Get Adobe Flash player

ความจำเป็นของการตรวจสอบ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

เครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น (คปต.) ร่วมกับชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ได้เชิญ นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิ์เสรีภาพของประชาชนและเลขาธิการคปต. มาบรรยายพิเศษในนครลอสแอนเจลิส เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 เวลา 12.00-17.00 น. ที่ Rosemead Center 3936 N. Muscatel Ave., Rosemead, CA 91770

นายวีระ เป็นใคร เชื่อว่าผู้ที่สนใจในความเป็นไปของบ้านเมืองจะรู้จักดี เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาได้อุทิศตัวเป็นนักตรวจสอบ เพื่อรักษาความถูกต้องและโปร่งใส ป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นของผู้มีอำนาจ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นนักการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงข้าราชการ และภาคส่วนอื่นๆ ในสังคมไทย

หัวใจของการตรวจสอบคือความเที่ยงธรรม ในมาตรฐานเดียว โดยไม่แบ่งว่าผู้ที่ควรแก่การตรวจสอบ เป็นพวกใคร โดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ละเว้นหรือแบ่งเขาแบ่งเรา

หากติดตามข่าวในโลกโซเชียลมีเดีย เราจะเห็นความหลากหลายทางความคิด แต่ยังมีคนส่วนหนึ่ง จะใช้สื่อด้านนี้ คอยปกป้องพวกของตน หรือกลุ่มที่ตนศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา คนกลุ่มนี้ จะไม่ยอมรับฟังความเห็นของคนกลุ่มโน้น ในขณะที่กลุ่มโน้น ก็ไม่ฟังคนกลุ่มนี้ นอกจากไม่ฟังการท้วงติงแล้วยังโต้กลับจนหลายครั้งจะลืมใช้เหตุผล

ท้ายที่สุด ก็ฟังกันเอง เยินยอกันเอง กลายเป็นพวกสุดโต่ง ที่มีความคิดคับแคบลง

เช่นที่ นายวีระ ได้โพสต์ความเห็นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว แนะนำการแก้ปัญหาคอรัปชั่นของรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลต้องมีความจริงจังและมีความจริงใจในการปราบโกง ด้วยการทำเป็นตัวอย่าง ถ้าจับได้ว่าคนในรัฐบาลโกงต้องจัดการอย่างเฉียบขาด ตรงไปตรงมา ตรวจสอบอย่างโปร่งใส ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น

ไม่ใช่การตรวจสอบที่ปกป้องช่วยเหลือคนทำผิด เช่นกรณีทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักด์ ที่สรุปว่าไม่มีการทุจริต แต่มีกลุ่มคนที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมการทุจริต ปรากฏว่าบางคนตายอย่างปริศนาในคุกทหาร นายทหารบางคนหนีไปต่างประเทศ เซียนพระหายตัวไปจนเรื่องเงียบ ถ้าไม่ผิดแล้วพวกที่ถูกกล่าวหาต้องถูกปิดปาก ต้องหลบหนีไปต่างประเทศทำไม

ที่สำคัญทุกโครงการฯ ทำไมต้องใช้วิธีจัดจ้างพิเศษทั้งหมด ทำไมไม่ทำตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้

นอกจากนี้ยังมีกรณีปลัดกลาโหมใช้อำนาจบรรจุ แต่งตั้งลูกชายของตนเองเข้ารับราชการทหาร อย่างผิดกฏหมาย แต่นายกฯประยุทธ์ออกมาปกป้องน้องชายที่ทำผิดว่า กรณีอย่างนี้ใครๆก็ทำกัน ทั้งที่เป็นการทำผิดกฏหมายอย่างชัดเจนและท้าทายมาก

กรณีข่าววิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใครนำเรื่องนี้มาตั้งข้อสงสัย เขายังไม่ได้บอกว่าใครทุจริตกันบ้าง แต่ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร ต้องเดือดร้อน ออกมาข่มขู่จะเอาเรื่องทุกครั้ง มันคืออะไรกันครับ เขาเลยรู้กันหมด

กรณีข่าวองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ไปรับงานขุดลอกคูคลองจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างน่าเชื่อว่าจะมีการหาประโยชน์โดยมิชอบ พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นประธานองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ออกมาปกป้องว่าไม่มีเรื่องทุจริต ยังกล้าประกาศว่าใครโกงก็เลวมาก และบอกผ่านสื่อมวลชนว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่จนบัดนี้ยังไม่เห็นเปิดเผยผลการตรวจสอบแต่อย่างใด เรื่องทำไมเงียบไปเฉยๆ นายกฯประยุทธ์ไม่สนใจที่จะสอบถามพล.อ.ประวิตรบ้างเลยหรือ

