Get Adobe Flash player

โกษาปานตีเชียงใหม่ เมื่อนักทูตกลายเป็นนักรบ โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

ความเดิมตอนที่แล้ว

               ในปีฉลู ตรีศกนั้น สมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าช้างเผือกก็มีพระราชดำรัสให้ท้าวพระยามุขมนตรี ตรวจจัดกองทัพพลฉกรรจ์ลำเครื่องสี่หมื่น ช้างเครื่องสองร้อย ม้าสี่ร้อย สรรพด้วยเครื่องสรรพวุธปืนใหญ่น้อยกระสุนดินประสิวพร้อมไว้แลดำรัสให้หานายปานผู้น้องเจ้าพระยาโกษาอันถึงแก่อนิจกรรมซึ่งรับอาสาออกไปได้ราชการ ณ เมืองฝรั่งเศสนั้นเข้ามาเฝ้าแล้วก็มีพระราชโองการตรัสเหนือเกล้า โปรดให้นายปานเป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดีแลทรงพระกรุณาดำรัสว่า

               ขุนเหล็กพี่ท่านซึ่งถึงแก่มรณภาพนั้น ชำนิชำนาญในการอันเป็นแม่ทัพ แลบัดนี้เราจะให้ท่านเป็นเจ้าพระยาโกษาธิบดีแลจะให้เป็นแม่ทัพแทนพี่ชายไปตีเมืองเชียงใหม่ยังจะได้หรือมิได้จึ่งเจ้าพระยาโกษาปานกราบทูลพระกรุณาว่า

               ข้าพระพุทธเจ้าจะขอลองศึกดูก่อน แลจะขอรับพระราชทานพระอาญาสิทธิ์เหมือนพระโองการนั้น ถ้าและเห็นจะกระทำสงครามได้แล้ว ก็จะขออาสาไปตีเมืองเชียงใหม่ทูลเกล้าถวายให้จงได้

               สมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวตรัสได้ทรงฟังดังนั้นก็ชอบพระทัยในถ้อยคำเจ้าพระยาโกษากราบทูลนั้น ทรงพระโสมนัสดำรัสสรรเสริญสติปัญญาเป็นอันมาก แลทรงพระกรุณาพระราชทานพระแสงดาบต้นอันทรงนั้น ให้แก่เจ้าพระยาโกษาธิบดี เพื่อจะให้สิทธิ์ขาดพระราชอาญาสิทธิ์ แลโปรดพระราชให้รับพระราชโองการดั่งนั่น แล้วดำรัสอนุญาตว่าท่านจงไปลองศึกดูตามความปรารถนาเถิด

               จึ่งเจ้าพระยาโกษารับพระราชทานพระแสงดาบแล้ว ก็กราบถวายบังคมลาออกมายังศาลาลูกขุนใน จึ่งสั่งมหาดไทยกลาโหมให้แจกพระราชกำหนดข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งหลาย ฝ่ายทหาร พลเรือน กะเกณฑ์พลสามพันให้ยกไปตั้งค่ายตำบลที่ใกล้เพนียดโดยกว้างสามเส้น โดยยาวสามเส้นสิบวา แลให้ตัดไม้ไผ่มาตั้งค่ายเอาปลายปักลงให้สิ้น ขุดมูลดินถมเป็นสนามเพลาะ ปักขวากหนามตามธรรมเนียมพร้อมเสร็จ ให้สำเร็จแต่วันพรุ่งรุ่งแล้วสามนาฬิกา

               ถ้าแลเราไปเลียบค่าย หน้าที่ผู้ใดไม่สำเร็จในเวลานั้น ก็จะลงโทษแก่ผู้นั้นถึงสิ้นชีวิต

