Get Adobe Flash player

เมื่อฝรั่งยิงนกในวัดไทย โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

                เหตุการณ์เรื่องฝรั่งชาวอังกฤษถือปืนเข้าไปยิงนกในวัดไทย ก่อกรรมทำบาปจนเป็นเรื่องวิวาทกับพระสงฆ์ในวัดนี้ ได้เกิดขึ้นถึงสองครั้ง ครั้งแรกในแผ่นดินของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และครั้งที่สองในแผ่นดินของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

                ฝรั่งที่อยู่ในเมืองไทยนั้น ถึงวันอาทิตย์หยุดงาน เขาจะนิยมพักผ่อนหย่อนใจโดยไปยิงนกตกปลาตามชนบท

                ซึ่งตามธรรมดาแล้วฝ่ายไทยเราก็มิได้เคยดุว่าห้ามปรามแต่อย่างใด เพียงแต่ฝรั่งนั้นเขามีความลบหลู่ดูหมิ่นพุทธศาสนาอยู่ในใจแล้ว เมื่อแบกปืนเดินมาพบวัดวาอาราม ก็มิได้มีความเกรงใจ หรือเคารพต่อศาสนาอื่น จึงถือปืนเข้าไปยิงนก สัตว์ในเขตของวัดตามสบาย

                ส่วนพระสงฆ์ไทยนั้นถือว่าการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นบาปผิดศีลห้า สัตว์ทั้งหลายที่ดำเนินชีวิตอยู่ในเขตของวัด ควรได้รับความคุ้มครองป้องกันภายใต้ร่มโพธิ์ของพระพุทธศาสนา

                ฝรั่งเขาก็มักเถียงว่า เขามิได้ยิงหมูเห็ดเป็ดไก่ที่พระเลี้ยงไว้ เขายิงนกซึ่งอาจจะสร้างรังอยู่นอกเขตวัดก็ได้ เพียงแต่บินล่องฟ้ามาเกาะบนกิ่งไม้ของวัด เขาจึงไม่ถือว่าเป็นสัตว์ที่วัดคุ้มครอง

                เถียงกันไปเถียงกันมา ก็เกิดเรื่องวิวาทขึ้นทุกที

                ในแผ่นดินของรัชกาลที่ 3 มีกัปตันเรืออังกฤษคนหนึ่งชื่อนายเวลลาร์ พักอยู่ในกรุงเทพฯ วันหนึ่งนึกเบื่อไม่มีอะไรจะทำเลยถือปืนออกไปยิงนกเล่น หลงเข้าไปในวัดแห่งหนึ่ง เห็นนกพิราบเกาะต้นไม้อยู่เยอะ เลยยิงตกลงมาตายสองตัว

                เสียงปืนฝรั่งทำให้พระภิกษุแตกตื่นมาดู เมื่อพระเห็นฝรั่งทำบาป ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตในเขตวัดวาอาราม ท่านก็บอกให้เอานกที่ตายแล้วนั้นมามอบให้ เพื่อจะได้นำไปฝังเสีย นายเวลลาร์อยากกินนก ก็ไม่ยอมให้

                พระไทยเห็นฝรั่งทำท่ายโสโอหัง ก็เกิดโทสะ ลืมคำสั่งสอนของพุทธศาสนา ต่างถกจีวรกระโดดเข้ารุมกระทืบนายเวลลาร์ชกตีเตะต่อย และฟาดด้วยไม้ตะบอง จนนายฝรั่งกัปตันล้มลงเลือดอาบ ปืนที่ถืออยู่ในมือก็ถูกพระแย่งเอาไป แต่เคราะห์ดีท่านไม่ได้ยิงเอาเสียด้วย

                ขณะนั้นหมอบรัดเลย์ มิชชันนารีอเมริกัน กับนายฮันเตอร์ พ่อค้าอังกฤษนั่งคุยกันอยู่ในบ้านพัก พอมีคนมารายงานว่านายเวลลาร์กำลังถูกพระภิกษุไทยรุมซ้อม ทั้งสองก็รีบวิ่งเข้าไปในวัด หมอบรัดเลย์บันทึกไว้ว่านายเวลลาร์นั้นฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว ถูกตะบองที่ท้ายทอยระหว่างพยุงกลับบ้าน ถึงกับเป็นลมหมดสติไปหลายครั้งหลายหน ต้องทำการรักษาพยาบาลอยู่หลายวันกว่าจะหายได้

                นายฮันเตอร์ พ่อค้าอังกฤษนั้นโกรธเคืองมาก ทำเรื่องขึ้นฟ้องร้องขอให้สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เอาเจ้าอาวาสมาประหารชีวิตเสีย และให้ขับไล่ภิกษุทั้งหลายออกจากวัดให้หมด มิฉะนั้นเขาจะเอาเรือสำเภารบอังกฤษแล่นขึ้นตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อยิงวัดนี้ให้แหลกไป และเมื่อยิงวัดพังพินาศไปแล้ว จะแล่นสำเภาต่อมายิงพระราชวังของกษัตริย์ไทยให้ทลายตามไปอีกด้วย

                สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับใบร้องทุกข์อันแสนโอหังของนายฮันเตอร์นี้ มอบให้เจ้าฟ้ามงกุฎ (ซึ่งต่อไปจะเป็นสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4) พิจารณา

                เจ้าฟ้ามงกุฎขณะนั้นทรงผนวชเป็นภิกษุอยู่ จึงตัดสินความว่า พระไทยนี้ก็มีความผิดอยู่ จึงให้ทำโทษเจ้าอาวาส และภิกษุทั้งหลาย โดยให้นั่งสมาธิกลางแดดเป็นเวลาครึ่งค่อนวัน และให้ทำงานปัดกวาดวัดอีกเป็นเวลาหลายชั่วโมง      

                นอกจากนั้น สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงออกประกาศห้ามมิให้พระภิกษุไทยแตะต้องตัวฝรั่งอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามแตะต้องด้วยมือ เท้า ศอก เข่า หมัด หรือไม้ตะบอง ไม่ว่าฝรั่งจะเข้าไปทำความผิดอะไรในเขตวัดก็ตาม

                มาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ในแผ่นดินของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เหตุวิวาทการยิงนกนี้ก็เกิดขึ้นอีก

                มีฝรั่งชาวอังกฤษกลุ่มใหญ่ประมาณ 10 คน ไปยิงนกพิราบที่ตรงหน้าอุโบสถของพระอริยมุนี พระสงฆ์ไทยออกมาห้ามดี ๆ พวกฝรั่งก็ไม่ยอมฟัง จึงเกิดเรื่องชกต่อยกันพัลวันระหว่างฝรั่งชาวอังกฤษและพระสงฆ์จีวรเหลืองชาวไทย

                ผลปรากฎว่าฝรั่งยอมแพ้วิ่งหนี แต่บางคนไม่ว่องไวพอถูกพระไทยวิ่งตามจีวรปลิว จับมาได้สี่คน

                เหตุการณ์นี้ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบันทึกไว้ในพระลายลักษณ์อักษร ถึงคณะทูตไทยที่กรุงลอนดอนมีใจความว่า

                “อนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ เดือนอ้าย ขึ้น 13 ค่ำ มีคนอังกฤษสองคนถือปืนเข้าไปในวัดโสมนัสวิหาร ไปยิงนกพิราบที่พระเจดีย์หลังพระวิหารหน้าพระอุโบสถ พระอริยมุนีมาห้าม อังกฤษสองคนก็กลับไป

อ่านต่อฉบับหน้า