Get Adobe Flash player

การค้นหานักการเมืองที่ดี โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

หลังการลงประชามติเพียงไม่กี่วัน ก็มีเสียงระเบิดตูมตาม รวมทั้งมีไฟไหม้ในหลายจังหวัดของบ้านเรา พอควันจางก็มีเสียงวิเคราะห์ต่างๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นมโนภาพของผู้วิเคราะห์ และขึ้นอยู่กับต้นทุนทางความเชื่อที่มีอยู่เดิม

เหตุการณ์ลักษณะนี้ คล้ายๆ กับที่เกิดเพลิงใหม้โรงเรียนที่จังหวัดกำแพงเพชรเมื่อหลายปีก่อน แล้วเพลิงก็ไหม้ไปอีกหลายโรงเรียน โดยไม่สามารถจับมือใครดมได้

แต่คราวนี้ เราเชื่อว่าตำรวจน่าจะรู้เบาะแสได้ไม่ยาก เพราะกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองก็ดี กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ก็ดี ทำให้สามารถสืบหาผู้ลงมือได้ในที่สุด

เพียงแต่หากคิดจะสาวถึงต้นตอของผู้สั่งการ ก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะกระบวนการ “ตัดตอน” ด้วยการสั่งกันเป็นทอดๆ ไม่ให้สาวไปถึง “ตัวใหญ่” ได้ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว

แต่ใครเป็นผู้สั่งการวางระเบิด หรือเจตนาทำเพื่ออะไร ไม่ใช่สาระสำคัญให้น่าติดตาม หรือจะต้องหวั่นไหวไปตามกระแสที่ถูกสร้างขึ้น ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ๆ รับผิดชอบว่ากันไปตามกฏหมาย

สงสารแต่ผู้เคราะห์ร้าย ที่ต้องบาดเจ็บหรือสังเวยชีวิตจากการกระทำของพวกขี้ขลาดเหล่านี้

ย้อนมาดูประเด็นประชามติ ที่หลายฝ่ายสรุปออกมาว่า เพราะประชาชนเบื่อหน่ายนักการเมือง ต้องการให้อำนาจที่มาจากฝ่ายกองทัพ เข้าไปถ่วงดุลอำนาจจากนักเลือกตั้ง อย่างน้อยก็ให้ ส.ว. 250 คอยเป็นก้างขวางคอนักการเมือง

ไม่ให้ “อิ่มหมีพีมัน” พาชาติบ้านเมืองล่มจม เหมือนที่ผ่านมา

นักการเมือง ประเภทที่ลอยหน้าลอยตาด่าแต่คนอื่น คอยกระแนะกระแหน กลัวคนอื่นดีกว่า โต้กันไปโต้กันมาด้วยโวหาร วันๆ จ้องแต่จะหาเสียง จ้องแต่จะงาบหัวคิว ยุยงปลุกปั่นชาวบ้านให้โค่นล้มฝ่ายตรงข้าม ที่ใหญ่หน่อยก็ส้องสุมสมุนไว้เป็นบริวาร ไม่มีวุฒิภาวะ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ สุดโต่ง จมปลักอยู่กับความเชื่อตัวเอง ไม่ยอมพัฒนาไปกับความเจริญของโลก  

 แน่นอน คนไทยต้องการประชาธิปไตย เพียงแต่กำลังค้นหาว่า นักการเมืองแบบไหน หรือพรรคการเมืองแบบไหน ที่คู่ควรกับ “ประชาธิปไตย”

มาดูบทบาทของ ส.ส. ถ้าว่ากันตามหน้าที่ มีดังต่อไปนี้

ออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน, เป็นผู้เลือก ส.ส. ที่จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี, ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, จัดสรรงบประมาณแผ่นดินเพื่อพัฒนาประเทศ, นำปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนเสนอรัฐบาล

แต่ ส.ส.บ้านเรา กำลังทำอะไร ประชาชนต้องการ ส.ส.แบบไหน

อาจารย์จาก “นิด้า” ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ลงพื้นที่ถามชาวบ้านที่อุดร  ได้คำตอบว่า ที่นี่เป็นพื้นที่เดิมของพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ไม่เคยได้อะไรกลับคืนมา ในขณะที่ ส.ส. และหัวคะแนนของอีกพรรค ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างดีที่สุด สม่ำเสมอแม้กระทั่งในขณะนี้

ถามชาวบ้านว่าอยากได้ ส.ส. แบบไหน ได้คำตอบว่า “อยากได้ ส.ส.แบบ ที่เรียกใช้งานได้ง่ายๆ มีปัญหาอะไรก็ช่วยได้ อยากได้อะไรก็บอกได้ ใจถึง มีงานขอพัดลมก็ได้ ขอเหล้าเป็นลังก็ได้ ลูกไม่สบายก็ฝากมดฝากหมอได้ ไฟฟ้าไม่เข้าบ้าน ก็ไปขอมาให้ ถนนไม่ดีบอกเขา เขาก็ส่งคนมาทำให้ ไปติดต่อราชการ เรามันชาวบ้านไปทำเองเขาก็ไม่สนใจ ไม่มาช่วยเรา อย่างขอไฟขอถนน ถ้าไม่ได้ ส.ส. ชาติหนึ่งเราก็ไม่ได้ บ้านเมืองเราไม่มีเส้นมีสายไม่ได้ นี่เขามาเป็นเส้นเป็นสายให้เรา ช่วยเรา เราจึงได้มา”

ดร.อานนท์ มองข้ามช็อตไปย้งอนาคตแล้วลงความเห็นว่า การที่พรรคการเมืองจะชนะการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในปีหน้าอย่างท่วมท้น จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น เพราะฐานเสียงในพื้นที่ยังแน่นหนามาก

ส.ส. มีหน้าที่อะไรกันแน่ มีหน้าที่ในการดูแลชาวบ้าน ฝากลูกฝากหลานเข้าโรงเรียน ติดต่อราชการวิ่งเต้นเส้นสายให้ประชาชนในพื้นที่ ใจถึงพึ่งได้

สำหรับดร. อานนท์ คิดว่าหน้าที่หลักของ ส.ส. คือการทำหน้าที่นิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการดูแลประชาชนในพื้นที่นั้น เป็นหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (ซึ่งกลายมาเป็นหัวคะแนนให้ส.ส.กันหมด) เป็นหน้าที่ของนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายกเทศมนตรีมิใช่หรือ แล้ว ส.ส. ไปทำหน้าที่เหล่านั้นแทนคนที่มีหน้าที่ทำไมเล่า (คำตอบคือเพื่อคะแนนเสียง) แล้วเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายเพื่อการดังกล่าว (ซึ่งต้องใช้เงินและคนมากเหลือเกิน โดยเฉพาะระบบหัวคะแนนที่ต้องมีการจัดตั้งอย่างแน่นหนา) ชาวบ้านเวลาเดือดร้อน งานเหล่านี้เป็นหน้าที่ของ ส.ส. จริงหรือ

ตกลง ส.ส. ทำหน้าที่คนรับใช้ประชาชนในพื้นที่ หรือทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนในพื้นที่มาทำหน้าที่นิติบัญญัติกันแน่ แล้วที่แย่งกันเป็น ส.ส. นี่เพื่อจะได้เป็นรัฐมนตรีเพื่อที่จะถอนทุนคืนหรือไม่ ดร.อานนท์ ตั้งคำถาม

ซึ่งเราเองก็ยังไม่ได้คำตอบในการค้นหานักการเมืองที่ดี.