Get Adobe Flash player

น้ำใจคนไทยในต่างแดน โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ในที่สุด น้องนักเรียนไทยสองคน ที่ประสบอุบัติเหตุที่ “คิงส์ แคนยอน” ในเฟรสโน เคาน์ตี้ ก็ได้รับการเก็บกู้ สามารถนำร่างมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีได้สำเร็จ แม้เวลาจะล่วงเลยกว่า 1 เดือนก็ตาม

กงสุลใหญ่ ธานี แสงรัตน์ นำครอบครัวของน้องนักศึกษา และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ดูการเก็บกู้ร่างของน้อง นิมนต์พระสงฆ์ไปทำพิธีทางศาสนา ณ ที่เกิดเหตุตามความประสงค์ของครอบครัว

กงสุลใหญ่ เล่าว่า เจ้าหน้าที่ Fresno Sheriff County Search and Rescue (SAR) California Highway Patrol (CHP) หน่วยงาน Caltrans กรมทางหลวงมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และอาสาสมัครกู้ภัยภายใต้ Fresno Sheriff County รวมกว่า 55 นาย เริ่มการเก็บกู้เวลา 5.30 น. โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงไปที่จุดเกิดเหตุทางเฮลิคอปเตอร์ และทางการโรยตัวจากหน้าผาเพื่อลงไปกู้ร่างนักศึกษาที่ติดอยู่ในรถกลางแม่น้ำ โดยใช้อุปกรณ์ลาก grasp hoist ร่วมกับลวดสลิงยาว 100 ฟุต เพื่อเกี่ยวยึดรถยนต์ และลากขึ้นมาบริเวณด้านข้างของฝั่งแม่น้ำและเก็บกู้ร่างนักศึกษา

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้โดรนในการบันทึกภาพการปฏิบัติการเก็บกู้

เจ้าหน้าที่กู้ภัย ขนส่งร่างนักศึกษาทางเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำมาประกอบพิธีทางศาสนาร่วมกับครอบครัวในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ

หลังพิสูจน์อัตลักษณ์ ก็เคลื่อนย้ายน้องสองคน ไปสวดพระอภิธรรม ทำการฌาปนกิจ ซึ่งสุสานพิมานไทยในนครลอสแอนเจลิส ดำเนินการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หลังจากนั้นจึงจะนำอัฐิไปบำเพ็ญกุศลที่วัดไทย ร่วมกับชุมชนไทย

สำหรับครอบครัวของนักศึกษาชาย ประสงค์จะลอยอังคารในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย 

ส่วนครอบครัวนักศึกษาหญิงจะนำอัฐิกลับบ้าน ไปลอยอังคารที่ประเทศไทย

การเก็บกู้สำเร็จเรียบร้อยด้วยดี หน่วยเก็บกู้ทุกคนปลอดภัย สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนักศึกษาทั้งสองอย่างลึกซึ้งในการสูญเสีย และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝายและอาสาสมัครทุกคน ที่มีส่วนในการช่วยเหลือในภารกิจนี้

ทั้งได้ขอบคุณชุมชนไทย สื่อมวลชนไทยในสหรัฐฯ และในประเทศไทย รวมทั้งต่างประเทศ ที่ช่วยกันติดตามผลักดันรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้นำทางการเมืองที่ใกล้ชิดชุมชนไทย ได้ติดตามเอาใจใส่และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

ส่วนเรา ในฐานะของคนไทยในแอลเอ

ขอขอบคุณ คุณธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง พิสูจน์ได้จากภาพรวมตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้

ทั้งให้ความช่วยเหลือญาติที่มาจากเมืองไทย ประสานงานกับฝ่ายเจ้าหน้าที่เฟรสโน รวมทั้งขอความร่วมมืออนุเคราะห์จากนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อให้ท่านเหล่านั้นเป็นปากเป็นเสียง สื่อถึงฝ่ายต่างๆ

คนละไม้คนละมือทุกๆ ช่องทาง

เรามองว่า กงสุลใหญ่ทุ่มเทด้วยหัวใจ เหมือนผู้ประสบอุบัติเหตุ เป็นญาติพี่น้อง ซึ่งทุกคนสามารถเห็นได้

ขอขอบคุณ คุณธานี และข้าราชการสถานกงสุลใหญ่ทุกท่านด้วยใจจริง

ไม่ได้เอาอกเอาใจจนเกินงาม.....

