Get Adobe Flash player

อันเนื่องมาจาก ‘ศึกทศกัณฐ์’ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

โขน “มิวสิคเที่ยวไทยมีเฮ” ยังเป็นประเด็นพูดคุยทั้งในสื่อหลัก และในโลกโซเชียลมีเดีย รวมถึงในวงสนทนาในหมู่ผู้คน ทั้งเพื่อนในแวดวงธุรกิจร้านขายขนมครก เพื่อรถตุ๊กๆ เจ้าของม้าชายหาด ฯลฯ กรณีการแบ่งชนชั้นระหว่าง “ทศกัณฐ์” ดารานำในเรื่องรามเกียรติ์ กับมนุษย์ในการโปรโมทการท่องเที่ยวไทย

เนื่องจากสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กลุ่มศิลปินใหญ่สายโขนบางคน ออกมาอ้างความไม่เหมาะสม ที่จะให้ทศกัณฐ์ ลงมาเดินดิน จะให้ตัวละครเป็นเทพเจ้าที่สูงส่ง ที่ใครแตะต้องไม่ได้ และให้ตัดภาพเหล่านั้นออกไป

พลอยให้ผู้คนที่ถูกเรียกว่า ไพร่บ้านพลเมืองแอบ “รังเกียจ” ทศกัณฐ์ ยักษ์เชื้อสายชมพูทวีป ที่มาหากินอยู่ในเมืองไทยแท้ๆ พอได้ดิบได้ดี ได้มาสวม “หัวโขน” กลับมากดหัวคนไทยเจ้าของประเทศ

กระทั่งมีการเจรจา โดยฝ่ายวัฒนธรรมให้ตัดเอ็มวีออกไป ไม่มียักษ์เล่นเจ็ทสกี ยักษ์ขี่สามล้อ ตุ๊กๆ จากนั้นจะส่งผลงานให้ศูนย์เฝ้าระวังวัฒนธรรมตรวจสอบ

ซึ่งทางฝ่ายผู้กำกับมิวสิควิดีโอ "เที่ยวไทยมีเฮ" ยอมแก้ไขโดยดำเนินการตัดต่อเอ็มวีใหม่ โดยตัดเนื้อหาที่ถูกระบุว่าไม่เหมาะสมออกประมาณ 40% อย่างเช่น ภาพยักษ์เล่นเจ็ทสกี ยักษ์ขี่สามล้อ ยักษ์ขี่รถตุ๊กๆ และอื่นๆ อีก

การยอมตัดต่อแก้ไข มีเงื่อนไขว่าถ้าตัดต่อแล้วศูนย์เฝ้าระวังวัฒนธรรม พอใจก็ออนแอร์ต่อ แต่ถ้าไม่พอใจตนแก้ได้แค่นี้ เนื่องจากมีภาพถ่ายเก็บไว้อยู่แค่นี้ ถ้าไม่พอใจจะแบนก็ยอมรับ ถ้าแบนก็ต้องแบน

หลังสุดนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีมิวสิควิดีโอ เที่ยวไทยมีเฮว่า ทำความเข้าใจเรื่องการนำโขนและทศกัณฐ์มาใช้ในมิวสิควีดิโอ ได้จัดเวทีพูดคุยกับทีมผู้ผลิต ผู้กำกับมิวสิควิดีโอ และฝ่ายศิลปินแห่งชาติ

โดยผู้ผลิตก็รับฟังความเห็นไปปรับปรุงบางฉากของมิวสิควิดีโอแล้ว

และนี่เป็นสิ่งที่ คนในระดับรัฐมนตรีจบเรื่องแบบไม่เข้าใจ

ประเด็นตรงนี้ ทางฝ่ายเราประชาชน รู้สึกว่าฝ่ายอำนาจก็ดี ฝ่ายศิลปินแห่งชาติก็ดู ยังมีความรู้สึกว่าพวกตนเป็นผู้รู้ที่อยู่เหนือความเห็นของผู้คน ที่เอาแต่คอยสั่งคอยห้าม ทั้งที่วัฒนธรรมเป็นเรื่องของสังคม ไม่ใช่การสั่งการจากฝ่ายอำนาจ

จึงยังมีความรู้สึกว่า “ศึกลงกา กับไพร่บ้านพลเมืองสยาม จะยังคาใจไปอีกนาน”

ความจริงโขน ไม่ได้มีแต่ในโรงละครแห่งชาติ ยังมีโขนแบบอื่น ที่มีความเรียบง่ายในชนชั้นชาวบ้าน เรียกว่า “โขนสด” เป็นการผสมผสานระหว่าง โขน ลิเก หรือแม้แต่หนังตะลุง