อย่างนี้จะให้ประชาชนเขาเชื่อถือได้อย่างไรว่า คสช. มีความจริงจังและจริงใจในการปราบโกง คนส่วนใหญ่ของประเทศ คนยากคนจนยังไม่เห็นความสุขที่รัฐบาลมอบให้สักเท่าไร เห็นแต่บรรดานายทุนเป็นส่วนใหญ่ที่มีความสุขกันถ้วนหน้า

ทุกวันนี้คนที่มอบความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ คือบรรดานักกีฬาทั้งหลายที่ช่วยกันนำชัยชนะมาทำให้คนไทยมีความสุขกันทั่วหน้า จำไว้บรรดานักกีฬาไทยทั้งหลายที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ยอมแพ้แก่ชาติใดในโลก ต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์จนได้รับชัยชนะ คือผู้ที่คืนความสุขให้กับคนไทยที่แท้จริง ไม่ใช่รัฐบาล คสช.

หรือที่นายวีระ ได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ ระยะทาง 745 ก.ม.ในราคาค่าก่อสร้าง 387,821 ล้านบาท หรือราคาค่าก่อสร้างก.ม.ละ 521 ล้านบาท ปรากฏว่ามีเสียงคัดค้านจากประชาชนไทยในหลายภาคส่วนของสังคมไทย โดยอ้างว่าราคาค่าก่อสร้างสูงเกินจริง และเกรงว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะมีการแอบหาผลประโยชน์โดยมิชอบ มีผลทำให้โครงการดังกล่าวต้องยุติลง

ต่อมาภายหลังการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญโดย พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลของนายกฯ ประยุทธ์ ก็รื้อฟื้นทำโครงการฯแบบเดียวกัน ในระยะทาง 672 ก.ม. (สั้นกว่าโครงการของยิ่งลักษณ์ถึง 73 ก.ม.) แต่กลับมีราคาค่าก่อสร้างสูงถึง 530,000 ล้านบาท (ราคาสูงกว่าของยิ่งลักษณ์ถึง 142,179 ล้านบาท) ราคาค่าก่อสร้างตก ก.ม.ละ 789 ล้านบาท สูงกว่าของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึงก.ม.ละ 268 ล้านบาท

นายวีระมีคำถามว่า บรรดาพี่น้องคนไทยทั้งหลาย ที่เคยต่อต้านโครงการฯ ดังกล่าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะนี้พากันหายหน้าไปไหนหมด ไม่มีผู้ใดสงสัยในราคาที่สูงเกินจริงอย่างมหาศาลเลยหรือ ราคาค่าก่อสร้างที่แพงกว่ากันเกือบ 150,000 ล้านบาท มันจะไม่มีการทุจริตกันเชียวหรือ

ถ้ามีการโกงกันจริง เงินจำนวนเกือบหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท จะไปเข้ากระเป๋าของใครบ้าง ไม่อยากรู้ว่ามีใครโกงกันบ้างเลยหรือ

เรามองว่าการตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ตรวจสอบจะเป็นศัตรู ตรงกันข้ามสังคมได้เพาะบ่มการถูกตรวจสอบมาตั้งแต่ครั้งเยาวัย จนถึงระดับอุดมศึกษา ครู อาจารย์ที่รักลูกศิษย์ มีหน้าที่ตรวจระเบียบ วินัย ความประพฤติ-การบ้าน-รายงาน ไปจนถึงวิทยานิพนธ์ เพื่อให้ผู้เรียน ได้รู้ว่า สิ่งที่ตนรับรู้มานั้น มีค่าของความถูกต้องอยู่ในระดับใด อาจเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ เกรด หรือค่าการวัดผลอื่นๆ

ในทางการเมือง รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบ และมีความสำคัญเท่ากับฝ่ายรัฐบาล

รัฐบาลที่มาด้วยวิธีพิเศษ ก็มีเพียงประชาชนที่ออกมาเป็นหูเป็นตา แม้จะไม่ได้รับอนุญาต

เช่นกัน รัฐบาลอาจเชื่อว่าคณะของตนนั้นทำงานได้ดีเลิศ แต่ในมุมมองของประชาชนที่มีความรู้หลากหลายตามสาขาอาชีพ อาจมีความเห็นที่แตกต่าง ซึ่งถ้ารับฟังแล้วนำไปพิจารณา ถ้าเห็นว่าดีก็นำไปปรับใช้ จะเกิดประโยชน์

ความจริง การตรวจสอบ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถูกตรวจสอบ เพราะหากพบว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ก็เท่ากับเป็นการปกป้อง และยืนยันความดีของผู้ที่ถูกตรวจสอบไปในเวลาเดียวกัน.