Get Adobe Flash player

เมื่อฝรั่งยิงนกในวัดไทย (ต่อ) โดย น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ

Font Size:

 

ความเดิมตอนที่แล้ว

                แลการที่จะรักษาดังนั้น แผนดินต้องเป็นที่พึ่ง วิสัยแผ่นดินก็จะต้องให้พลเมืองถือศาสนาตามใจตัว เพราะฉะนั้นจะขอเสีย อย่าให้อังกฤษยิงนกในวัดแห่งใดแห่งหนึ่งเลย ความก็ได้เกิดมีมาแต่หลังครั้งหนึ่งแล้ว มิสเตอร์ปากจดหมายเอาถ้อยคำข้าพเจ้าไป ว่าจะบอกกับเซอร์จอห์น บาวริ่ง แล้วก็นิ่งไป แลครั้งนี้มาเกิดความอย่างนี้ขึ้นอีก ฝ่ายอังกฤษก็ว่าไม่รู้ ถืออยู่ว่าไม่ผิดความ จะว่ากับกงสุลใหม่ จะตกลงมิตกลงอย่างไรก็ไม่ทราบ

                ก็ถ้าความมิตกลง เขาบอกกล่าวขึ้นไปลอนดอนอย่างไร เมื่อทูตานุทูตยังอยุ่ในกรุงลอนดอน ถ้าเขาต่อว่าก็โปรดช่วยว่ากล่าวชี้แจง ดังความข้าพเจ้าว่ามานี้ด้วย

                อนึ่ง กฎหมายฝ่ายไทย ข้าพเจ้าก็ได้ประกาศไว้แต่ก่อนทำหนังสือสัญญากับอังกฤษ ว่าอำเภอกองตระเวนน้อย ตัวคนพาลมาก ถิ่นฐานบ้านเรือนของใคร ใครรักษา ถ้ามีผู้บุกรุกอุกอาจเข้ามาก่อการทะเลาะวิวาทตีรันฟันแทงในรั้วในกำแพงที่ถิ่นฐานบ้านของใคร ให้เจ้าบ้านเป็นชนะผู้บุกรุกเป็นแพ้ ถึงจะมีบาดแผลก็ไม่ว่าให้ได้เบี้ยปรับเลย

                กฎหมายดังนี้ข้าพเจ้าก็ได้บอกแก่มิสเตอร์ปาก แลได้เขียนคำประกาศฉบับไทยให้ด้วยแล้ว

                ก็แลที่อังกฤษยิงนกวิวาทกับพระสงฆ์ครั้งนี้ ก็เป็นที่ริมพระเจดีย์ อยู่ในกำแพงชั้นในของวัดที่มีกำแพงถึงสองชั้น มิใช่จะเป็นวัดโถงวัดร้างว่างเปล่าเหมือนวัดสวน จนรู้ยากว่าวัดฤาไม่ใช่วัด เมื่อไรมีแผนที่วัดนั้น บางคนในพวกท่านทูตานุทูตก็จะได้เห็นจำได้อยู่แล้ว ซึ่งบอกมาทั้งนี้ พอให้ท่านรู้ไว้ ถ้าไม่มีใครว่ากล่าวอย่างไรก่อน ก็อย่าเพิ่งไปเกากวนวุ่นวายขึ้นก่อนเลย”

                ส่วนกงสุลอังกฤษคนใหม่นั้น สมเด็จพระจอมเกล้าฯ เพิ่งได้พบเห็น ก็ทรงมีความวิตกเล็กน้อย เพราะไม่ทราบว่านายฝรั่งอังกฤษคนใหม่นี้จะมีอุปนิสัยเป็นอย่างไร กงสุลบางคนก็เรียบร้อยเป็นผู้ดี บางท่านก็แสดงความโอหังเป็นไพร่ ทรงกล่าวในพระอักษรอีกฉบับหนึ่งว่า

                “แต่ที่ตัวกงสุล เซอร์โรเบิร์ต สจอมเบิร์กนั้น เป็นคนเพิ่งมาถึงใหม่ ยังไม่รู้อัธยาศัยปรกติว่าอย่างไร ครั้งจะชมมาว่าดีก็จะเป็นยกยอเร็วนักไป

                แต่ถึงกระนั้น วิสัยคนจะเป็นอย่างไร ดูหน้าตาท่วงทีก็ไม่ไกลกว่าปรกตินัก เหมือนอย่างกงสุลหิลลิเยอ เมื่อแรกพอเข้ามา ก็ทำหน้าบึ้งปั้นปึ้งขึงโส พอมาอยู่ได้สองสามวัน ก็จะเร่งเอานั่นเอานี่ ครั้งตอบไม่ทันให้ไม่ทัน ก็ขู่ข่มขี่ว่าจะฟ้องจะร้องจะเอาเรือรบเข้ามาทีเดียว ใช้สายเอกไปทุกประการ ขู่ไทยเว้นก็แต่ละวัน

