Get Adobe Flash player

เรื่องสนุกในแผ่นดินพระจอมเกล้า โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

เมื่อพระยาพิพิธฤทธิเดชถวายหญิงงามสามนาง แก่สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ความเดิมตอนที่แล้ว

               อนึ่ง ถ้าเจ้าจอมงานชั้นในเหนว่าพระราชบัญญัติบังคับๆ แคบใจนัก จะถวายบังคมลาออกราชการก็อาย อยู่ชั้นในไม่สบาย จะขอรับพระราชทานโอกาสเลี่ยงออกมาเปนชั้นกลาง ชั้นนอก แลพนักงาน ทำราชการสนองพระเดชพระคุณตามอย่าง แลบังคับเจ้าจอมอยู่งานชั้นกลางชั้นนอก แลพนักงาน แลนางรำบำเรอ ก็ตามแต่จะชอบใจ แต่ให้กราบทูลก่อนอย่าเพ่อทำการประพฤติแชเชือนเกินอย่าง เจ้าจอมอยู่งานชั้นใน ก่อนกราบทูลขอออกตัว จะทรงพระกรุณาโปรดลดแต่เครื่องยศ แลเบี้ยหวัดอย่างเจ้าจอมอยู่งานชั้นในเสีย ให้คงได้ดังเจ้าจอมอยู่งานชั้นกลางชั้นนอก แลพนักงานแลนางรำบำเรอโดยสมควร แต่เจ้าจอมมารดาในพระเจ้าลูกเธอ จะโปรดให้ออกนอกราชการไปมีผัวไม่ได้ จะเสียเกียรติยศพระเจ้าลูกเธอไป เมื่อจะใคร่ออกนอกราชการ เพียงจะอยู่กับพระเจ้าลูกเธอไม่มีผัว ก็จะทรงพระกรุณาโปรด

               กระแสพระบรมราชโองการดังนี้ ก็ได้มีพระราชดำรัสมาหลายครั้งแล้ว แต่ดูทีจะหามีใครเชื่อไม่ ด้วยเข้าใจว่าตรัสเล่นก็ดี ประชดก็ดี อันการนี้เปนสุจริตสัตยจริง จึงโปรดเกล้าฯให้ตีพิมพ์ประกาศพระราชทานเปนสำคัญ สัญญาไว้ให้มั่นคง ให้ท่านทั้งปวงเชื่อว่าไม่ทรงหวงแหนกักขังจริง ๆ แลพระราชดำรัสนั้น เปนความจริงความตรง ให้ท่านทั้งปวงรับคำประกาศนี้ไว้เปนสำคัญ ถ้ากาลไปข้างหน้ามิได้เปนจริงดังนี้ ก็ควรที่ท่านทั้งปวง แลเทพยดามนุษย์จะครหาติเตียนอยู่แล้ว

               อนึ่ง เจ้าจอมมารดาพระองค์เจ้าในแผ่นดินล่วงแล้วมา ถ้ายังมีพระเจ้าอยู่ ก็อย่าให้มีผัว ถ้าอยากจะมีผัวให้ได้ ก็ให้มากราบทูลพระกรุณาว่าตัดรอนพระองค์เจ้าให้ขาดเสียก่อน อย่าให้เรียกว่าเจ้าจอมมารดาเลย ถ้าพระองค์เจ้ายอมตัดไม่นับถือแล้ว จะโปรดมีผัวตามสบาย ถ้าไม่ได้กราบทูลพระกรุณาขืนมีผัว ถ้าผัวเปนพระองค์เจ้า ก็จะโปรดลดเบี้ยเสียกึ่งหนึ่ง ถ้าผัวเปนหม่อมเจ้าเปนข้าราชการมีบรรดาศักดิ์ก็ดี จะยกเบี้ยหวัดเสียแล้วจะให้เสียภาษีปีละ 12 ตำลึง ถ้ามีผัวเป็นข้าราชการมีบรรดาศักดิ์น้อยแลไพร่ จะให้ลงพระราชอาญา แล้วผัวจะให้ริบราชบาทว์ แล้วเอาตัวส่งหญ้าช้าง ตัวหญิงให้ลงพระราชอาญาจำไว้จนตาย ถ้าพระองค์เจ้าสงสารกราบทูลขอ ก็จะพระราชทานให้ไปอยู่กับพระองค์เจ้า รับพระราชทานเบี้ยหวัดเหมือนอย่างนางนม ให้เรียกแต่ว่ามารดา ไม่ให้ใส่คำนำเรียกว่าเจ้าจอม

