Get Adobe Flash player

โชคชะตาของบาทหลวงฝรั่งเศส เมื่อสิ้นพระบารมีของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดย นพ.วิบูล วันประสาท

Font Size:

 

                จดหมายเหตุบาทหลวงฝรั่งเศสพรรณาถึงสภาพชีวิตในคุกคุมขัง รวมทั้งความโหดร้ายป่าเถื่อนของผู้คุมไทยให้ฟังอย่างน่าสงสาร เราคนไทยได้อ่านแล้วก็เกิดความละอายใจไม่น้อยที่เราถือตนเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชน แต่ไม่ปฏิบัติตามหลักพระธรรม ไม่มีเมตตาจิตต่อผู้ที่เคราะห์ร้ายเสียเลย

                “พอพวกคริสเตียนเข้าไปในคุกแล้ว เจ้าพนักงานได้ถอดเครื่องแต่งตัวออกหมด แต่ได้ถอดหมวกกับรองเท้าก่อน เสื้อยาวของบาดหลวงนั้น พวกผู้คุมหาต้องการไม่ จึงยอมทิ้งไว้ให้พวกมิชชันนารีกับพวกนักพรตที่ยังเปนนักเรียนอยู่ แต่เสื้อคลุมเสื้อเชิ้ตแลกางเกง พวกผู้คุมริบเอาหมด บางคนต้องเปลือยกายอยู่เช่นนี้ถึงสองเดือน แลเวลานั้นก็มีลมเหนือพัดมาหนาวมาก ทั้งกลางวันและกลางคืนก็มีเพียงผ้าขี้ริ้วคลุมหัว เพราะผู้คุมมีความละอายใจไม่กล้าริบไว้ พวกนี้ถูกจำห้าประการทุกคน ที่พูดว่าห้าประกายยังไม่ถูก จะต้องว่าถูกจำเจ็ดหรือแปดประการ เพราะถูกทั้งผูกทั้งมัดทุกอย่าง เวลากลางคืนก็ถูกมัดถูกจำอยู่อย่างนี้เหมือนกัน พอสว่างผู้คุมก็เรียกพวกนี้ไปเอาโซ่ร้อยติดกันตั้งสิบหรือสิบสองคน ปนเปกับพวกผู้ร้ายอย่างฉกรรจ์ของเมืองนี้ แล้วก็คุมออกไปให้ทำการอย่างหยามตั้งแต่เช้าจนเย็น คือขนดินขนอิฐ ขนขยะมูลฝอยของโสโครกต่าง ๆ ล้างท่อ ล้างที่อุจจาระ ลากเสาลากซุง แลการหนักต่าง ๆ อีกหลายอย่าง

                        ในครั้งนั้น บันดาชาวต่างประเทศมีความประหลาดใจมากที่ได้เห็นชาวยุโรปในเมืองไทย ทั้งนักเรียนอายุ 13 ขวบ 14 ขวบ ตลอดจนมิชชันนารี ซึ่งหน้าตาแสดงความบริสุทธิ์ของตัว ต้องถูกลากไปตามถนนแลถูกบีบคั้นไม่ผิดกันกับพวกผู้ร้ายอย่างสำคัญ แลผู้ร้ายที่ฆ่าคนตาย ถ้าพวกคริสเตียนล้มลงด้วยความอ่อนเพลียเพราะความไม่สบายหรือแดดเผาจนร้อน หรือเหน็ดเหนื่อยเต็มที ประเดี๋ยวก็ต้องลุกขึ้นได้ด้วยถูกไม้ตี ในตอนเช้าเวลาเดินไปทำงานแลตอนเย็นเวลากลับ พวกชาวบ้านก็ให้ข้าวบ้าง ปลาเค็มบ้าง เบี้ยซึ่งใช้กันต่างเงินบ้าง แลให้เหมือนกับนักโทษไทยแลมอญ ที่ต้องร้อยโซ่ติดเป็นพวงเดียวกันไป ยังมีบุคคลบางจำพวกที่อดแสดงความสงสารไม่ได้ แต่ก็มีอีกจำพวกหนึ่ง ซึ่งยินดีที่จะด่าและหมิ่นประมาท แลข่มเหงต่าง ๆ เช่น ถอนหนวดบ้าง ทุบตีบ้าง กล่าวคำหยาบบ้าง แลบางคนก็ทำเปนพูดว่า สมน้ำหน้าที่ได้มาถูกเช่นนี้ การที่คนไทยพูดเช่นนี้ พวกเราไม่ได้ประหลาดใจเลย เพราะเขาหาว่าเราได้พยายามทำลายศาสนาของเขา แต่ที่พวกคริสเตียนบางคนซึ่งอ้างตัวว่าเป็นโปรตุเกส พลอยพูดไปด้วยนั้น เราไม่ทราบเลยว่า เขาเอาหลักอะไรมาพูด”