               ส่วนเจ้าพระยาจักรี กลาโหม แลท้าวพระยาข้าราชการทั้งหลายได้แจ้งพระยาราชกำหนดดังนั้นก็สะดุ้งตกใจกลัวยิ่งนัก ต่างคนต่างเกร่งกะเกณฑ์กันทุกหมู่ทุกกรม ในวันนั้นได้พลสามพันแล้ว ก็ให้ไปตัดไม้ไผ่อันจะมาทำเป็นเสาค่ายนั้นคนละสองท่อน แล้วก็ยกขึ้นไปยังที่ใกล้เพนียด แบ่งปันหน้าที่กันตั้งค่ายแต่ในเพลากลางคืนวันนั้นทุกหมู่ทุกกรม แลปักเสาเอาปลายลงดินเอาตั้นขึ้นสิ้นชิดกันเป็นถ่องแถวแต่เบื้องบนเบื้องล่างนั้นห่างกันไปเป็นอันมาก แลกระทำการทั้งปวง พอรุ่งก็สำเร็จ

               ในขณะนั้นขุนหมื่นเจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งเห็นเชิงค่ายทั้งหลายห่างกันนัก จึ่งปักกลับเอาต้นลงดิน แซกเอาเสาหนึ่งในระหว่างอันห่างนั้น แล้วว่าอย่างแต่ก่อนเขาทำมาดังนี้ แลซึ่งเอาปลายปักลงดินนี้ มิเคยเห็นทำมาแต่ก่อน จึงเจ้าพระยาโกษาก็สั่งแก่เจ้าพนักงานทั้งหลายให้ตระเตรียมราชพาหนะแลเครื่องขัตติยราชาบริโภคทั้งปวงไว้รับโดยทางชลมารค สถลมารค พร้อมเสร็จแล้ว

               ครั้งรุ่งเช้าแล้วเพลาสามนาฬิกา เจ้าพระยาโกษาธิบดี ก็ลงสู่เรือพระที่นั่งนพรัตนพิมานกาญจนอลงกต มหานานาวาเวไชยันต์ อันอำไพไปด้วยเศวตฉัตรพัดโบกจามร บังพระสุริเยนทร์บังแซกแซงสลอนสลับสรรพด้วยอภิรุมชุมสาย พรายพรรณ กลดกลิ้งกันชิงมาศดาษดาดูมโหฬารเลิศพันลึกอธิกด้วยเรือกัน แลเรือท้าวพระยาข้าราชการทั้งหลายรายเรียงเป็นขนัด โดยขบวนพยุหยาตราหน้าหลัง

               การกระทำของเจ้าพระยาโกษาปานนี้ จะถือว่าถูกหรือผิดก็ต้องแล้วแต่การตัดสินของผู้อ่านแต่ละท่าน

               ท่านที่เป็นข้าราชการ ทหารหรือตำรวจ ก็คงจะยึดมั่นว่าคำสั่งของผู้บังคับบัญชานั้นสำคัญที่สุด จะต้องปฏิบัติตามโดยไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไข

               เมื่อใดลูกน้องอวดรู้ดีกว่านาย ก็สมควรถูกลงโทษให้หัวขาดเสียสมน้ำหน้า โดยเฉพาะในภาวะสงคราม หากลูกน้องคอยแต่จะแก้ไขคำสั่งของผู้นำ ก็คงไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าศึกได้

               แต่ในเวลาเดียวกัน ท่านผู้อ่านอื่น ๆ อาจจะคิดว่า ทำไมจึงจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่โง่หรือผิด โดยไม่ใช้มันสมองหรือสติปัญญาของตนเสียเลย

               ความจริงขุนหมื่นเจ้าหน้าที่ผู้เคราะห์ร้ายนั้นก็เป็นคนดี มีความคิดความสามารถ มิได้นึกจะอวดเก่งแหวกแนวก่อกระทำความผิดร้ายแรงอะไร ตนเองต้องหัวขาดถึงแก่ความตาย เพราะความปรารถนาที่จะปฏิบัติงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ สมควรหรือที่ผู้นำจะตอบแทนความหวังดีและซื่อตรงของผู้น้อยด้วยการประหารชีวิต

               ท่านที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าพระยาโกษาปานก็จะนึกติเตียนว่า ท่านได้แสดงอำนาจอย่างไม่ค่อยจะเข้าท่า โดยเฉพาะการยกตัวขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินเสียเอง ถึงแม้จะเพียงชั่วเวลาระยะหนึ่ง ก็ดูเป็นการเอื้อมอาจไม่สมควร

