Get Adobe Flash player

ทุกข์ของประชาชน โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

คำโบราณที่ว่า “ใจเขา ใจเรา” เป็นที่เข้าใจโดยไม่ต้องมีคำอธิบาย แต่ทุกวันนี้สังคมกำลังเอาใจเราเป็นตัวตั้ง แล้วเชื่อว่าความคิดเราถูก จากนั้นก็ไปชี้ผิดกับคนที่เขาเห็นต่าง

หนักเข้าก็ไปจิกด่ากล่าวโทษว่าเป็นความชั่วร้าย ถึงขนาดห้ามพูด ห้ามคิด หรือแม้แต่ไล่ให้ไปอยู่แผ่นดินอื่น

ในสังคมออนไลน์ แม้แต่นักบวช ซึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คมากขึ้น ก็พยายามสอนคนผ่านโลกโซเชียล ไม่อ้างอิงคำสอนพระพุทธเจ้า แต่คิดคำขึ้นมาเอง แล้วแชร์ต่อๆกันมาอย่างเช่นว่า “ไอ้คนชั่ว คนเห็นแก่ตัว อย่าไปคบ”

แต่ท่านก็ลืมคิดไปว่า “คนชั่ว” ในความหมายนั้น อาจเป็นตัวเราเอง ผิดแล้วไม่มองดูตน กล่าวโทษคนรอบข้างว่าพวกเขาต่างหากที่เป็นคนไม่ดี

บางคนเรียกร้องความเป็นธรรม ทั้งๆ ที่พฤติกรรม หรือมโนธรรม ไม่มีในใจสักนิด

บางคนหงุดหงิด สาดอารมณ์ในโลกออนไลน์ โดยไม่ต้องใช้เวลาตรวจสอบ นานเข้าก็เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง คิดว่าตนเป็นตัวแทนของความถูกต้อง

ผลคืออารมณ์เสีย มองโลกไม่น่าอยู่ ทำให้เพื่อนพ้องคนรอบข้างพลอยหดหู่ไปด้วย

สังคม... ที่ขาดความรู้สึก “ใจเขา ใจเรา” ยังมีคนที่เป็นเบี้ยล่างอีกจำนวนมาก คนพวกนี้ถูกมองว่าอ่อนแอ ไม่รับผิดชอบ แต่ไม่มีใครเหลียวมองความจริงในอีกแง่มุมว่า คนเหล่านี้ต่อให้สู้ก็ไม่ชนะ ยิ่งสู้ สถานการณ์อาจยิ่งเลวร้าย หนักเข้าก็ปิดปากเงียบ และยอมอดทนเมื่อถูกรังแก

บางคน มีกำลังสู้ แต่รู้ว่าถ้าสู้ไป เพื่อนที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกันอาจเป็นฝ่ายเจ็บ ก็สู้ยอมเจ็บเองให้ผ่านไปเงียบๆ ดีกว่า

สัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่ชวนหดหู่ใจอยู่หลายเรื่อง อย่างเช่นข่าวทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกซ้อมจนตาย

ที่ค่ายทหารสังกัด ร.152 พัน.1 ค่ายพยัคฆ์ อ.บันนังสตาร์ จ.ยะลา พลทหารสองนายถูกทำโทษจนสลบ

คนหนึ่งฟื้นขึ้นมา แต่อีกคน ชื่อพลทหารทรงธรรม หมุดหมัด น้องคนนี้เสียชีวิต

การซ้อมทหารเกณฑ์ มีคลิปให้เห็นผ่านเฟซบุ๊คอยู่เสมอๆ แต่ละภาพล้วนน่ากลัว ครูฝึกจำนวนหนึ่ง สวมรองเท้าโอ๊ป ทั้งเตะทั้งถีบ ทั้งกระทืบ แม้แต่ที่หัว

ภาพเช่นนี้ออกมาหลายครั้ง ก็ไม่เห็นมีข่าวว่าผู้กระทำจะถูกลงโทษ ทำให้ครูฝึกย่ามใจ เพราะเมื่อเกิดปัญหามักมีผู้ปกป้อง

แค่ทหารเกณฑ์ลูกชาวบ้าน จะไปหืออะไรได้ ในที่สุดก็ต้องยอมเจ็บ ปล่อยให้ผ่านไปเหมือนลมที่พัดผ่าน

เก็บความรู้สึกเกลียดชัง ให้เพาะบ่มในใจของผู้ยากไร้

งานนี้ก็เช่นกัน กระแสข่าวแรกออกมาว่า เพราะพลทหารเสพยา จึงถูกลงโทษ

ใช่ การลงโทษนั้นทำได้ แต่ต้องมีขอบเขต กฏหมายไม่ได้ให้สิทธิ์ครูฝึกฆ่าพลทหาร

แต่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์กลับพูดไม่ตรงกัน โดยบอกว่า น้องผู้ตายนั้นเงินหาย แล้วกล่าวหาว่าครูฝึกเป็นคนเอาไป จนกระทั่งมีปากเสียง และลงไม้ลงมือกันในรอบแรกมาแล้วรอบหนึ่ง

ส่วนผลการดำเนินการสอบสวน ดำเนินคดีจะออกมาอย่างไรนั้นไม่ทราบ ก็ยังดีนะครับที่นายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า ได้สั่งให้ลงโทษและสอบสวนครูฝึกที่เกี่ยวข้องแล้ว เบื้องต้นให้ติดคุกไว้ก่อน ถ้าผิดจริงจะต้องปลดออก งดบำเหน็จบำนาญ ต้องว่าไปตามวินัยของทหารและคดีอาญา