                ความลำบากยากแค้นนั้น มิได้มีขึ้นแต่เวลากลางวัน แม้แต่หลังพลบค่ำ เลิกทำงานหนักกลับมาพักผ่อนที่คุก บาทหลวงและชาวฝรั่งเศสที่น่าสงสารทั้งหลายก็ยังถูกพวกผู้คุมไทยซึ่งพอจะกล่าวได้ว่าเป็นมนุษย์ชั้นอัปรีย์กระทำการทารุณโหดร้ายกลั่นแกล้งด้วยวิธีต่าง ๆ อีก

                “ครั้งถึงเวลากลางคืน พวกเราที่เปนนักโทษ ก็ต้องมารวมอยู่ตามคุกต่าง ๆ นอกจากต้องถูกมัดมือมัดเท้า ยังต้องทนความข่มเหงของผู้คนอีก ในโลกนี้จะหาคนที่มีใจเหี้ยมโหดดุร้ายยิ่งกว่าผู้คุมเหล่านี้เปนหาไม่ได้ แลเป็นธรรมเนียมของพวกนี้ ซึ่งจะละเว้นไม่ได้ ที่ต้องเมาสุราทุกวัน แลยิ่งกลางคืนยิ่งเมามาก ในเวลาที่เมาเปนเวลาที่พวกผู้คุมเล่นให้เพลินใจโดยมาข่มเหงพวกนักโทษคนหนึ่งถูกดึงหนวด คนโน้นถูกเผาหนวด คนนี้ถูกถ่มน้ำลายรดหน้า คนนั้นต้องจูบก้นผู้คุม ยังมีผู้คุมใจโหดร้ายคนหนึ่ง ซึ่งพอใจให้มองซิเออร์โปเกต์จูบก้นของตัวอยู่เสมอ ๆ แลแกล้งเรียกมองซิเออร์โปเกต์ว่าสังฆราช แต่เมื่อพวกผู้คุมเห็นโอกาสที่จะบีบคั้นเอาเงินจากนักโทษได้เมื่อใด ซึ่งเปนการเท่ากับกินเลื้อดกินเนื้อของนักโทษ นั่นแลพวกผู้คุมปล่อยความเหี้ยมโหดดุร้ายเต็มที่ จนถึงกับผู้คุมเหล่าร้ายบางคนก็เอานักโทษมัดตรึงไว้แน่นหนา แล้วเอามือจับที่ลับแห่งหนึ่ง ซึ่งความกระดากของข้าพเจ้าจะเรียกไม่ได้ แล้วบีบโดยเต็มแรง ตะโกนบอกให้นักโทษผู้ถูกบีบนั้น ให้ ๆ เงินแก่ผู้คุม บางทีไม่มีเรื่องอย่างใดเลย นอกจากเปนเรื่องเกิดจากนิสัยอันผิดมนุษย์ของพวกนี้ พวกผู้คุมนึกสนุกขึ้นมาก็เฆี่ยนตีพวกนักโทษคริสเตียนโดยไม่มีเหตุผลอย่างใดเลย วันหนึ่งผู้คุมคนหนึ่งได้จับมองซิเออร์ เดอลาช นายทหาร กับเดอโลเน เด็กเล่นมโหรี แล้วเอาหวายเฆี่ยนคนละ 100  เฆี่ยนพลางถามพลางว่า “อย่างไรละ เดี๋ยวนี้กลัวข้าหรือยัง” การทำโทษอย่างอื่นก็เอาไม้ตีศีรษะมองซิเออร์โมเนเตียเปนมิชชันนารีได้ถูกตีศีรษะจนมีบาดแผลที่ศีรษะถึงเจ็ดแผล