               ทำไมจึงต้องถึงกับใช้เรือพระที่นั่งของสมเด็จพระนารายณ์บังคับข้าราชการผู้ใหญ่ทั้งหลายให้ติดตามขบวนแห่ทำใหญ่ทำโตเทียบเท่าพระเจ้าอยู่หัว ทั้งที่ตนเองเป็นเพียงขุนนางคนหนึ่งเท่านั้น

               จะเป็นเพราะลืมตัวหลงตนไปชั่วขณะหนึ่งหรือเปล่า ถึงเวลาขึ้นบกจะขี่ช้างธรรมดาก็ไม่ได้ ต้องขึ้นประทับบนช้างขององค์สมเด็จพระนารายณ์อีก หลังจากนั้นก็สั่งประหารชีวิตเจ้าหน้าที่ซึ่งได้บังอาจใช้ความคิด ตัดหัวเสียบประจานว่าเป็นความผิดใหญ่หลวง ที่มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งผิดปรกติของตน

               ท่านผู้อ่านจะสังเกตได้ว่า คราวนี้ท่านให้เสียบศีรษะไว้ตรงปลายไม้ที่เอาโคนลง ถ้าจะเสียบบนเสาอื่น ๆ ก็คงไม่สำเร็จเพราะมิได้ปักกันไว้อย่างถูกต้อง

               แต่ก็โชคดีที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าพระยาโกษาปานทุกประการ แม้เวลาที่ท่านเข้ามาในวังและกราบทูลว่ายินดียกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่หลังจากได้สั่งฆ่าคนฝืนคำสั่งไปแล้ว

               พระราชพงศาวดารก็เล่าต่อว่า

               “จึ่งพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ตรัสได้ทรงฟังดั่งนั้น ก็ทรงพระโสมนัสดำรัสสรรเสริญเจ้าพระยาโกษาเป็นอันมาก แล้วก็มีพระราชโองการเหนือเกล้า ดปรดให้เจ้าพระยาโกษาธิบดีเป็นแม่ทัพหลวง และให้เจ้าพยาวิชิตภักดีเป็นยกกระบัตร

               พระยาสุรินทรภักดีเป็นเกียกกาย พระยาสีหราชเดโชเป็นกองหน้า พระยาสุรสงครามเป็นกองหลัง ถือพลช้างม้าพลานิกรเดินเท้าทั้งหลาย ยกขึ้นไปตีเอาเมืองเชียงใหม่”

               คำถามต่อไปก็คือว่า เมื่อได้ทำการตระเตรียมสงคราม อย่างใหญ่โตเช่นนี้แล้วเจ้าพระยาโกษาปาน บิดานักการทูตการเมืองของไทย ท่านตีเมืองเชียงใหม่ได้สำเร็จหรือเปล่า

               คำตอบก็คือ ท่านตีได้สำเร็จจริงเพียงแต่ใช้เวลานานหน่อยเพราะชาวเชียงใหม่ ภายใต้การบัญชาของพระยาแสนหลวงก็ต่อสู้อย่างเก่งกาจสามารถ ระหว่างเดินทางเคลื่อนทัพจากกรุงศรีอยุธยา มีความจำเป็นต้องตีเมืองอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ริมทางนั้นก่อน เพราะเมืองด้านเหนือหลายเมืองมิได้ขึ้นกับไทยเช่นเมืองเถิน ต้องใช้เวลาตีอยู่สามวันจึงแตก

               พระราชพงศาวดารก็กล่าวชมว่าที่ทัพไทยรบเก่ง ตีเมืองเถินแตกพ่ายได้อย่างรวดเร็วนี้ ก็เพราะลูกน้องทั้งหลายเกรงกลัวฤทธิ์ของเจ้าพระยาโกษาปานที่ได้แผลงไว้

               “ตีตำบลใดก็ได้ตำบลนั้น ด้วยอำนาจอาญาสิทธิ์เจ้าพระยาโกษาธิบดีแม่ทัพหลวงครั้งไปลองศึกตำบลเพนียด คนทั้งหลายเข็ดขามคร้ามกลัวแต่ครั้งนั้นมา จะว่าราชการสิ่งใดในงานสงครามทั้งปวง ก็สิทธิ์ขาดสำเร็จได้ด้วยอำนาจสั่งนั้นทุกประการ”