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิด ตนห้ามมานานแล้ว แต่ก็เกิดขึ้น จึงต้องหาสาเหตุเพราะเป็นมนุษย์ต้องมีความเมตตาคน จะผิดจะถูกต้องสอบสวนตามกระบวนการ ซึ่งตนก็ไม่เห็นด้วยที่มีการลงโทษแบบนั้น

เราดีใจ ที่นายกฯ ออกมาพูดเรื่องนี้ ทำให้หลายฝ่ายที่ทำงานเพราะนายสั่ง เริ่มกลัวภัยจะถึงตัว เร่งสืบหาข้อเท็จจริง

ส่วนที่นายกฯ บอกว่า ส่วนตัวรู้สึกเสียใจที่เวลาเกณฑ์ทหาร มีครอบครัวมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจเพื่อไม่ให้โดนเกณฑ์ทหาร

ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เพราะไปเป็นทหาร ในความรู้สึกของชาวบ้าน ทั้งๆที่ไปรับใช้ชาติ แต่รู้สึกเหมือนไปติดคุก กลายเป็นความหวาดกล้ว

นั่นเพราะวิธีฝึกทหาร ไม่เคยพัฒนา มีแต่การข่มขู่ บังคับและลงโทษ แม้กระทั่งพฤติกรรมที่ส่อไปในทางลามก ด้วยความเชื่อที่ว่าทหารต้องโหดเหี้ยมให้ลูกชาวบ้าน สามารถฆ่าศัตรูได้ แทนที่จะร่วมกันสร้างสำนึกรักชาติ ให้เกิดขึ้นในใจของทหารใหม่

ลืมคิดถึงความเป็นมนุษย์  ลืมคิดว่าพวกน้องๆ เหล่านี้คือลูกของประชาชน

อีกข่าว   ภาพจากกล้องวงจรปิด นาทีที่รถบัส 2 ชั้น ขับข้ามรางรถไฟ เป็นจังหวะเดียวกับที่ รถไฟวิ่งมาพอดี จึงชนเข้าเต็มแรงและได้ลากหัวรถไปประมาณ 50 เมตร  ทำให้คนขับรถบัสเสียชีวิตทันที 
และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลต่างๆรวม 31คน


ต่อมาได้มีการสรุปว่า ผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทั้งในที่เกิดเหตุและที่โรงพยาบาลรวมทั้งสิ้น 4 คน

นายออมสิน ชีวพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ  เผยว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยได้ดำเนินการรับผิดชอบดูแลผู้บาดเจ็บ เมื่อดูกล้องวงจรปิดพบว่า รถบัสที่กำลังเลี้ยวขณะข้ามทางรถไฟน่าจะชะลอหลบรถอีกคันที่ขับสวนทางมาฝั่งขวา จึงไม่ได้มองด้านซ้าย

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า รถบัสเปิดเพลงเสียงดังมาตลอดทาง อาจไม่ได้ยินเสียงหวูดที่พนักงานขับรถไฟได้เปิดเตือน

ต่อมานายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมคณะ เดินทางมาตรวจสอบและกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง

ปกติ เมื่อมีข่าวเช่นนี้ คนขับรถยนต์จะเป็นฝ่ายผิดเสมอ รถไฟจะไม่ผิด เพราะวิ่งมาตามราง

แต่กรณีนี้เราสรุปว่า ผู้ผิดคือผู้รับผิดชอบเหล็กกั้นถนน ที่ไม่ปิดลงมาเมื่อมีรถไฟผ่าน

ถ้าเหล็กกั้น เป็นความรับผิดชอบของการรถไฟ การรถไฟก็คือผู้ผิด เพราะเหล็กกั้น เป็นเหมือนสัญญาณไฟเขียวไฟแดง ถ้าไม่ลงมา ต้องเชื่อว่าผ่านได้ แต่ถ้าปิดลง แสดงว่าห้ามผ่าน

จะมาอ้างว่า ที่ไม่ปิดลงมาเพราะสัญญาณเสีย กำลังซ่อมอยู่ไม่ได้ เพราะถ้าซ่อม จะต้องมีสัญญาณอื่นมาใช้แทน มีป้ายเตือนที่ช้ดเจน มีป้ายหยุด แต่นี่เพราะละเลย ขาดความรับผิดชอบ ไม่เคยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

จะมาอ้างว่าเพราะรถทัวร์เปิดเพลงเสียงดัง จึงไม่ได้ยินเสียงหวูดรถไฟ ก็ไม่ใช่ข้ออ้าง ต้องไม่ลืมว่าชีวิตประชาชนไม่ใช่ผักปลา หรือต้องเสี่ยงภัยด้วยตัวเองทุกวินาที โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ใช่คนท้องที่

ถามชาวบ้าน ก็ได้คำตอบว่า ตรงนี้ มีคนถูกรถไฟชนตายมาหลายศพแล้ว แต่มันก็เป็นข่าวเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ

พอตายก็โยนเงินให้ไปทำศพ

ทั้งกรณีทหารเกณฑ์ กรณีรถทัวร์ และเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กัน บอกตรงๆ เราไม่อยากเห็นบ้านเมือง ดูแลประชาชนแบบนี้.