Get Adobe Flash player

ชีวิตสังคมของโกษาปาน ในขณะพำนักอยู่ที่กรุงฝรั่งเศส โดย นพ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

                ความเดิมตอนที่แล้ว

                “แต่ข้อที่น่าขันแลแปลกที่สุดก็คือ ในเวลาที่ท่านมาควิศเดอเซเนเล ได้มาพร้อมด้วยบุตรแลภรรยา แลมาควิศ เดอ เซเนเล ก็ไม่ต้องการให้รู้ว่าตัวเปนใคร เพราะได้จัดให้มองซิเออร์ เดอมองโตเซีย ปลอมตัวเปนหัวหน้า ควบคุมท่านผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ เพราะคนในหมู่นี้ มีทั้งดุ๊กแลดัชเชซด้วย ได้มีคนมาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า มองซิเออร์ เดอ เซเนเลแลคนอื่น จะปลอมตัวมาดังนี้ แลห้ามไม่ให้ข้าพเจ้าบอกท่านราชทูตที่หนึ่งให้รู้ตัว แต่เรื่องนี้เป็นการสำคัญที่จะต้องระวัง ไม่ให้ท่านราชทูตพลาดได้ ข้าพเจ้าจึงได้กระซิบต่อท่านราชทูตที่หนึ่ง โดยเฉพาะบอกลักษณรูปพรรณของท่านทั้งหลายที่จะมาในคราวนี้ แลได้บอกลักษณมองซิเออร์ เซเนเลกับภรรยา ทั้งลักษณะของท่านอาชบิชอบ เดอ รูอังโดยละเอียด เพื่อจะไม่ให้ผิดตัวได้ เพราะท่านอาชบิชอบจะปลอมตัวเป็นบาทหลวงประจำตัวมองซิเออร์ เดอ มองโตเซีย แลทั้งท่านมาควิศ เดอ เซเนเล แลท่านอาชบิชอบ เดอ รูอัง จะไม่ติดเครื่องหมายยศแลตำแหน่งจนอย่างเดียว นอกนั้นการจะเป็นประการใด ข้าพเจ้าต้องยอมให้เป็นไปตามการ เพราะข้าพเจ้ายังเชื่อในความฉลาดไหวพริบของท่านราชทูตที่หนึ่งพอแล้ว”

                เมื่อขุนนางและพระฝรั่งเศสที่ปลอมตัวทั้งหลายมาพบราชทูตไทย ก็เก่งจริง คือท่านมิได้พยายามอวดฝรั่งว่า ฉันรู้การเล่นกลของเธอแล้วนะ ท่านทำตัวสุภาพเรียบร้อยด้วย และเมื่อเห็นท่านขุนนางผู้ใหญ่ หรือพระชั้นสูงผู้ใดปลอมตัวแอบอยู่เบื้องหลัง ท่านก็แกล้งกล่าวชมว่า มีลักษณะรูปร่างดูสมควรจะเป็นคนใหญ่คนโต หรือว่าท่าทางท่านฉลาดเฉลียวมีสง่าราศรี ต่อไปจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศฝรั่งเศส คำพูดเช่นนี้ ก่อความพอใจให้แก่เหล่าขุนนาง และพระฝรั่งทั้งหลายเป็นอย่างมาก บาทหลวงวาเชเล่าต่อไปว่า

                “เมื่อเราได้นั่งโต๊ะรับประทานอาหารอยู่ช้านาน ได้มีคนเข้ามาบอกว่า ข้าราชการผู้ใหญ่ในเมืองเบอรตายน์พึ่งมาถึงแลขอโอกาศที่จะมาทำความเคารพต่อท่านราชทูต ข้าพเจ้าจึงได้ลุกจากโต๊ะออกไปรับ แลมีขุนนางไทยตามข้าพเจ้าไปด้วย 2 คน ข้าพเจ้าจึงได้พาเข้าไปยังห้อง แลได้นำท่านผู้ที่มาใหม่มาพบกับท่านราชทูต ท่านราชทูตจึงลุกขึ้นแลไม่ยอมนั่ง จนกว่ามองซิเออร์ เดอ มองโตเซีย จะลงนั่งข้างตัวราชทูตเสียก่อน และรอจนท่านผู้หญิงทั้งหลายได้นั่งพร้อมกัน ตามที่ได้จัดไว้ข้างซ้ายโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านราชทูตจึงได้นั่งลง เมื่อต่างคนได้ลงนั่งกันพร้อมแล้ว ท่านราชทูตจึงได้สั่งให้ยกกับข้าวกลับไป แลให้เอาของหวานเข้ามา ของหวานในคราวนี้ ก็ได้จัดอย่างงดงามแลดียิ่งกว่าธรรมดา ก่อนที่จะลงมือรับประทานของหวาน ท่านราชทูตได้หยิบลูกกวาดแลของแห้ง ๆ ทั้งผลไม้อย่างดี ๆ โยนไปตามตักผู้หญิง แล้วจึงหันตัวมาพูดกับมองซิเออร์ เดอ มองโตเซีย อย่างน่าฟังว่า คราวนี้ท่านราชทูตอวดได้ว่า รองแต่พระเจ้าแผ่นดินลงมา ยังไม่ได้พบสิ่งใดจะงามแลน่าเอนดูกว่าท่านทั้งหลายที่มากับมองซิเออร์ เดอ มองโตเซีย ในคราวนี้เลย แล้วท่านราชทูตจึงพูดต่อไปโดยไม่คอยฟังคำตอบว่า “เพราะตัวท่านเองนั้น ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูเปนคนเกิดมาสำหรับบังคับบัญชาประเทศที่ใหญ่ แลท่านผู้ดีที่นั่งอยู่ข้างหลังท่านนั้น (คือมองซิเออร์ เดอ เซเนเล) ดูหน้าตาเหมือนกับจะเป็นเสนาบดีที่ฉลาดคนหนึ่ง ส่วนบาทหลวงคนที่นั่งต่อไปนั้น (คืออาชบิชอบ เดอ รูอัง) ข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูลักษณ อาจจะทายได้ว่า ต่อไปวันข้างหน้าคงจะเปนหัวหน้าของนักพรตทั้งปวงในประเทศฝรั่งเศส แลท่านทั้งสองที่นั่งรองลงไปนั้น (คือดุ๊ก เดอ โบวีเลีย กับดุ๊ก เดอ มองต์มาร์) ดูลักษณสมควรจะเปนคนที่รับราชการอย่างสูงในแผ่นดินนี้ได้”

                รวมความว่าโกษาปานก็พูดจาได้ไพเราะ และสมควรฝรั่งทั้งหลายที่นั่งฟังอยู่ ก็คงจะยิ้มย่องพอใจไปตาม ๆ กันว่าถึงแม้ฉันจะปลอมตัวเป็นลูกน้องหรือผู้ติดตาม อุตส่าห์ไม่ใส่เหรียญตรา หรือสายสะพายมา ราศีของฉัน ก็ยังผ่องแผ้วจนท่านทูตสยามอดชมไม่ได้ การประพฤติตนของโกษาปานนี้ จึงนับได้ว่าสมที่เป็นนักการทูตน่านิยมนับถือยิ่งนัก ผู้เขียนมีข้อติอยู่อย่างเดียวว่าทำไมท่านจึงโยนลูกกวาด ของแห้ง ๆ และผลไม้อย่างดี ไปตามตักของสตรีสูงศักดิ์ทั้งหลายที่ติดตามมาเยี่ยมท่าน ดูเป็นผิดมารยาทอย่างหนักน่าอับอายขายหน้า เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงฝรั่งเศสนี้ ท่านบาทหลวงวาเชเล่าต่อไปอีกว่า

                “แล้วท่านราชทูตได้หันตัวไปทางฝ่ายหญิง พูดต่อไปว่าในส่วนท่านผู้หญิงเหล่านี้ ถ้าหากว่าได้อยู่ในเมืองของข้าพเจ้าแล้ว ก็จะต้องถือว่าเปนชั้นนางฟ้า การที่พูดดังนี้ คนที่นั่งฟังพอใจด้วยกันทุกคน พอท่านราชทูตพูดจบลงแล้ว ก็ฉวยถ้วยแก้วสุราดื่มให้พรมองซิเออร์ เดอ มองโตเซีย ให้แก่ผู้หญิงแลให้แก่ท่านข้าราชการที่มาด้วย แล้วท่านราชทูตก็ขอให้ท่านเหล่านี้ดื่มให้พรตอบราชทูตบ้าง ครั้งรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ท่านราชทูตได้จูงมือมาดาม เดอ เซเนเล ไปตากลมในสวนแลไปนั่งใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ข้าพเจ้าได้นั่งเคียงกับมาดาม เดอ เซเนเล มาดาม เดอ เซเนเล จึงได้ขอให้ข้าพเจ้าถามท่านราชทูตว่า ผู้หญิงในเมืองของท่านราชทูต รูปร่างสวยเหมือนอย่างผู้หญิงในเมืองฝรั่งเศสหรือไม่ ข้าพเจ้าขอโทษไม่ยอมถามให้แต่ท่านราชทูตไม่ฟังจะเคี่ยวเข็ญให้ข้าพเจ้าแปลตามคำพูดของมาดาม เดอ เซเนเล ให้จงได้ จึงจำเปนจำใจต้องแปลตามคำถาม แต่พอถามเสร็จ มาดาม เดอ เซเนเล ก็เสียใจว่าไม่ควรจะพูดขึ้น เพราะท่านราชทูตได้หันหน้าไปทางมาดาม เดอ เซเนเล แลจับมือไว้ ตอบโดยทันทีว่า ถ้าท่านได้แต่งตัวอย่างผู้หญิงในเมืองของข้าพเจ้าแล้ว จะไม่มีผู้หญิงคนใดในโลก สวยเท่าท่าน มาดาม เดอ เซเนเลได้ฟังก็หน้าแดง แลบันดา ผู้ชายที่ได้ยินก็ต่างคนล้อมาดาม เดอ เซเนเล”

                ความประพฤติของท่านราชทูตไทยนี้ จะถือว่าเหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่ท่านผู้อ่านจะพิจารณาเอาเอง การพูดจาปากหวานกับผู้หญิงก็เป็นของธรรมดา แต่ก็ต้องระวังมิให้ฟังแล้วกลายเป็นการเกี้ยวพาราสีไป ส่วนการจับมือถือแขนสตรีที่มีสามีแล้วนั้น ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการกระทำที่รุ่มร่ามล่วงเกินไปหรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามดูพวกฝรั่งเขาจะไม่ถือสาอะไร กลับเห็นเป็นเรื่องสนุก กิริยามารยาทของคณะทูตไทยเรานี้ ดูฝรั่งเขาจะชมอยู่ มีจดหมายบาทหลวงอีกคนหนึ่ง คือบาทหลวงเดอ ลียอน บันทึกไว้ว่า

อ่านต่อฉบับหน้า