บางคนก็ถูกตีจนแขนช้ำ บางคนก็ถูกตีจนชายโครงยุบ บางคนถูกตีแล้วก็ไอเป็นโลหิต ในที่สุดต้องกล่าวว่า ทุกคนอยู่ในฐานะทรมานอย่างสาหัส นอกจากนี้ยังต้องทนกลิ่นเหม็น เพราะพวกนักโทษต้องเบียดกันจนถึงกับไม่มีที่จะนอนเหยียดยาว หรือกระดิกตัวได้ ยังน้ำรับประทานก็โสโครก เวลาจะตักน้ำ ก็ต้องเอาถังแกว่งให้สวะแลสิ่งโสโครกไปเสียก่อน จึงตักได้ ยังต้องเติมหิดเกลื้อน แลโรคพุพองซึ่งเปนทุกคนอีก ทั้งอย่าลืมว่าในคุกนั้นเต็มไปด้วยแมลงต่าง ๆ หนอน หมัด เลือด มด แลเหลือบ ถ้าหากว่าจะมีใครมาบอกข่าวแก่พวก นักโทษคริสเตียน ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้ดาบจะได้มาประหารให้พ้นทุกขเวทนา ก็คงจะเป็นข่าวอันดีสำหรับพวกนี้เป็นแน่ ถ้าข้าพเจ้าจะเอาคุกนี้มาเทียบกับนรกจะไม่ถูกหรือ ถึงแม้ว่าพวกนี้ได้ถูกทำร้ายอันน่าจะหมดความหวังใจก็จริงอยู่ แต่พวกนี้ยอมตัวให้แก่พระเปนเจ้าแล้ว จึงได้ร้องเพลงสวดต่าง ๆ อ่านหนังสือทั้งเรื่องธรรมดาและเรื่องศาสนา บางคนถึงกับแต่งบทร้องต่าง ๆ ก็มี นี่แลพวกนักโทษคริสเตียน ได้ทำให้เปลืองเวลาด้วยประพฤติตัวอย่างนี้”

                        ความโหดร้ายทารุณที่พุทธศาสนิกชนไทยเราทำต่อพระฝรั่งนนั้น แม้แต่เขาตายแล้วก็ยังไม่พ้นความป่าเถื่อนของพวกเรา

                “การที่ไทยโกรธแลเกลียดพวกเรานั้น ไม่ได้เกลียดแต่เฉพาะคนที่มีชีวิต ยังพลอยไปถึงคนตายด้วย หรือจะพูดให้ถูกก็ว่าโกรธกระดูกคนตายด้วย เพราะได้ทำอันธพาลจนถึงที่ฝังศพโดยขุดเอากระดูกมองเซนเยอร์ เดอ เบรีช แลมองซิเออร์ ซันเดอบัว แล้วเอากระดูกขว้างทิ้งกระจายหมด แต่มีพวกญวนเข้ารีตมีใจเมตตาสงสาร จึงได้อุตส่าห์รวบรวมกระดูกศพทั้งสองนี้แล้วฝังเสียใหม่ ข้าพเจ้าได้ทราบว่า การที่พวกไทยไปขุดศพขึ้นดังนี้ เป็นด้วยความกระหายอยากได้เงินแลทอง เพราะพวกนี้เข้าใจว่า ที่ศพนั้นคงจะฝังเงินแลทองไว้ เหมือนอย่างธรรมเนียมของไทย”

             อ่านต่อฉบับหน้า