Get Adobe Flash player

เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตัดสินคดีสาวไทยเล่นชู้ โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

                ในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ชาวไทยมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขสบาย ไม่มีปัญหาเรื่องข้าวยากหมากแพง หรือศึกสงครามมาประชิดบ้านเมือง

                องค์พระเจ้าแผ่นดินเองก็ทรงเมตตากรุณาต่อประชาชน ประชาชนผู้ใดมีปัญหาด้านการค้าขายหรือครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถจะทำเรื่องยื่นฎีกาถวายขอการตัดสินจากองค์พระมหากษัตริย์ได้

                แม้กระทั่งเรื่องเมียเลิกรักผัว เป็นชู้กับผู้อื่น ก็ยังมีการมารบกวนพระทัยให้ตัดสินความ

                เรื่องหนึ่งที่เราอ่านพบได้จากประชุมประกาศของรัชกาลที่ 4 เกี่ยวกับหญิงสาวผู้หนึ่งมีชื่อว่านางทรัพย์ เป็นบุตรสาวของขุนนางผู้ใหญ่มีศักดิ์ศรี และแต่งงานกับข้าราชการหนุ่มซึ่งมียศเป็นท่านขุน แต่กลับมักง่ายใฝ่ต่ำไปเล่นชู้กับตำรวจ หลับนอนสมสู่กันจนผัวจับได้ในเตียง

                เรื่องร้อนถึงองค์พระเจ้าแผ่นดินต้องทรงตัดสินความ เพราะนางทรัพย์นี้ยืนยันว่ารักชายชู้มากกว่าผัวของตน จึงจะไปร่วมชีวิตกับชายที่ต่ำกว่าจนตาย

                การตัดสินขององค์พระมหากษัตริย์นี้ พวกเราที่เป็นคนสมัยใหม่จะเห็นด้วยกับพระองค์หรือไม่ ก็แล้วแต่การพิจารณาของท่านผู้อ่านแต่ละท่าน

                ตามประกาศนี้ เล่าในตอนเริ่มต้นว่า

                “แต่ก่อนนี้ไป นายไทย มหาดเล็กซึ่งแต่ก่อนเป็นนายรองชิด บัดนี้เป็นขุนนครเขตรเกษมศรี รองปลัดกรมกองตระเวนขวา แต่งเถ้าแก่ไปขอนางสาวทรัพย์ บุตรีพระยาเทพอรชุนเป็นภรรยา ได้ปลูกหอปลูกเรือนอยู่ด้วยกัน แล้วได้ให้ท้าวสมศักดิ์ (นก) พาทรัพย์เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทข้างใน ได้พระราชทานเงินตราให้ทรัพย์เมื่อเวลาไปเฝ้าบ้าง

                ครั้งภายหลังทรัพย์กับนายรองชิดโกรธขึ้งขุ่นเคืองกัน นายรองชิดมาอยู่บ้านเดิม ไปมาหาสู่ทรัพย์แต่ห่าง ๆ

                ภายหลังทรัพย์มีชู้กับพันสรสิทธิ์ (ปั่น) ในกรมพระตำรวจ แลเมื่อพระยาเทพอรชุนไม่ได้อยู่บ้าน ไปราชการมณฑลนครศรีธรรมราช รองชิดไปหาทรัพย์ จับได้พันสรสิทธิ์เป็นชายชู้ในที่นอน เถียงไม่ได้

                นายรองชิดเห็นว่าทรัพย์เคยได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทรงรู้จักอยู่ จึงนำความนั้นกราบทูลพระกรุณา

                จึงมีพระบรมราชโองการให้ลูกขุนปรับชายชู้ตามศักดินานายรองชิดเสร็จแล้วหญิงสมัครจะไปอยู่กับชายชู้ ชายชู้ก็สมัครจะรับไป เพราะได้เสียเบี้ยปรับมากแล้ว

                มีพระบรมราชโองการดำรัสว่า ทรัพย์เป็นบุตรีขุนนางมีบรรดาศักดิ์ ไม่เป็นหญิงบุตรบิดามารดาสามัญเสมอราษฎร จะโปรดให้เป็นไปตามใจทรัพย์แลชายชู้ของทรัพย์ไม่ได้ พระยาเทพอรชุนบิดาของทรัพย์ก็ไปราชการอยู่ไกล ภายหลังความเรื่องนี้ขึ้น พระยาเทพอรชุนจะว่าอย่างไรก็ยังไม่ทราบ

                จึงโปรดให้หาตัวนายพิศาล หุ้มแพร ในพระบวรราชวังแลบุตรพระยาเทพอรชุนที่เป็นมหาดเล็กหลายนายมาแล้ว มีพระบรมราชโองการดำรัสถามว่า ทรัพย์บุตรีพระยาเทพอรชุนนอกใจนายรองชิดผู้ผัว ยอมให้พันสรสิงห์ทำชู้ จนนายรองชิดผู้ผัวจับได้

