ่งกับครอบครัวของเขา เราไม่เกี่ยว ให้เขาตัดสินใจกันเอง

บ้างก็บอกว่า สังคมทำไมไปยุ่งกับเรื่องไร้สาระ เพราะปัญหาบ้านเมืองที่มีความสำคัญ ยังมีอีกมากมาย

ก็เกิดความขัดแย้งในใจว่า

ถ้าเห็นแม่คนหนึ่ง จะเป็นแม่ใครก็ตาม นั่งร้องไห้อยู่ จะให้เราละเลยหรืออย่างไร

มีเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง เล่ากันว่า มียายแก่อยู่คนเดียว ก็มีคนไปถามว่า ยายมีลูกหรือเปล่า ยายบอกว่ามีสองคน แล้วลูกไม่ชวนไปอยู่ด้วยหรือ ยายบอกว่า ลูกให้ไปอยู่เชียงใหม่ หรือชลบุรี

อ้าว ทำไมไม่ไป ยายบอกว่าลูกที่เชียงใหม่ให้ไปอยู่ชล ส่วนลูกที่ชลให้ไปอยู่เชียงใหม่

ฟังแล้วไม่รู้ว่าอยากหัวเราะ หรืออยากร้องไห้

นั่นแม่นะครับ

แม่ที่คนโบราณบอกว่า เป็นผู้ที่ให้ลูกดื่มเลือดในอกของท่าน เพื่อให้เด็กน้อยมีชีวิตบนโลก

แม่ที่ในหนึ่งปี มีวันแม่เพียงวันเดียว แต่สำหรับแม่ทุกวันเป็นของลูก

สำหรับคนที่บอกว่าเรื่องเช่นนี้ไม่สำคัญ ผมกลับมองว่า เรื่องเช่นนี้คือชีวิต คือทุกข์สุข ที่แม้แต่ผู้บริหารบ้านเมือง ก็ไม่อาจละเลย

สำหรับคำว่า อย่าไปยุ่งกับครอบครัวของคนอื่น  

หลายครั้ง ที่เห็นผู้หญิงถูกตบตี ผู้ชายประกาศว่า “เรื่องของผัวเมีย คนอื่นไม่เกี่ยว” แล้วเราปล่อยให้ผู้ที่ถูกทำร้าย เผชิญชะตากรรม

ราวกับว่าสังคมของเรา “ไม่รักกันจริง”

เรื่องของแม่ประนอม ผมคงไม่เข้าไปพิสูจน์ว่าใครถูกไม่ถูกอย่างไร เพียงแต่เรื่องของคำว่า “แม่” มากระทบใจ

ยังมีแม่อีกคนนะครับ เธอเป็นม่ายที่สามีตายตั้งแต่เธอยังสาว ทิ้งลูกน้อยสองขวบ ไว้ให้สู้ชีวิต

ครับเรากำลังพูดถึง “แม่โบว์-น้องมะลิ”

แวนดา สหวงษ์ และ พาขวัญ สหวงษ์ ตอนนี้ทั้งสองแม่ลูกช่วยกันทำมาหากินอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

ไปงาน ก็เหมือนไปเที่ยว ง่วงก็นอน หิวก็กิน อิ่มแล้วก็มาเล่นต่อกับพี่ๆ ได้เจอผู้คน ไม่ต้องเดียวดายคิดถึงพ่อ

 

 “น้องมะลิ” กับ “แม่โบว์” ได้รับความรักความห่วงใยจากสังคม ที่ต่างช่วยกันดูแล และอยากเห็นเด็กน้อยเจริญเติบโตอย่างสวยงาม บนโลกอันอบอุ่นที่รายล้อมด้วยความรัก

ล่าสุดมีดราม่าน้องมะลิรับงานเยอะ ว่ากันถึงขนาดกล่าวหาว่าทำงานทั้งวันทั้งคืน

แม่บอกว่า “น้องก็สนุกเหมือนเดิม พอน้องเหนื่อยเราก็พัก พอน้องพร้อมเราก็ถ่ายต่อ ทีมงานก็เข้าใจในความเป็นเด็ก ถ้าเขาง่วงเราก็ให้น้องพักผ่อนเต็มที่ พอเขาพร้อมเราค่อยถ่ายต่อ เพราะเขาก็จะมีงอแงบ้าง ตามประสาเด็ก กับงานถ่ายโฆษณาก็มีถ่ายไปแล้วตัวหนึ่ง แล้วก็มีกำลังจะเริ่ม ก็รอติดตามด้วยแล้วกัน”

แม่โบว์บอกว่า  ไม่ทั้งวันทั้งคืนหรอก เราบอกคุณอาไว้อยู่แล้วว่าเวลารับงาน เราต้องมีวันพักให้กับน้อง แล้วงานที่มาทุกครั้งก็ช่วยในการเรียนรู้ของน้องด้วย เราไม่ได้บังคับน้อง ทุกงานที่ไปน้องมีความสุขตลอด ถ้าน้องเหนื่อยเราก็ให้พัก อาทิตย์หนึ่งเราก็จะให้น้องหยุด 1-3 วัน แล้วแต่เวลา เราจะบอกคุณอาตลอดว่าต้องมีช่วงเวลาให้น้องพัก”

สำหรับผม เห็นว่าเรื่องของสองแม่ลูก ก็มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องในสังคมอื่นๆ

เราเห็นว่าสองแม่ลูกช่วยกันทำมาหากิน เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เก็บทุนเอาไว้สู้ชีวิต เอาไว้เรียนหนังสือ เป็นเรื่องที่น่าส่งเสริมและยกย่อง

ชื่นชมไปถึงผู้ว่าจ้าง และแฟนๆ พ่อปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ที่ให้กำลังใจเสมอ

ส่วนพวกที่ดราม่า ชีวิตเกิดมาเอาแต่ตรวจสอบคนอื่น ก็เพลาลงบ้างเถิด

วิจารณ์แล้วสนุก จนลืมตัว บางครั้งก็เลยเถิด จนไปทำร้ายผู้อื่น

มองในมุมกลับกัน ถ้าสองแม่ลูกไม่มีงานทำ แล้วสองคนจะอยู่ได้อย่างไร.

.....................................