Get Adobe Flash player

เมื่อฝรั่งยิงนกในวัดไทย (ต่อ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

ความเดิมตอนที่แล้ว

                “อนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ เดือนอ้าย ขึ้น 13 ค่ำ มีคนอังกฤษสองคนถือปืนเข้าไปในวัดโสมนัสวิหาร ไปยิงนกพิราบที่พระเจดีย์หลังพระวิหารหน้าพระอุโบสถ พระอริยมุนีมาห้าม อังกฤษสองคนก็กลับไป

                ครั้งช้ามาอีกสักโมงหนึ่ง มีอังกฤษพวกหนึ่งเข้าไปทั้งลูกจ้างบ้างอังกฤษบ้าง ประมาณ 10 คน ไปยิงนกที่พระเจดีย์อีก เวลานั้นเป็นเวลาพระสงฆ์ลงไปทำวัดอยู่ในพระวิหาร พระสงฆ์องค์หนึ่งมาห้าม คนที่ยิงปืนไม่ฟัง เอาปืนกระทุ้งเอาพระสงฆ์ ก็เกิดชกต่อยกลุ้มรุมตีรันกันขึ้น

                พระสงฆ์จับพวกอังกฤษได้สี่คน เอาตัวไปส่งพระอริยมุนี พระอริยมุนีถามว่ามาแต่ไหน บอกว่าไปจากบ้านหมอบรัดเลย์ริมวังกรมวงศา พระอริยมุนีว่า จะจับเอาพวกนั้นมาส่งที่วังกรมวงศา

                พวกพ้องของอังกฤษเข้ามาอ้อนวอนรับผิดรับชอบ ขอให้ปล่อยเสียเถิด อย่าเอาไปส่งเลย รับทำหนังสือสัญญาให้ว่าถ้อยความไม่ว่าแล้ว ขอให้เป็นเลิกกัน

                พระอริยมุนีเอาหนังสือสัญญาไว้ แล้วปล่อยตัวไป พวกที่อยู่บ้านหมอบรัดเลย์ไม่ฟ้อง แต่พวกที่อยู่บ้านอื่นไปฟ้องแก่กงสุลคนเก่า กงสุลคนเก่ามีหนังสือมาถึงกรมท่า อายัดพระสงฆ์ไว้ แล้วทำใบฟ้องมาฟ้องว่าพระสงฆ์ตีความก็จะต้องชำระกัน

                แต่เสนาบดีผู้จะชำระเห็นว่าติดการฉลองพระที่ปทุมวันอยู่ ผัดไว้ว่าต่อวันจันทร์ เดือนอ้าย แรม 6 ค่ำ งานเลิกแล้วจึงจะชำระ

                พอถึงวันนั้น กงสุลคนเก่าก็มาคืนเสียว่า กงสุลคนใหม่มาถึงแล้ว จะขอลากลับไป การที่จะชำระนั้นเป็นธุระของกงสุลคนใหม่ ความก็ยังค้างกันอยู่

                กงสุลคนใหม่นั้นได้จัดให้พระนายไวยวรนาถลงไปรับเพิ่งมาถึงกรุงในวันนี้แล้ว แลความก็ยังไม่ทันได้ว่ากัน เพราะเขาเพิ่งมาถึง ได้ยินว่ากงสุลคนนี้คุมพระราชสาส์น แลสิ่งของที่สมเด็จพระนางเจ้ากรุงลอนดอนฝากมาให้ข้าพเจ้าบ้าง บอกขอเรือให้ลงไปรับ แต่จะเป็นสิ่งไรยังไม่ทราบ”

                เรื่องฝ่ายอังกฤษฟ้องร้องเป็นคดี หมายจะให้เราทำโทษพระภิกษุนี้ ก็แสดงถึงความพาลเกเรของฝรั่ง ที่แสดงฤทธิ์เดชเบ่งอำนาจ

                ความจริงพระไทยเรานั้นก็ได้ออกมาห้ามปรามดี ๆ แต่กลับถูกฝรั่งเอาปืนกระทุ้งจนเจ็บตัว จึงได้มีพระอื่นมาช่วย และเกิดการชกต่อยกันขึ้น ฝรั่งนั้นก็ลิ้นสองแฉกไม่รักษาคำพูด ตอนแรกก็บอกว่าจะไม่มีการฟ้องร้อง พอได้ตัวพรรคพวกคืนมาแล้ว ก็ทำคดีขึ้นหน้าตาเฉย

                เรื่องนี้จึงทำให้สมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงกลุ้มพระทัยเหมือนกัน เพราะอังกฤษเขาก็เป็นประเทศมหาอำนาจ เขาบุกรุกตีเมืองแขกเมืองพม่าอยู่ เราเองกำลังพยายามเป็นไมตรีกับพระนางเจ้าวิคตอเรีย เพื่อเขาจะได้ไม่โมโหโทโส เอาเรือรบมายิงเมืองเรา พระองค์จึงต้องพิจารณาหนักต่อไปว่า

                “แลการซึ่งอังกฤษเข้าไปยิงนกในวัดวาอารามนี้ แต่ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้เกิดการวิวาทที่วัดเกาะวัดสำเพ็งครั้งหนึ่งแล้ว พระสงฆ์กับอังกฤษตีกัน พระสงฆ์ว่าอังกฤษข่มเหงเข้าไปยิงนกในวัด อังกฤษก็เถียงว่านกมิใช่สัตว์ของพระสงฆ์เลี้ยงอยู่อย่างเป็ดไก่ เป็นสัตว์บินอยู่ในอากาศไม่มีเจ้าของ

                ครั้งนั้นตัดสินกันอย่างไร ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบ การก็สงบกันไป เมื่อครั้งมิสเตอร์ปากรับหนังสือสัญญาเข้ามาเปลี่ยน ขอทำหนังสืออธิบายสัญญานั้น ข้าพเจ้าก็ได้วิตกว่าวิสัยอังกฤษวันอาทิตย์แล้วก็เที่ยวยิงนกเล่นเป็นปรกติ ฝ่ายพระสงฆ์ไทยถือลัทธิว่า วัดเป็นที่มีอภัย เป็นที่อาศัยของนก เนื้อ ปลา ไม่ให้มีผู้ฆ่าผู้ฟัน ครั้งใครเข้าไปยิงนกในวัด ฤาจับปลาหน้าวัดก็ว่าเกินเลย จับทุบถองตีโบย ได้ยินความดังนี้เนือง ๆ

                ครั้งอังกฤษเข้ามาค้าขายอยู่มากมาย กลัวจะเข้าทำลุยลายวัดวาอาราม ก่อให้เกิดถ้อยความอย่างนี้เนือง ๆ ข้าพเจ้าจึงได้ว่ากับท่านเสนาบดีที่ไปพูดกับมิสเตอร์ปาก ให้ว่ากล่าวขอเสียอย่าให้อังกฤษเข้าไปยิงนกในวัด

                แต่ฝ่ายท่านเสนาบดีเล่า ท่านก็สนัดข้างยิงนกยิงหนูอยู่ด้วยกัน ที่ข้าพเจ้าว่าไปนั้น  ท่านจะเอาหูใส่ฤาไม่เอาหูใส่ ท่านจะได้ว่าฤาไม่ได้ว่าก็ไม่ทราบ เดี๋ยวนี้ท่านว่าท่านได้ว่าแล้ว แต่ส่วนข้าพเจ้าได้ดูหนังสืออธิบายสัญญาที่มิสเตอร์ปากทำนั้น ต่อเมื่อจะเสร็จกันแก้ไม่ได้แล้ว เห็นว่าการอันนี้ไม่มีว่าไว้ จึงได้ว่ากับมิสเตอร์ปากเอง ว่าวิสัยพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาถือว่าจะดูการฆ่าสัตว์ต่อหน้าไม่ได้ แลที่ใดเป็นที่วัด ที่นั้นเป็นที่ให้อภัยแก่สัตว์ ไม่ให้มีผู้ใดมาฆ่ามาฟันสัตว์ที่อาศัยอยู่

                แลการที่จะรักษาดังนั้น แผนดินต้องเป็นที่พึ่ง วิสัยแผ่นดินก็จะต้องให้พลเมืองถือศาสนาตามใจตัว เพราะฉะนั้นจะขอเสีย อย่าให้อังกฤษยิงนกในวัดแห่งใดแห่งหนึ่งเลย ความก็ได้เกิดมีมาแต่หลังครั้งหนึ่งแล้ว มิสเตอร์ปากจดหมายเอาถ้อยคำข้าพเจ้าไป ว่าจะบอกกับเซอร์จอห์น บาวริ่ง แล้วก็นิ่งไป แลครั้งนี้มาเกิดความอย่างนี้ขึ้นอีก ฝ่ายอังกฤษก็ว่าไม่รู้ ถืออยู่ว่าไม่ผิดความ จะว่ากับกงสุลใหม่ จะตกลงมิตกลงอย่างไรก็ไม่ทราบ

(อ่านต่อฉบับหน้า)