Get Adobe Flash player

ชวน หรือ อภิสิทธิ์ โดย บางขุนศรี

Font Size:

การเมืองบ้านเรามีสองขั้วเป็นอย่างน้อย ที่ห็นโดยทั่วไปจะรักข้างหนึ่ง แล้วเกลียดอีกข้างหนึ่ง ด่ากันแรงๆ เป็นหมูหมากาไก่ไปเลยก็มี

กระแสที่ด่า มีทั้งจริงและเรื่องไม่จริง ทำให้นักการเมืองไม่ว่าฝ่ายใด ต่างก็แปดเปื้อนจนแทบไม่มีชิ้นดี

การทำให้ฝ่ายตรงข้ามแปดเปื้อนจากข้อมูลที่ไม่จริง ก็สร้างความเสียหายให้ผู้ที่ถูกกระทำได้มาก เพราะผู้เสพข่าวจำนวนหนึ่ง ได้เชื่อไปแล้วตามข้อกล่าวหา

ประชาธิปไตยบ้านเราจึงอยู่ในลักษณะที่ไม่มีใครฟังกัน ไม่ยอมรับกันและกันอย่างรุนแรง ส่งผลไปถึงความเป็นอยู่ และการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มาจากความเกลียดชัง

มือใครยาว สาวได้ สาวเอา แย่งชิง ฉ้อโกงทุกหัวระแหง

ข้าราชการโกงงบประมาณ โกงชาวบ้าน รัฐบาลใช้เงินภาษี เพื่อประโยชน์ส่วนตน แย่งชิงความได้เปรียบทุกวิถีทางเพื่อสืบทอดอำนาจ

ไม่สนใจเสียงเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง เลื่อนแล้ว เลื่อนอีก จนต้องใช้วิธีกดดัน ยอมติดคุกติดตะราง จนรัฐบาลเองก็เริ่มกริ่งเกรง จนต้องยอมทำตาม

แต่กระนั้นก็ยังมีกระบวนการ ลับ ลวง พราง ตามมาให้เห็นโดยตลอด โดยมีข้ออ้างที่เหมือนหนังฉายซ้ำว่า

นี่ไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง

แต่เมื่อประเทศ เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง

น้อยคนที่จะยอมรับเสียงของประชาชน แล้วเปิดโอกาสให้นักการเมืองที่ถูกเลือก (ที่ตัวเราอาจชอบ หรือไม่ชอบ) เข้ามาบริหารประเทศ

ยังมีกระบวนการจ้องล้ม ทำลายล้าง แบบไม่จบสิ้น ฝ่ายที่ฉ้อโกงก็ไม่อาย ฝ่ายจ้องล้มก็ทำลายล้าง ท้ายที่สุดก็เปิดทางให้ฝ่ายทหารเข้ายึดอำนาจ

ใครจะได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก จนสามารถจัดตั้งรัฐบาล

จากสองพรรคใหญ่คือเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ถ้าปล่อยให้แข่งกันโดยอำนาจรัฐไม่เกี่ยวข้อง เพื่อไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะกุมเสียงข้างมากในภาคอีสานและภาคเหนือ โดยรวมถือเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

แต่ภาวะในปัจจุบัน พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุน รัฐบาล คสช.ปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกสมัย ดูจะแรงมาก มีการทาบทามอดีต ส.ส.ในท้องถิ่นต่างๆ เรียกว่าได้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ไว้เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับความได้เปรียบของรัฐธรรมนูญ ที่ร่างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ น่าจะสร้างความได้เปรียบเป็นอย่างมาก

สำหรับพรรคเพื่อไทย ถ้ายังมีผู้นำพรรคที่จะเสนอมาเป็นนายกฯ เป็นคนเดิมๆ โอกาสก็ยังมี แต่ ณ วันนี้ก็ยังไม่มีผู้นำที่โดดเด่น รวมทั้ง คสช.ยังไม่ปลดล็อคพรรคการเมือง ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างไม่ถนัดนัก ไหนจะปัญหาสมาชิก ฯลฯ เกรงว่าเมื่อถึงเวลา จะทำกิจกรรม รวมทั้งหาเสียงไม่ทัน

มาถึงพรรคประชาธิปัตย์ “ชวน หรือ อภิสิทธิ์” จากหัวข้อที่จั่วหัวไว้

ต้องยอมรับว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนักการเมืองคนหนุ่มที่มีความโดดเด่น แต่เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กลับมีความขาดๆ เกินๆ สะท้อนภาพภาวะผู้นำที่เหมือนกับว่ายังเข้มแข็งไม่พอ บริหารเหมือนข้าราชการประจำ

ประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ จึงดูเฉยๆ ไม่โดดเด่น ไม่ทำให้ฮึกเหิม เมื่อต้องแข่งกับพรรคใหญ่อื่นๆ 

