Get Adobe Flash player

เรื่องน้ำท่วมถ้ำ จนถึงเรือล่ม โดย บางขุนศรี

Font Size:

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ประกายพฤกษ์ จิตกาธาน” ได้โพสต์ข้อความโดยตั้งหัวข้อว่า “ทัศนะนักปราชญ์ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ น่ารับฟังมากครับ”

“อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ เล่าว่า นั่งแท็กซี่แล้วคนขับบ่นถึงกรณีหมูป่าว่า ทำให้เสียงบประมาณประเทศชาติ

อาจารย์จึงแลกเปลี่ยนกับแท็กซี่ว่า ถ้าลองเราตั้งงบสักหนึ่งพันล้านบาท เพื่อทำโครงการประชาสัมพันธ์ความดีงามด้านต่างๆ ของประเทศไทย แล้วให้สื่อต่างๆ ทั่วโลกช่วยเผยแพร่ข่าวนี้ตลอดทั้งวัน ทุกวันต่อเนื่อง งบสักหมื่นล้านคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ทั่วโลกสนใจหันมามอง และได้เห็นว่าในสถานการณ์ยากลำบาก คนไทยมีความสามัคคี มีความดีงามในด้านต่างๆ ขนาดไหน...

“ฝรั่งมีอาการตื่น.. ตื่นขึ้นมาจากการเห็นแม่ครัวยืนทำกับข้าวเลี้ยงคนต่อเนื่อง สำหรับบ้านเราการออกโรงทานในงานบุญถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่จะยืนผัดเส้นหมี่เป็นวันๆ เพื่อเลี้ยงผู้คน ในธรรมดาของพวกเราสามารถทำให้พวกฝรั่งตื่นรู้ขึ้นมา เป็นความธรรมดาที่ดีงาม...

“เมืองไทยและคนไทยยังมีสิ่งที่ดีงามอีกมากมาย ในมิติทางด้านจิตใจและวิถีชีวิตของเรา เป็นความธรรมดาที่พวกเราเคยชิน แต่เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นปรากฏขึ้น ความธรรมดาเหล่านี้และความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่าย สะเทือนไปในระดับโลก ดังนั้นเสียงบประมาณเพียงเท่านี้ เพื่อช่วยเหลือน้องน้องออกมา จึงนับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม...

“อาจารย์กล่าวถึงชาวนาที่ยอมให้น้ำท่วมเข้าไร่นาของตน ความรู้สึกที่ว่า “เราเสียหาย แต่เราไม่โกรธ และเราพร้อมแบกรับ” นี้เป็นความหมายที่ยิ่งใหญ่งดงามที่ชาวไทยและทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน...

“สำหรับน้องน้องหมูป่า 13 คน อาจารย์บอกว่า ให้นึกภาพถ้าเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นเด็กในเมืองไปติดถ้ำ คงแย่ เพราะคนแก่คิดมาก กลัวนั่นกลัวนี่ ถ้ำจึงหมายถึงความหวาดกลัว แต่สำหรับหมูป่า ถ้ำในใจ หมายถึงความรับผิดชอบ ความเป็นเพื่อน การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ทำให้เกิดพลัง พลังนี้ยืนยันว่าตลอด 9 วันที่ยังไม่มีคนไปพบน้องๆ เกิดความหมายอะไรในใจขึ้นน้องๆ ที่น้องๆ ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้...

ดังนั้นหากพ่อแม่จะสอนลูกหลาน ควรจะสอนให้ลูกมีหัวใจที่รู้สึกดีที่จะมีชีวิต รู้สึกดีที่จะเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ ให้ลูกรู้ว่าเราไม่สามารถจัดการโลกข้างนอกให้เป็นไปตามใจปรารถนา แต่เราสามารถทำใจให้เผชิญความเป็นจริงได้...

“ปีนี้ฟุตบอลโลกไม่รู้ว่าใครจะเป็นแชมป์ แต่อาจารย์กล่าวว่า ทีมหมูป่าอะคาเดมีคือแชมป์ตัวจริง ที่อยู่ในใจของชาวโลกแน่นอน”

ก่อนจะปิดท้ายการโพสต์ว่า “จากงานบรรยายที่โรงเรียนรุ่งอรุณ โดย อจ.ประมวล เพ็งจันทร์”

...........................

ขณะที่คนทั้งประเทศ ต่างดีใจและโล่งใจกับภารกิจ นำ 13 หมูป่าออกจากถ้ำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งน้องๆ และทีมกู้ภัยทุกคนออกมาครบ ยกเว้น “จ่าแซม” จ่าเอกสมาน กุนัน ท่านได้พลีชีพไปกับเหตุการณ์นี้

ท่านได้รับคำสดุดีจากคนไทยและชาวโลก จนได้ฉายา “วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน”

และคนที่เข้มแข็งน่ายกย่องอีกคน เธอคือ คุณวลีพร กุนัน ภรรยาจ่าแซม นั่นเอง เธอเข้มแข็งอย่างยิ่ง สมศักดิ์ศรีของ “เมียทหาร”

แม้จะทุกข์ใจกับการสูญเสีย แต่เธอก็ภูมิใจในความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของสามี

อย่างเช่นที่ได้โพสต์ผ่านไอจี พร้อมรูปคู่แล้วบรรยายรูปภาพดังกล่าวว่า “อยากได้อ้อมกอดที่มีความสุขที่สุดคืนมา” เท่านั้นเองที่เธอสะท้อนความรู้สึก แต่โพสต์อื่นเช่น

.... ขอให้วิญญาณของสามี ไปคุ้มครองดูแลน้องๆ ทีมหมูป่าอะเคเดมี่ ที่โรงพยาบาล และขอให้ปลอดภัยทุกคน

..... "เด็กๆ กำลังจะกลับบ้านกันทุกคนแล้ว... ตามไปดูแลน้องด้วยนะที่โรงบาล... ให้ปลอดภัยทุกคนนะ..."

หรือ..... “ใกล้แล้วนะ..ใกล้จะจบภาระกิจแล้วนะ….เด็กๆ กำลังจะกลับบ้านกันทุกคนแล้ว…ตามไปดูแลน้องด้วยนะที่โรงบาล…..ให้ปลอดภัยทุกคนนะ

เป็นความยิ่งใหญ่ของสุภาพสตรีผู้กำลังสูญเสีย

อ่านจากข่าว ในงานศพ ประชาชนจากหลายพื้นที่ เดินทางเพื่อเคารพศพและให้กำลังใจครอบครัว จ่าแซม ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดหนองคู ตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีภรรยา พร้อม พ่อ แม่ และญาติ คอยให้การต้อนรับและขอบคุณในทุกกำลังใจ

อีกครั้งที่คุณวลีพร ภรรยาจ่าแซม ได้พูด เธอบอกว่า รู้สึกตื้นตันใจ ที่ประชาชนทั่วประเทศ ยกให้จ่าแซมเป็นวีรบุรุษถ้ำหลวง พร้อมฝากไปถึงน้องๆ ทั้ง 13 คน ขอให้ทุกคนหายเร็วๆและทำความฝันของตัวเอง ที่อยากเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติ ขอให้ไปให้ถึงฝัน โดยเอาพี่แซม เป็นแบบอย่าง ฯลฯ

สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพ จ่าแซม จะมีขึ้นในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้

.......................

เรื่องของน้องๆ ติดในถ้ำ เรื่องของวีรบุรุษ ยังไม่ทันแล้วเสร็จ เราก็เจอข่าวเรือนักท่องที่ยวจมกลางทะเลอีก

วันที่เกิดเหตุ คือวันที่ 5 กรกฎาคม มีนักท่องเที่ยวลง “เรือฟีนิกซ์” ทั้งหมด 89 คน เป็นนักท่องเที่ยวยุโรป 2 คน และจีน 87 คน โดยไม่ได้ลงเรือ 4 คน รอดชีวิต 37 คน เสียชีวิต 41 ราย สูญหาย 11 ราย ในจำนวนที่สูญหายอยู่ ระหว่างตรวจสอบได้มีการพบตัวแล้ว 5 คนรอดชีวิต จึงมีคนสูญหาย 6 คน

ซึ่งตัวเลขนี้ ยังไม่แน่นอน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายอย่างมาก อย่างแรกคือความเสียใจ ที่นักท่องเที่ยวที่รักเมืองไทย ต้องมาจบชีวิตที่บ้านเรา

ในขั้นแรก รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบก็ให้ความช่วยเหลือเต็มที่

นายกฯ และรัฐมนตรี เดินทางไปภูเก็ต ให้นโยบาย และสั่งการ ขอให้ดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการท่องเที่ยวกลางทะเลในช่วงนี้ควรมีการแจ้งเตือนและกำชับห้ามนำเรือท่องเที่ยวออกอย่างเด็ดขาด 

ให้เรือตรวจการณ์ในทะเลคอยตรวจสอบ หากพบมีเรือฝ่าฝืนออกให้เร่งนำเรือเข้าฝั่งโดยทันที เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเรือล่มเหมือนที่ผ่านมา

เน้นย้ำองค์กรในพื้นที่ ต้องให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด

แน่นอนว่า ในเรื่องของความเสียหายและภาพลักษณ์ ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และไม่อาจปฏิเสธ

สำหรับผู้เสียชีวิต ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ซึงแน่นอนว่าประเทศไทย โดยทุกภาคส่วน จะดูแลทุกเรื่องอย่างดีที่สุดเหมือนพี่น้องของเราเอง

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานข่าวว่า เวปไซด์ "อ้ายจง" ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่าโซเชียลจีนแห่แชร์คลิปสัมภาษณ์ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม  

โดยจำนวนมาก "ไม่พอใจ"

"ชาวโซเชียลจีนจำนวนมาก แห่แชร์คลิปให้สัมภาษณ์ของพลเอกประวิตร ในกรณีตอบคำถามว่า "เรือล่มภูเก็ต จะเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวจีนอย่างไร?" ที่พลเอกประวิตรกล่าวว่า

"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนจีนทำนักท่องเที่ยวจีนเอง สร้างเรือเอง ไม่ทำตามกฎของเรา แล้วจะให้เราเรียกอะไร ก็มันเป็นเรื่องของเขา"

ซึ่งคนจีนจำนวนมาก ไม่พอใจต่อการให้สัมภาษณ์แบบนี้ มีหลายคอมเม้นค่อนข้างรุนแรง  ซึ่งต่อมา “บิ๊กป้อม” ก็ขอโทษ เสียใจหากพูดอะไร ไม่ถูกใจ

"การทำผิดเรื่องหนึ่ง การช่วยเหลือเรื่องหนึ่ง ถ้าผมพูดอะไรไม่พอใจก็ขอโทษ ซึ่งผมได้รับรายงานมาอย่างนั้นจริงๆ ขออย่านำมาปนกัน" บิ๊กป้อมให้สัมภาษณ์ในตอนท้าย

.........................

สิ่งที่พลเอกประวิตร พูด แม้จะผิดเวลาไปบ้าง แต่ก็มีความจริงอยู่ โดยเฉพาะ เรื่องทัวร์ 0 เหรียญ

ทัวร์จีนมาไทย ใช้รถบัสของคนจีนจากประเทศจีน ทานอาหารร้านจีน ผู้นำทัวร์เป็นจีน แม้แต่เรือ เจ้าของก็เป็นคนจีน ซื้อทัวร์มาเป็นแพ็ค ฯลฯ

มาเที่ยวบ้านเรา ย่ำสิ่งแวดล้อมของเรา แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ กลับประเทศจีนหมด ประเทศไทย ไม่ได้อะไรเลย

เรือก็เหมือนกัน ซื้อทัวร์มาแล้ว อย่างไรก็ต้องออกเรือ ประกาศเตือนก็ไม่ฟัง ไม่เป็นมืออาชีพ จึงลงเอยที่ต้องทำให้ทุกคนเสียใจ

ไม่เฉพาะทัวร์ทะเล ทัวร์อื่นๆ ในจังหวัดอื่นๆ ก็กำลังเป็นแบบเดียวกัน แน่นอนว่าเรื่องนี้ รัฐบาลไทย ต้องแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะดำเนินการกับคนไทยที่ขายชาติ

เราอาจจะต้องเปลี่ยนความคิด เลิกทำทัวร์ปริมาณ เน้นคุณภาพ เพื่อความสุขของเจ้าของบ้าน และคนมาที่ยว.