เพราะที่ผ่านมาบางยุคบางสมัย เขาเป็นข้าราชการที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น เป็นเจ้าคนนายคน เราคนไทย ไม่ได้อยู่ในสายตา

เท่าที่จำได้ ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีนักร้องดังจากประเทศไทย มาฆ่าตัวตายแถวนอกเมืองแอลเอ

เมื่อคนไทยทราบข่าวก็สอบถาม หลายคนก็เป็นห่วงและเสียดายกับความทุกข์ที่ไม่มีทางออก ได้ยินพูดกันว่าถ้าได้เจอกับพวกเราก่อน น่าจะมีทางที่ดีกว่านี้

สื่อไทยท้องถิ่น ก็กระตือรือร้อน เผื่อว่าช่วยอะไรได้ก็จะช่วยกัน เหมือนที่เรา ชุมชนชาวไทย เคยช่วยกันมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง

มีกงสุลระดับรองๆ ที่รับหน้าที่ดูแลคนไทย ที่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานของรัฐ ที่ควรเป็นผู้ประสานงาน พูดกับสื่อฯ ว่า “ผมรู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร แต่ผมไม่บอก โดยเฉพาะพี่ๆ ที่จ้องขายข่าว”

พวกเราได้ฟังวิธีคิดของเจ้าหน้าที่รัฐระดับนี้ แล้วใจหาย แต่ก็ไม่บาดหมาง และไม่ได้ว่าอะไร

จากนั้นเราก็ต่างคนต่างอยู่จนกระทั่งเขาหมดเทอมกลับไปเอง

ผู้ที่น่าจะถูกพูดถึงอีกคนควรจะเป็น คุณภาณุพล รักแต่งาม บรรณาธิการ สยามทาวน์ยูเอส ผู้ที่ค้นหา นำเสนอข่าวเป็นคนแรก จนกระจายไปในหมู่คนไทยทั่วโลก

ช่วงที่เกิดเหตุ ผมอยู่ในประเทศไทย ทีวีแทบทุกช่อง รายงานข่าวนักเรียนไทยทั้งสอง ทั้งให้เครดิต โชว์โลโก้ “สยามทาวน์ยูเอส”

ทำให้ “ชาวแอลเอคนหมู่บ้านเดียวกัน” พลอยปลื้มใจไปด้วย

และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ชุมชนชาวไทยทุกๆ สายงาน ทุกๆ อาชีพ ทำให้เราได้เห็นพลังสามัคคี ให้ญาติของน้องทั้งสองที่มาจากเมืองไทย ไม่โดดเดี่ยว และไม่ทุกข์ใจแต่เพียงลำพัง

ขอบคุณ  ตัวแทนสุสานพิมานไทย “คุณกบ” อรุณรัศมี อัมพุนันทน์ คุณ Ralph Torres เจ้าของสุสานพิมานไทย ที่เป็นธุระไปรับร่างของน้องทั้งสอง มาทำพิธีฌาปนกิจ จนเสร็จสิ้นกระบวนการ อย่างมืออาชีพ

โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

เคยทราบมาก่อนว่า สุสานพิมานไทย ได้ทำบุญทำศพพระที่มรณภาพ โดยไม่เคยคิดค่าใช้จ่าย นับเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

ตอนที่ผมมาอเมริกาใหม่ๆ มีคนแนะนำว่าให้ระวังคนไทย อาจถูกหลอกได้ แต่เมื่อมาอยู่จริง ก็ไม่เห็นจะเหมือนกับที่คนเอาไปนินทา ตรงกันข้าม กลับได้คนไทยทั้งหลายนี่แหละ ที่ช่วยเกื้อหนุน ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุข

หลายครั้งที่คนไทยในต่างแดน ทำอะไรน่ารัก

แค่รู้ว่ามีคนมาจากเมืองไทย ขอเพียงให้ตัวเองมีเวลา

ไปรับไปส่งที่สนามบิน พาไปทานข้าว พาไปทำธุระ เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า ร้อยแปดทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ทำกับข้าวให้นักกีฬาที่มาจากเมืองไทย แค่พอรู้ข่าวว่าอาหารที่ถูกจัดไว้ไม่ถูกปาก ฯลฯ

เหนือสิ่งอื่นคือความห่วงใย

มีนักร้องเพลงลูกทุ่ง และเป็นนักแสดงตลกในแอลเอคนหนึ่ง

ตัวตนเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม งานที่ทำจะหนัก บ้านช่องมีห้องหับจำกัดแค่ไหน แต่ถ้ามีนักร้องพลัดหลงมาจากเมืองไทย มาแล้วไม่มีงานรองรับ หรือมาแบบถูกหลอกให้มา

เขาคนนี้ ไม่เคยทอดทิ้ง ให้ที่พักพิง ช่วยหางานให้ อาจสมหวัง ผิดหวัง

แม้จะลงเอยถูกใจหรือไม่ถูกใจ อาจจะถูกด่าต่อหน้าบ้าง ลับหลังบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยทอดทิ้ง ช่วยตามกำลังที่พอจะช่วยได้

คนไทยในแอลเอ ห่วงใยกันและกันเสมอ ใครมีทุกข์มีความเดือดร้อน ก็จะกระตือรือร้น ไม่มองผ่านเหมือนธุระไม่ใช่

พวกเราจากบ้านเมืองมา หลายคนไม่มีญาติมาด้วย เราก็มาพบญาติที่นี่

อบอุ่น ตามประสาพวกเราชุมชนไทย.