                บัดนี้ชายชู้ก็เสียเบี้ยปรับเสร็จแล้ว ตัวทรัพย์จะสมัครไปอยู่กับชายชู้ ญาติพี่น้องจะยอมให้หรือไม่ คาดเห็นว่าพระยาเทพอรชุนจะยอมยกให้ชายชู้หรือไม่

                บุตรพระยาเทพอรชุนทุกนายกราบทูลพระกรุณาว่าไม่ยอม คาดใจพระยาเทพอรชุนว่าเห็นจะไม่ยอมให้ไปกับชายชู้

                จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้มอบตัวทรัพย์ไปจำไว้คอยท่าพระยาเทพอรชุน การต่อไปข้างหน้าสุดแต่พระยาเทพอรชุนผู้บิดา”

                การตัดสินของสมเด็จพระจอมเกล้าในกรณีของนางทรัพย์นี้ ท่านผู้อ่านจะสังเกตได้ว่า ผิดเพี้ยนไปจากการตัดสินเกี่ยวกับนางอำแดง ราษฎรสามัญที่เล่าไว้ในตอนก่อน

                ในกรณีของนางอำแดงนั้น สมเด็จพระจอมเกล้าทรงตัดสินให้มีสิทธิ์อยู่กับชายที่ตนรักและยินดีเป็นผัว เพราะชายทั้งสองเป็นราษฎรสามัญธรรมดา ดำเนินชีวิตอยู่ในระดับเดียวกัน

                แต่ในกรณีของนางทรัพย์นี้ สมเด็จพระจอมเกล้าทรงพิจารณาถึงการที่เธอเป็นบุตรีของขุนนางผู้ใหญ่ และได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝากับข้าราชการสำคัญเป็นหลักแหล่ง ไม่ทรงเห็นด้วยที่นางทรัพย์จะมีใจใฝ่ต่ำ ยินดีเป็นเมียตำรวจโดยมิได้รับการยินยอมจากบิดา

                จึงทรงให้จำตัวนางทรัพย์ไว้ที่บ้าน มีพี่ชายเป็นผู้ควบคุมดูแล จนกว่าบิดาจะกลับมาตัดสิน

                การพิจารณาคดีนี้ องค์พระเจ้าแผ่นดินทรงให้เกียรติแก่บิดาของนางทรัพย์ ทรงอธิบายต่อไปในประกาศว่า

                “ผู้หญิงสมัครจะไปอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายก็สมัครจะรัก แต่ญาติพี่น้องของหญิงเป็นผู้มีบรรดาศักดิ์สูง เขาไม่ยอมเลย ก็ในความเรื่องนั้นตามรูปความก็ควรจะทรงตัดสินให้ตามใจหญิงสมัครเหมือนกับความฎีกาสองเรื่องนี้ ท่านทั้งหลายเป็นอันมากที่ไม่ได้มาพิจารณาการให้ละเอียด ก็ดูเหมือนจะเห็นไปอย่างนั้นด้วย

                แต่เมื่อพิเคราะห์ให้ละเอียดไประลึกดูการแต่หลังมา เห็นว่าหญิงในตระกูลนั้นไม่เคยตกเป็นภรรยาผัวที่ต่ำศักดิ์เสมอกับชายที่หญิงนั้นรักนั้นเลย ชายคนนั้นมักใหญ่ใฝ่สูง เอื้อมเข้าไปสมคบกับหญิงในตระกูลสูงเช่นนั้น เป็นที่แปลกใจของคนในตระกูลนั้นทั้งสิ้น

                ถ้าจะตัดสินให้ตามใจหญิงแล้ว คนในตระกูลนั้นทั้งสิ้นเขาคงคิดว่าผู้ครองแผ่นดินลดศักดิ์ตระกูลเขาให้ต่ำไป ตัวอย่างจะเป็นที่ให้เขาเสียใจไม่รู้หาย ถึงจะบังคับชายให้เสียเบี้ยละเมิดแก่เขา ให้แก่เขาตามกฎหมายอย่าว่าเลย ถึงจะเสียให้เขาสักร้อยชั่งเป็นเบี้ยปรับ เขาก็ลั่นวาจาว่าไม่ยอมยินดีรับเป็นอันขาดทีเดียว

                อนึ่ง ถ้าจะตัดสินใจให้ชายหญิงคู่นั้น ได้อยู่ด้วยกันตามสมัครรักใคร่กันแล้ว ผู้ตัดสินก็ดูเป็นโง่งมนัก ไม่รู้เท่ารู้ทันคนเสีย ถูกหลอกถูกลวงกล้ำกรายเข้ามาในพระราชวัง โทษเสมอกบฏแต่แผ่นดินเก่ามาจนแผ่นดินใหม่ ก็จะเป็นอันไม่รู้เท่าอ้ายกบฏอีกบฏเสีย

(อ่านต่อฉบับหน้า)