Get Adobe Flash player

ความปลอดภัยของผู้หญิง โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ยุคสมัยที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ของอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ต้องพาดหัวข่าวในทำนองว่า ต้นหมากหลัง สยามรัฐออกลูก ควายชื่อเจ้าทุยไปหลงรักเจ้ารวง ฯลฯ สนุกไปวันๆ ในยุคที่การเมืองที่ประชาชนพูดอะไรไม่ได้

ข้อห้าม ได้สร้างความรู้สึกแปลกแยกให้คนในชาติ ที่รู้สึกตัวว่ากลายเป็นผู้ถูกปกครอง ไม่ใช่การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมของหมู่ชน เหมือนย้อนอดีตไปอยู่ในเรือนทาส ยุคที่ยังไม่ได้เลิกทาส

บางคนอาจจะพอใจความสบาย ที่ไม่ต้องคิดอะไร แค่ทำงานตามคำสั่งก็มีอาหารกิน ไม่ต้องเดือดร้อนดิ้นรน

เราไม่อยากให้รัฐบาลไม่ว่ายุคใด มองประชาชนในลักษณะนั้น และไม่อยากให้ตัวเองและประชาชนมองรัฐบาลเป็นคนแปลกหน้า จนเหมือนกับ “นาย” ที่ปฏิบัติต่อ “บ่าว” ดังคำโบราณที่ว่า “ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับใส เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำร่ำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย”

เมื่อการเมือง ไม่อยู่ในบรรยากาศที่จะแสดงความเห็น ก็ต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทน

วันก่อน มีเพื่อนแชร์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค เนื้อหาจาก “บล็อก โอเคเนชั่น” กล่าวถึงตำรวจชาวออสเตรเลีย ได้เขียนสิ่งนี้ขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน อ่านแล้วมีประโยชน์มากทีเดียว

1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้

ข้อศอกเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายของมนุษย์ หากคุณอยู่ใกล้คนร้ายในระยะที่จะใช้มันได้ จงใช้มันซะ!

2.เคล็ดลับจากสมุดแนะนำนักท่องเที่ยว ถ้าคนร้ายต้องการกระเป๋าเงินหรือของมีค่าของคุณ อย่ายื่นให้กับเขา

จงโยนกระเป๋าเงินของคุณไปให้ไกลจากตัวเอง..

โอกาสที่คนร้ายจะสนใจกระเป๋าเงินของคุณนั้นมีมากกว่าที่จะสนใจคุณ และนั่นจะทำให้เขาต้องไปหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ห่างจากตัวคุณ ตอนนี้แหละ จงวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งให้เร็วที่สุด

3. ถ้าคุณเกิดถูกลากหรือโยนเข้าไปในท้ายรถของคนร้าย สิ่งที่คุณควรทำคือ

ให้ถีบไฟท้ายจนหลุดออกมา ยื่นแขนของคุณออกมาจากช่อง แล้วเริ่มโบกมืออย่างบ้าคลั่ง คนขับไม่เห็นสิ่งที่คุณทำ แต่คนอื่นจะเห็น

วิธีนี้ได้ช่วยหลายต่อหลายชีวิตมาแล้ว..

4. คุณผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะนั่งอยู่บนรถเฉยๆ หลังจากช้อปปิ้ง เที่ยว กิน หรือ ทำงานเพื่อจะแต่งหน้า เปิดผ่านหนังสือ เช็คโทรศัพท์ ฯลฯ ห้ามทำเป็นอันขาด! คนร้ายจะคอยเฝ้าดูพฤติกรรมของคุณ และสิ่งที่คุณทำเป็น

การเปิดโอกาสอันเหมาะสมเพื่อให้เขาเข้ามาทางที่นั่งข้างคนขับ และเอาปืนจ่อหัวคุณเพื่อจะให้คุณขับไปตามทางที่เขาต้องการ

เพราะฉะนั้น....ทันทีที่คุณขึ้นรถจงล็อคประตู และรีบออกรถซะ !

แต่ถ้าเกิด.... คนร้ายอยู่บนรถกับคุณ และเอาปืนจ่อขมับคุณไว้ อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก

ย้ำ: อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก สิ่งที่คุณควรทำ คือ

เหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด ขับพุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางในละแวกนั้น

ถุงลมนิรภัยฝั่งคุณจะช่วยชีวิตคุณไว้ (เช่นเดียวกับฝั่งคนร้ายหากคนร้ายนั่งเบาะหน้า) (หากคนร้ายนั่งอยู่เบาะหลัง เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส)

แต่ทันใดที่รถของคุณชน ให้รีบถอนตัวออกมา(จากถุงลมนิรภัย)

แล้ววิ่งออกจากรถสุดแรงเกิด วิธีนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตรงที่คุณสามารถวิ่งเข้าหากลุ่มคนเพื่อขอความช่วยเหลือได้ หากคุณออกรถไปที่ไกลๆ ตามเส้นทาง/สถานที่ที่คนร้ายบอกจะทำให้คนร้ายตามตัวคุณได้ง่าย

เพราะคุณไม่รู้จักสถานที่นั้นดีเท่าเขา

5. ข้อแนะนำสำหรับการเดินไปที่รถของคุณ ในลาน/โรงจอดรถ

5.1จงระวัง: มองไปรอบๆ ตัวของคุณ มองเข้าไปในรถของคุณ มองลอดไปบนพื้นฝั่งที่นั่งข้างคนขับ และเบาะหลัง