จนกระทั่งมีการเลือกตั้งที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ระหว่าง นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กับ นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 92 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี

พรรคร่วมรัฐบาลสูญเสียความเชื่อมั่นลงอย่างต่อเนื่อง โดยนายนาจิบ ที่กุมอำนาจในการบริหารมายาวนานถึง 61 ปี กำลังเผชิญกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับ กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย หรือ วันเอ็มดีบี ที่มีเงินปริศนาจำนวนกว่า 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่บัญชีของนายนาจิบ และกระแสความไม่พอใจของประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่การประกาศกลับลงสนามเลือกตั้งอีกครั้งของนายมหาเธร์ ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมานาน 22 ปี ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสูสี

เมื่อหมดเวลาหย่อนบัตร จากผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ แนวร่วมฝ่ายค้าน ของนายมหาเธร์ คว้าไปได้ 113 ที่นั่ง เกินกว่าจำนวน 112 ที่นั่งในรัฐสภาที่จำเป็นในการจัดตั้งรัฐบาล

ขณะที่พรรคแนวร่วมรัฐบาล “บีเอ็น” ได้เพียง 79 ที่นั่ง จากที่เคยได้ทั้งหมด 133 ที่นั่ง

นายมหาเธร์ ซึ่งจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุมากที่สุดในโลก

เขาเริ่มงานทันที โดยประกาศจะอยู่ในตำแหน่งเพียงสองปี และเริ่มดำเนินการกวาดล้างคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรมทันที

นั่นคือภาวะผู้นำ ที่ประชาชนต้องการและชื่นชอบ ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีให้เห็น

มีแต่ประกาศ แล้วไม่ทำตามที่พูด ซึ่งมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

จากชัยชนะของมหาเธร์ มีคนนำมาโยงกับประชาธิปัตย์

ที่น่าจะนำคนแก่ มาทำงานแทนคนหนุ่ม มีเปรียบเทียบระหว่าง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แม้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กระแสกลับแรงอย่างที่เรียกว่า “จุดไฟติด”

แม้นายอลงกรณ์ พลบุตร เสนอโมเดลให้นายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคและให้นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี

บทวิเคราะห์ โดย...เอราวัณ บอกว่า

ประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่อยากขี่กระแสนี้มากสุด ด้วยการปลุกกระแส “ชวน หลีกภัย” อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัยขึ้นมาชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3

ชวน หลีกภัย ในวัยจะครบ 80 ปี เดือนกรกฎาคมนี้ กลายเป็นชื่อที่มี “น้ำหนัก” ทางการเมืองขึ้นมาทันที มิใช่แค่ชื่อที่พูดกันในพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม

เพราะ 2 สมัยแห่งการเป็นนายกรัฐมนตรี "ชวน หลีกภัย" อาจจะถูกกล่าวหาอยู่เนืองๆ ว่า เป็น “ชวน เชื่องช้า” แต่ไม่มีใครกล่าวหาหรือชี้หน้าด่า ชวน หลีกภัย ได้ว่า “ทุจริต” หรือ “ขี้โกง” เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีคนอื่นของเมืองไทย (อาจจะนินทาบ้างว่า ปล่อยให้ลูกน้องโกง) ภาพลักษณ์ความซื่อสัตย์ของ ชวน หลีกภัย จึงเป็นเหตุผลที่คนในและคนนอกพรรค หวนคิดถึงชื่อเขาอีกครั้ง

จนกระทั่ง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมต. ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก  ถึงกรณีนี้ว่า

"เอาเลย ดีเลย มาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. แทนมาร์คเลย ดูซิจะมีใครเลือกให้เป็นนายกฯ  ชูชวนแสดงว่าหมดหวังกับอภิสิทธิ์แล้วใช่ไหม"

นายพิชัย โพสต์ด้วยว่า "ยกตัวอย่างแบบมหาเธร์ ของมาเลเซีย ประเทศไทยถ้าเลือกได้จริง ระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร กับ ชวน หลีกภัย คุณคิดว่าประชาชนจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี" ฯลฯ

คิดกันเล่นๆ นะครับ ถ้านายชวน จะขึ้นมาเป็นนายกฯ จะต้องไม่รวมกับ คสช.จัดตั้งรัฐบาล สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ จะต้อง เชิญพรรคอนาคตใหม่ มาร่วมรัฐบาล ให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นรองนายก คุมด้านนโยบายร่วมกัน

เปลี่ยน เอาคนใหม่พรรคใหม่ยืนแถวหน้า ให้คนเก่าพรรคเก่า เป็นกองหนุน

ถ้าเป็นไปได้ การเมืองบ้านเราจะสนุกมากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน.