Get Adobe Flash player

เสรีภาพทางความคิด โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

 

                “เราอาจไม่เชื่อในสิ่งที่ท่านพูด แต่เราจะต่อสู้ให้ท่านได้พูด” คำพูดประโยคทองนี้มีค่าเสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม

เรื่องที่จะเขียนถึงต่อไปนี้ เป็นการเล่าข่าว จากที่สื่อฯ ในประเทศไทยนำเสนอไว้ พร้อมกับแทรกความเห็นส่วนตัวในมุมมองของคนไทยคนหนึ่งในต่างแดน ที่ห่วงใยบ้านเกิดเมืองนอน บนพื้นฐานของความหวังดีต่อทุกฝ่าย ส่วนท่านผู้อ่านจะเห็นอย่างไร ก็โปรดใช้วิจารณญาณของท่านนะครับ

เราคงได้ยินข่าวเสมอว่า ทำไมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว ที่โน่น ที่นี่ ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน ทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงการยึดอำนาจ ที่พวกคุณไม่สามารถที่จะทำได้

ทำไมสร้างความวุ่นวาย ไม่กลับไปเรียนหนังสือ เพื่อทำหน้าที่ของตนให้เสร็จก่อน

นี่ก็เป็นคำถามของผู้ที่สงสัย ซึ่งเราจะมาคุยกันในประเด็นนี้

หากมองภาพโดยรวม นักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัย ก็เหมือนผ้าขาว จากเด็กมัธยมที่เดินทางมาหาความหมาย

พวกเขามาเรียนในศาสตร์แขนงต่างๆ ตามที่ตนเลือก เพื่อให้มีความรู้ ความคิดที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะไปทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ตามสายงานที่เรียนมา

นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ถูกเคี่ยวเพาะบ่ม ด้วยความรู้ ที่ต้องคู่คุณธรรม บนพื้นฐานของความถูกต้อง การช่วยเหลือผู้คนที่ด้อยโอกาส และความรักที่มีต่อมวลมนุษย์ โดยไม่เลือกชนชั้น

หลายโอกาส ที่นักศึกษา ไปบำเพ็ญประโยชน์ ไปออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ได้เห็นสภาพจริงของชาวบ้านที่ยากไร้ไส้กิ่ว ได้รู้จัก เกื้อกูลผู้คนบนแผ่นดินเดียวกัน

เมื่อเติบใหญ่ จะได้นำความรู้สึกที่ดีเหล่านี้ บวกกับความรู้เฉพาะทางที่ตนถนัด ไปช่วยเหลือผู้คน ไม่ใช่แสวงหาความร่ำรวย หรือไต่บันได เพื่อไปอยู่ในสังคมชั้นสูงเฉพาะตัว

แต่ในขณะที่ศึกษาอยู่ในสถาบัน กลับพบว่าในสังคม ประชาชนกลับไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอิทธิพล อำนาจต่างๆ ผู้มีอำนาจขาดธรรมาภิบาล ขัดแย้งอย่างตรงกันข้าม กับสิ่งที่เรียนรู้ในสถาบันการศึกษา

ยังพบว่ามีสิ่งไม่ถูกต้อง ตามจุดต่างๆ มากเหลือเกิน

ยกตัวอย่าง กรณีอุบัติเหตุบนท้องถนน มีคนบาดเจ็บ หลายคนมองผ่านเลยไป เพราะหากเข้าไปช่วยทำให้เสียเวลา อาจเจอปัญหายุ่งยาก ฯลฯ

ขณะที่บางคนใช้โอกาสเข้าไปหยิบฉวยทรัพย์สิน

และก็มีบางคน ที่เข้าไปช่วยแบบไม่ห่วงตัวเอง ขอเพียงให้ผู้ประสบอุบัติเหตุ รอด และปลอดภัย

นักศึกษาก็เหมือนกันครับ

เมื่อเห็นความไม่เป็นธรรม ก็มีจำนวนมากที่ไม่สนใจ แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่ยืนเคียงข้างประชาชนผู้เดือดร้อน

เพราะคนหนุ่มสาว เมื่อศรัทธาในความถูกต้อง พวกเขาก็ไม่ห่วงสิ่งใด แม่ต้องเสี่ยงคุกตะราง หรือชีวิต

ผมไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่นักศึกษาทั้งหลายออกมาเคลื่อนไหว จะต้องเป็นสิ่งที่ถูกเสมอไป แต่สิ่งสำคัญ ต้องอยู่ที่การรับฟังจากผู้ใหญ่ ถ้าผู้บริหารประเทศไม่ฟัง แล้วจับเข้าคุก

คุกก็จะไม่พอใส่คนเหล่านี้

การที่ผู้มีอำนาจรัฐ ไม่ฟังปัญหาของประชาชน ใช้แต่อำนาจจับกุม เป็นเรื่องที่โลกจับตามอง

ที่พูดกันว่ายูเอ็นไม่ใช่พ่อ ยุโรปอย่ามายุ่ง บิ๊กต่างชาติอย่ามาแทรกแซง ฯลฯ ก็จริง แต่เราก็ต้องอยู่ร่วมกันกับประเทศอื่นๆ

แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็เคยบอกว่าเราอยู่ด้วยกฏหมายสากลไม่ใช่หรือ

เราอาจปิดข่าวที่ไม่ดีไม่ให้คนในชาติรู้ และประชาสัมพันธ์ ว่าประเทศไทยเป็นที่รักของชาวโลก เศรษฐกิจกำลังดีมาก เรามีรัฐบาลที่ประเสริฐในรอบ 100 ปีไม่มีใครเทียมทาน

แต่ความจริงเป็นอย่างไร เราประชาชน ต้องหาคำตอบเอาเองนะครับ

ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้ต่อต้านรัฐบาล ตรงกันข้าม เรายอมจำนน แบบไม่โต้ ไม่เถียง เฝ้ารอวันที่ท่านคืนความสุขให้คนในชาติ เหมือนชาวนาที่รอฝนจากภัยแล้ง

เพียงแต่ท่านต้องไม่ละเลยในการปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างอย่างสากล  เพราะท่านเป็นรัฐบาลของไทยที่รายล้อมด้วยประเทศที่พัฒนาแล้วบนโลกนี้

กลับมาติดตามกลุ่มนักศึกษา ที่กำลังถูกเพ่งเล็งขณะนี้ พวกเขาเป็นใคร

จากรายงานของ ธัญพิสิษฐ์ เลิศบำรุงชัย เนชั่นทีวี กล่าวถึง กลุ่มนักศึกษาที่ถูกดำเนินคดีมาจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด 7 แห่ง หลายคนเคยทำกิจกรรมทางสังคมช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งเคยร่วมคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรม ก่อนที่จะมาร่วมเคลื่อนไหวสิทธิทางการเมือง

จากเนื้อเพลงเพื่อมวลชน ที่นักศึกษากลุ่มนี้ขับร้องก่อนถูกจับกุม บอกเล่าอุดมการณ์ และวัตถุประสงค์ของการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ประเทศคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยหลักความยุติธรรม, การมีส่วนร่วม, สิทธิมนุษยชน ,สิทธิชุมชน และสันติวิธี คือหลักการสำคัญของการรวมตัวเป็นขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ถูกประกาศ เป็นแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา และนักกิจกรรมกลุ่มนี้พวกเขายืนยันว่าไม่ใช่เพียงแค่อุดมการณ์ทางการเมือง

แต่เพราะเชื่อว่า ปัญหาในสังคมหลายเรื่องที่ประชาชนกำลังต่อสู้ จะไม่ได้รับความเป็นธรรม หากถูกครอบงำ ด้วยอำนาจที่วิจารณ์ไม่ได้

หลังการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุด นักศึกษาจำนวนหนึ่ง ถูกควบคุมตัวและจำกัดเสรีภาพอยู่ในเรือนจำ แต่หลายกิจกรรมที่ได้ทำมาก่อนหน้านี้ ถูกนำกลับมาพูดถึง เพื่อทำความรู้จักพวกเขา

นักศึกษากลุ่มดาวดินจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นที่รู้จักมากที่สุด ด้วยภาพ การช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดเลย ครั้งนั้นพวกเขาเผชิญหน้ากับตำรวจกว่า 600 นาย เพื่อขอให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วม ในเวทีรับฟังความคิดเห็น ในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อประกอบการขอประทานบัตร ของบริษัท และร่วมต่อสู้คัดค้านการให้สัมปทานขุดเจาะปิโตรเลียม กับชาวบ้านนามูล-ดูนสาด จ.ขอนแก่น

นอกจากกลุ่มดาวดินแล้ว ยังมีนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, มหาวิทยาธรรมศาสตร์ และอดีตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกดำเนินคดีครั้งนี้ด้วย

นักศึกษากลุ่มนี้เคยออกมารวมตัวคัดค้านมหาวิทยาลัยนอกระบบ และเคยร่วมแสดงออกครั้งสำคัญ ในการคัดค้านร่างพระราชบัญญัตนิรโทษกรรมที่ผ่านสภาในรัฐบาลที่ผ่านมา

มีรายงานข่าวว่า คสช. พยายามระมัดระวังการใช้อำนาจจำกัดเสรีภาพของนักศึกษากลุ่มนี้

แต่ในที่สุดก็มีการจับกุม โดยผู้ใหญ่ ให้เหตุผลไปในทิศทางเดียวกันว่า มีผู้ได้รับผลประโยชน์ทางการเมือง อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้

ในขณะที่ชาวบ้าน ที่กลุ่มนักศึกษาเคยช่วยเหลือบอกว่าไม่มีการเมือง ไม่มีนายทุนเกี่ยวข้อง และเพื่อนของกลุ่มนักศึกษาออกมาแถลงยืนยันว่า ผู้อยู่เบื้องหลังคือประชาชน

และล่าสุด นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ รวมทั้งนักข่าวหนังสือพิมพ์ อีก หนึ่งคน ถูกจับกุมที่ราชบุรี (อ่านรายละเอียดได้จากข่าว)

ในข้อหาที่ มีอัตราโทษสูง 5-10 ปี ต้องประกันตัวด้วยเงินสดคนละ 1.4 แสนบาท

หนึ่งในนักศึกษาที่ได้รับการประกันตัวออกมาก็กล่าวว่า ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าเราทำอะไรผิด จนต้องมาถูกดำเนินคดีที่ศาล ซึ่งความตั้งใจคือต้องการแค่มาให้กำลังใจกลุ่มของชาวบ้าน อ.บ้านโป่ง ที่ถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา เพราะชุมนุมเกิน 5 คน ถึงแม้ว่าบนรถจะมีเอกสาร ซึ่งก็เป็นเอกสารที่เราเชื่อว่า เป็นเอกสารที่สามารถรณรงค์ได้ในประเด็นของการลงประชามติของร่างรัฐธรรมนูญ ฯลฯ

และที่น่าสนใจคือ งานนี้ นักข่าวที่ไปทำข่าว ก็ถูกจับกุมด้วย

แต่ก็ไม่แปลกครับ เพราะหากถอยหลังย้อนยุคในประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ก็เคยมีนักข่าวถูกจับกุม

ว่าแต่ประเทศเรากลับไปถึงยุคนั้นได้อย่างไร.