5.2 ถ้ารถของคุณมีรถตู้จอดอยู่ข้างๆ ให้ขึ้นรถทางฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับ คนร้ายจะจู่โจมเหยื่อของมันโดยการฉุด ขึ้นรถตู้ในขณะที่เหยื่อกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ เพราะฉะนั้นรถตู้น่าสงสัยเหล่านี้จึงมักที่จะจอดอยู่ฝั่งคนขับ

5.3 ให้มองไปที่รถที่จอดอยู่ข้างๆ คุณทั้งสองข้างของรถ ถ้าเจอผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวในฝั่งที่อยู่ใกล้รถของคุณมากที่สุด

สิ่งที่คุณควรทำคือ เดินกลับเข้าไปในห้าง หรือออฟฟิสเพื่อขอให้ รปภ หรือตำรวจเดินมากับคุณ เพื่อส่งคุณขึ้นรถ ไม่ต้องไปคิดมากกว่าคนอื่นหรือตำรวจจะมองคุณโรคจิตหรือเปล่า เพราะการระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์อันน่าสงสัยนั้น

จงตระหนักอยู่เสมอว่า ปลอดภัยไว้ก่อน...

6. จงใช้ลิฟต์ตลอดแทนที่จะใช้บันใด เพราะบันใดเป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดที่ผู้หญิงจะอยู่คนเดียว มันเป็นที่ๆ เพอร์เฟคสำหรับคนร้าย และน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในยามวิกาล

7. ถ้าคนร้ายมีปืนแต่คุณไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

จงวิ่ง!! เพราะโอกาสที่คนร้ายจะยิงถูกคุณมีเพียง 4 ครั้งใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าวิ่ง) และเป็นไปได้สูง ว่าจะไม่โดนอวัยวะสำคัญ วิ่งงงงงงง!!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การวิ่งซิกแซก

8. จุดอ่อนของผู้หญิงส่วนใหญ่คือ ขี้สงสาร ขี้เห็นใจ จงหยุดซะ!!

เท็ด บันดี้ เป็นฆาตรกรหน้าตาดี และการศึกษาสูง เขาใช้จุดอ่อนข้อนี้ของผู้หญิงเพื่อลวงมาฆ่าเสมอ เพราะฉะนั้นจงมีเหตุมีผล ดูสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง .... "จงช่างสังเกต" หากพบข้อสงสัยแม้เพียงข้อเดียว ก็ควรจะลีกเลี่ยงบุคคลนั้นๆ ให้เร็วที่สุด

9. เรื่องที่ควรตระหนักอีกข้อ:

เพื่อนสาวของได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กตอนกลางคืน

และเธอก็คาดว่าเสียงนั่นดังมาจากระเบียงบ้านของเธอ เธอเลือกที่จะโทรแจ้งตำรวจแทนที่จะออกไปดูด้วยตัวเอง

นั่นเป็นเพราะว่าเธอมีลางสังหรณ์ว่านั่นอาจจะเป็นกลลวง และตำรวจก็สั่งกับเธอว่า

........“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด”....

เธอจึงเล่าให้ตำรวจฟังอีกว่าเสียงนั่นฟังดูเหมือนว่าเด็กนี่ได้คลานมาใกล้หน้าต่างของและเธอก็เป็นกังวลว่าถ้าหากเด็กคนนี้คลานออกไปถึงถนนก็จะถูกรถชน

ตำรวจจึงสั่งเธอว่า “ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทางไปบ้านเธอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามเปิดประตูเด็ดขาดไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น ตำรวจย้ำถึงสามรอบ”

ตำรวจเล่าให้เธอฟังต่อว่าพวกเขาคิดว่า...

น่าจะเป็นฆาตรกรที่ใช้วิธีเปิดเทปเสียงเด็กร้องไห้เพื่อจะหลอกหล่อให้ผู้หญิงออกจากบ้านมาดู โดยที่ฆาตรกรหวังใช้จุดอ่อนของผู้หญิงคือ ความขี้เห็นใจ ขี้สงสาร นั่นเอง แต่ทางตำรวจก็ยังจับตัวฆาตรกรกลุ่มนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็มีการโทรมาแจ้งและได้เล่าเรื่องเดียวกัน คือได้ยินเสียงเด็กมาจากนอกบ้าน หน้าต่าง หน้าประตู เวลากลางคืน และทุกสายที่โทรมาแจ้งล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่อยู่บ้านคนเดียวทั้งสิ้น

10. ถ้าคุณตื่นขึ้นมากลางดึกและได้ยินเสียงเหมือนว่าก๊อกน้ำถูกเปิดอยู่หรือท่อน้ำของคุณแตกนอกบ้าน .....ห้ามออกไปเดินสำรวจเด็ดขาด!..... เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งจะเข้าไปเปิดก๊อกน้ำบ้านคุณให้สุดเพื่อให้คุณได้ยินและออกมานอกบ้าน นั่นคือเวลาที่พวกเขาจะโจมตีคุณ

ข้อความนี้สำหรับตัวของคุณเองและเพื่อให้คุณได้แบ่งปันให้กับภรรยา ลูก หรือทุกๆ คนที่คุณรู้จักหลังจากที่คุณได้อ่านคำแนะนำที่สำคัญเหล่านี้ ..

คุณอาจต้องการที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โปรดส่งต่อให้กับคนที่คุณรักและเป็นห่วง

การระมัดระวังล่วงหน้าไม่ต้องแลกกับความสูญเสีย เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ดีที่สุด.