ทศกัณฐ์ในโขนสด นิสัยดี ตระเวนไปแสดงแบบบ้านๆได้ นั่งรถตุ๊กๆได้ กินขนมครกได้ สัมผัสชีวิตผู้คนได้

โดยไม่ต้องพากษ์ เพราะผู้แสดงเป็นผู้ร้องและเจรจาเอง แม้สวมหัวโขนแต่ก็ไม่คลุมหน้า เพราะฉะนั้น โขนที่ร้องเองในสถานที่ท่องเที่ยว จึงไม่ใช่โขนชนชั้นแน่นอน

ซึ่งความรู้สึกในเรื่องแบ่งชนชั้น เป็นสิ่งที่สังคมยุคใหม่ จะไม่มีวันยอมรับได้อีก

เรามาลองฟังความเห็นในภาพรวมของ นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล ดูบ้าง

เพราะความเห็นของท่าน น่าจะสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกของคนในสังคม

นพ.กัมปนาท มองว่าการ “อีดิท” มิวสิควิดีโอชุดนี้ แทบไม่มีประโยชน์ใดๆ แล้ว เพราะชุดเดิมมีคนดูกันทั่วประเทศแล้ว ต่อให้ “อีดิท” มาคนก็คงไม่สนใจ

เป็นหลักการทั่วไปทางจิตวิทยา ว่าความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ถ้ามีสิ่งต้องห้ามนำเสนอ แต่สิ่งที่ต้องห้ามยังคงนำเสนอ (ได้) ใครจะไม่อยากดู

อีกกรณีหนึ่ง นพ.กัมปนาท มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องศักดิ์ศรี “คุณบัณฑิต” ยอมลดราวาศอกให้ ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ยังได้ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่ถ้าไม่ยอมแล้วปล่อยให้มีการฟ้องร้อง เราคงจะได้เห็นถึงการตัดสินชัดๆ กันไปเลย ตนค่อนข้างเชื่อมั่นในศาลว่าท่านจะเข้าใจเจตนา มากกว่าอ้างตามกฎหมายข้างๆ คูๆ อย่างที่บางคนชอบเอามาอ้างในการฟาดฟันเพื่อเอาชนะคนอื่น

ส่วนเรื่องการตัดฉากบางฉากออกไปเช่นฉากหยอดขนมครก ฉากขับขี่รถตุ๊กตุ๊ก อันนี้อยากเรียนถามว่าเหตุผลที่ต้องตัดออกไป หรือแจ้งว่าทำให้เหมาะสม ตกลงมันไม่เหมาะสมอย่างไร

นพ.กัมปนาท พูดถึงเพื่อนหลายคน ในอดีตพ่อแม่เขาก็ประกอบอาชีพสุจริต แล้วอาชีพสุจริตพวกนี้มันเป็นอาชีพที่น่ารังเกียจหรือ ไม่คู่ควรกับศิลปะชั้นสูงที่พวกท่านอุปโลกน์กันขึ้นมาอย่างไรหรือ ลองตอบหน่อย

ตกลงบุคลากรในกระทรวงนี้ เข้าใจว่าคำว่าวัฒนธรรมคืออะไร ท่านกำลังสับสนกับคำว่า “ค่านิยม” หรือเปล่า คำว่าวัฒนธรรมคือความเจริญก้าวหน้า เป็นสิ่งที่ดีงาม ไม่ได้แบ่งชนชั้น ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชังว่าใครจะเสพได้หรือไม่ได้ แต่ค่านิยมเป็นความรู้สึกส่วนตัว ที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของเหตุผล แต่อยู่บนพื้นฐานของการใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ถูกผิดไม่รู้ แต่ฉันชอบและพอใจเป็นพอ แล้วสิ่งที่พวกท่านบางคนกระทำอยู่ เช่น พอเห็นอะไรขัดหูขัดตาไม่ถูกใจตามที่ตัวเองคิดก็ขู่ล่ารายชื่อจะมาแบนเขา หรืออ้างกฎหมายจะมาเล่นงานเขาอย่างนี้เขาเรียกว่า “วัฒนธรรม” “การอนุรักษ์” หรือเรียกว่า “การหลงตัวเองหรือบ้าอำนาจ” กันแน่

สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นค่านิยมของคนบางจำพวกทั้งนั้น พวกที่คิดว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถ และชอบอ้างว่าเป็นพวกศิษย์มีครูทั้งหลาย แท้จริงไม่ได้มีจิตใจที่จะมาช่วยอนุรักษ์อะไรให้กับประเทศชาติ เพียงแค่ไม่พอใจที่ใครไม่เห็นตรงกับที่ตัวเองต้องการก็เท่านั้น