               อนึ่ง พระมารดาหม่อมเจ้าในพระองค์เจ้าที่ตั้งกรมแล้ว แลยังไม่ได้ตั้งกรมทั้งปวง ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อหม่อมเจ้ายังมีตัวอยู่ ถ้าไม่มีผัว ก็ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัด 6 ตำลึงบ้าง ยิ่งกว่านั้นบ้าง ถ้ามีผัวให้เลิกเบี้ยหวัดเสีย ให้ผัวที่เปนไพร่มิใช่เจ้า ให้เสียภาษีปีละ 6 ตำลึง เปนเบี้ยให้แก่หม่อมเจ้าไปทุกเดือน กว่าหม่อมเจ้าจะไม่มีตัว ภาษีนี้ใครอย่าติว่าแรง เพราะมิได้เรียกมาเปนหลวงแต่สักเฟื้องหนึ่ง พระราชทานให้หม่อมเจ้าบุตรทั้งสิ้น เปนการจะกดขี่คนที่เปนผัวมารดาหม่อมเจ้าให้ปฏิบัติหม่อมเจ้าไป

               อนึ่ง เมื่อมารดาหม่อมเจ้าผู้ไม่มีผัว พระราชทานเบี้ยหวัดด้วย ก็เพื่อจะให้เปนกำลังเลี้ยงหม่อมเจ้าไป ก็เมื่อไม่อยู่เลี้ยงหม่อมเจ้า ไปมีผัวก็ควรให้คนผู้เป็นผัวเสียภาษีให้แก่หม่อมเจ้า เท่าเบี้ยหวัดซึ่งพระราชทานเมื่อไม่มีผัว

               ถ้ามารดาหม่อมเจ้าที่มีผัว โกรธกับผัวถึงอย่าร้างขาดจากผัวเมียกัน ถ้าสาบาลได้ทั้งสองข้าง อย่ากันแต่เดือนใด ก็ให้ยกภาษีแต่เดือนนั้นไป โกรธกันเล็กน้อย ถึงว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันถ้าสาบาลไม่ได้ว่าขาดกัน ก็ไม่พ้นภาษี ถ้าอยากจะไม่เสียภาษีมาทนสาบานแล้วกลับไปดีกัน ฤาสืบได้ความจริงว่ายังดีกันอยู่จะปรับให้ใช้ภาษีสองต่อจนเดือนที่ชำระความ

               ถ้ามารดาหม่อมเจ้ามีผัวเปนพระองค์เจ้า ไม่เสียเกียรติยศอันใด เปนแต่โปรดให้ยกเบี้ยหวัดเสีย ไปให้พระองค์เจ้าผู้ผัวเลี้ยงเถิด ฤาจะได้เบี้ยหวัดก็จะได้ด้วยอำนาจพระองค์เจ้าที่เปนผัวใหม่

               ถ้ามารดาหม่อมเจ้าไปได้ผัวใหม่เปนหม่อมเจ้า ถ้าหม่อมเจ้าผู้บุตรยอมยินดีเอาเปนบิดาเลี้ยงก็แล้วไป ถ้าหม่อมเจ้าผู้บุตรมิยอมยินดีด้วย ก็จะทรงพระกรุณาโปรดชักเอาเบี้ยหวัดของหม่อมเจ้าที่เข้ามาเปนผัวนั้น แบ่งสามส่วน ยกเอาส่วนหนึ่งให้แก่หม่อมเจ้าผู้บุตรเปนภาษีทุกปีไป เพราะทำให้หม่อมเจ้าผู้บุตรได้ความอับอาย ลักษณพระราชกำหนดนี้ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศให้ท่านทั้งหลายทราบด้วยจนทั่วกัน”

               ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ Progressive มาก ทรงมีพระปรีชาสามารถฉลาดเฉลียว คิดถึงข้อดีข้อเสียในขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณอยู่เสมอ แทนที่จะนำมาใช้ต่อโดยมิได้นึกคิดพิจารณา

               เพราะฉะนั้นในรัชกาลของพระองค์ จึงมีการเปลี่ยนกฎประเพณีและข้อบังคับเก่าแก่หลายอัน ซึ่งใช้กันมาแต่ดั้งเดิมหลายร้อยปี มีผลให้ชีวิตของชาววังและราษฎรทั้งปวงดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ นี้ มิได้ทรงทำขึ้นเพราะความฉลาดปราดเปรื่องอย่างเดียว แต่เพราะพระองค์ทรงมี Compassion คือมีความเมตตาอารีอยู่ในส่วนลึกของพระทัย สามารถเอาใจเขามาใส่ใจเรา และมีความสงสารต่อมนุษย์ที่ต้องรับทุกข์

               พระมหากรุณาธิคุณและพระทัยอันประเสริฐของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้ เป็นที่ประทับใจของชนชาวไทยที่ได้ศึกษาประวัติของพระองค์