                กงสุลยิลเยนนั้น เห็นเป็นสันดานเจ้าทุกข์เจ้าร้อน ออดแอดไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส ถึงไม่เป็นคนดุร้ายอะไร ก็เป็นทุกข์เป็นร้อนทอดถอนนัก หน้าตาเหนียวเตียว

                แต่คนนี้เห็นเบิกบานดี ได้ยินว่าไปหาคุณพระยาศรีสุริยวงศ์ ไปว่าตัวนั้นได้เคยไปเป็นกงสุลอยู่มาหลายเมืองแล้ว ก็ไม่เคยไปก่อวิวาทให้เกิดขุ่นเคืองกับบ้านหนึ่งเมืองใดเลย ให้สืบเอาเถิด

                แลความเรื่องอังกฤษกับพระสงฆ์วัดโสมนัสวิหารตีกันนั้น วันเสาร์ เดือนอ้าย แรม 11 ค่ำ กงสุลคนใหม่กับกงสุลคนเก่าพร้อมกันขึ้นมาที่วังกรมวงศา ขอให้นิมนต์พระราชาคณะผู้ใหญ่มาหลายองค์ แล้วรับว่า ซึ่งพวกอังกฤษเข้าไปยิงนกภายในกำแพงวัดนั้น พวกอังกฤษผิด แต่พระสงฆ์ที่ลงมือทุบตีนั้นแรงนักไป อังกฤษถูกเจ็บแตกหักมาก จะขอให้เสียค่ายาให้แลขอให้ทำขวัญเสียบ้าง ให้ความเป็นแล้วกัน

                ตั้งแต่นี้ไป กงสุลคนใหม่จะประกาศห้ามมิให้อังกฤษเข้าไปยิงนกในวัดใดวัดหนึ่งเลยเป็นอันขาด แต่พวกอังกฤษพอใจเข้าไปเที่ยวชมวัดอยู่มาก เมื่อเข้าไปดี ๆ ขออย่าให้พระสงฆ์ห้าม ถ้าใครเข้าไปยิงปืนที่ในวัด ให้กลุ้มรุมกันจับเอาตัวมาส่งที่กงสุล กงสุลจะทำโทษให้

                แลเงินทำขวัญอังกฤษนั้น กรมวงศารับจะใช้ให้สามชั่งกับค่ายาโดยสมควร พระสงฆ์ไม่ต้องเสีย ซึ่งกงสุลมาว่าความครั้งนี้ ก็เป็นอ่อนน้อมเรียบร้อยอยู่ ไม่เอิกเกริกเกะกะเหมือนครั้งหิลลิเยอ”

                เรื่องข้อวิวาทยิงนกในรัชกาลที่ 4 นี้ ลงท้ายจึงตกลงกันด้วยความประนีประนอมกัน เจ้าอาวาสท่านกล่าวขอโทษต่อคนอังกฤษที่พระภิกษุในวัดของท่านมือหนักเท้าหนักไปหน่อย ทำฝรั่งบาดเจ็บฟกช้ำดำเขียว ขนาดกะลาสีเรืออังกฤษคนหนึ่งกะโหลกแตกร้าวสลบเหมือดไป

                ไทยเราจ่ายค่าเสียหายสามชั่งหรือ 240 บาท และจ่ายค่าหยูกยาค่าหมอให้หมด

                ส่วนกงสุลอังกฤษเขาก็ออกประกาศเป็นทางการ มิให้คนอังกฤษบุกรุกเข้าไปยิงนกในวัดไทยอีกต่อไป

                สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คงจะพอพระทัยท่านกงสุลใหม่ผู้นี้ จึงมีข้อชมอยู่ในพระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่งว่า

                “เซอร์โรเบิร์ต สจอมเบิร์ก กงสุลคนใหม่นี้ดีอยู่ เป็นคนซื่อว่าอะไรตรง ๆ แล้วเป็นคนสนุกยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาเล่นก็สนุกด้วยการความรู้ต่าง ๆ ไม่ขึงไปแต่ด้วยถ้อยความอย่างเดียวเหมือนกงสุลก่อนสองคน แล้วไม่จองหอง แลโกงมากเหมือนกงสุลหิลลิเยอ แลไม่ทำหน้าเจ้าทุกข์เจ้าร้อนเหนียวเตียวเหมือนกงสุลยิลเยน

                ข้าพเจ้าแลเสนาบดีชอบใจกงสุลนี้มาก ขอบใจผู้ครองฝ่ายอังกฤษหนักหนาว่าเลือกให้กงสุลคนนี้มา ไม่ดุร้ายขู่เข็ญเมืองไทยเป็นเมืองน้อย แลเป็นคนซื่อตรงเที่ยงธรรม”

อ่านต่อฉบับหน้า