“คนพวกนี้น่าจะออกไปตั้งกระทรวงใหม่เป็นของตัวเองเรียกว่า "กระทรวงค่านิยมในความหลงตัวเอง" ดีกว่าไหมครับ คงมีคนบางจำพวกอยากเข้ามาร่วมไม่น้อยเลยล่ะ ประเทศที่อุดมไปด้วยคนบ้าอำนาจ หลงตัวเองและอภิสิทธิ์ชน”

สุดท้าย นพ.กัมปนาท อยากจะเสนอว่า ในเมื่อมีคนบางจำพวกออกมาเที่ยวสั่งนั่นสั่งนี่ ให้อีดิทมิวสิควีดีโอชุดนี้ใหม่ คุณบัณฑิตก็มีทางเลือกสองทาง ก็คือ ไม่ต้องสนใจใช้ต่อไปอยากฟ้องก็ฟ้องไปเลย พวกเราทุกคนยินดีที่จะไปให้กำลังใจแล้วก็ต่อสู้อยู่เคียงข้างกับคุณ หรือ สร้างมิวสิกวีดีโอชุดใหม่ขึ้นมาเลยคราวนี้ก็จำเป็นบทเรียนว่าศิลปะบางอย่าง เราเก็บไว้ให้คนบางคนเอาไว้กอด จนวันตายแล้วก็คงจะตายสนิทไปพร้อมกับคนพวกนั้น อย่าได้บังอาจไปแตะต้องของพวกท่านๆ เหล่านั้นเลยเชียว

ส่วนเราก็เอาตัวละครใหม่ๆ ที่อาจจะคิดขึ้นเองหรือตัวละครที่เคยอยู่ในหนังจักรๆ วงศ์ๆ ที่คนไทยรู้จักและประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติได้รู้จักก็ได้ ไม่ต้องเป็นตัวละครที่สูงส่งอะไรมากมาย ยกตัวอย่างเช่นขวานฟ้าหน้าดำ แก้วหน้าม้า โสนน้อยเรือนงาม หรือสังข์ทอง ฯลฯ ตนเชื่อว่าคนที่มีความสามารถแบบคุณบัณฑิตและทีมงาน คงจะทำได้ดียิ่งกว่านี้อีกหลายเท่าด้วย และพวกเราก็จะเป็นฝ่ายช่วยกันสนับสนุนต่อไป

ส่วนเรื่องเงินทุนตนคิดว่าถ้ามีข้อจำกัดเรื่องเงินทุน คนไทยทั้งประเทศและเป็นคนไทยส่วนใหญ่ พร้อมที่จะร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อลงขันช่วยให้งานของคุณประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน เพราะทุกคนไม่ได้มองว่านี่คือการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของนักธุรกิจบางกลุ่มเท่านั้น แต่เป็นการกระทำเพื่อโปรโมทประเทศชาติของเราในยามยุคข้าวยากหมากแพง หรือเศรษฐกิจไม่ดีเราก็ต้องการช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจและต้องร่วมแรงร่วมใจกันสามัคคี อย่าให้คนที่คิดร้าย และทำลายชื่อเสียงของประเทศชาติ ทำลายชาติ แล้วประสบผลสำเร็จนะครับ...สู้ๆครับ นพ.กัมปนาท สรุปในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรม หรือวธ. พูดพอฟังได้ตรงที่ว่า วธ. ไม่มีนโยบายแบนหรือสั่งให้ตัดเนื้อหาแต่อย่างใด ในเรื่องของวัฒนธรรมทั้งเรื่องการอนุรักษ์และสร้างสรรค์ ต้องควบคู่กันไป และคงไม่ได้จัดทำเป็นกฏระเบียบข้อห้าม หรือหลักเกณฑ์อะไรออกมา แต่วธ.จะร่วมให้แนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ที่สำคัญจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของวัฒนธรรมร่วมกัน

แต่ถ้ากล่าวโดยสรุป งานนี้ แม้ฝ่ายศิลปิน-ฝ่ายเฝ้าระวังเป็นฝ่ายชนะ ผู้สร้างยอมเฉือนเอ็มวี แต่ก็เท่ากับเฉือนหัวใจเฉือนความรู้สึกของประชาชนเดินดิน

ทำให้การยอมรับในศิลปะชั้นสูงของผู้คน พลอยเสียหายไปด้วย.